บทที่ 126 ร่วมมือกันครองตลาดจะเป็นการดีกว่า!
เมื่อได้ยินคำพูดสุดแสนเต็มไปด้วยความมั่นใจของตัวแทนจากตระกูลหย่วน
บรรดาผู้นำตระกูลแห่งแพทย์แผนจีนพื้นบ้านจึงถอนใจออกมาด้วยความโล่ง
ศาสตร์แห่งตระกูลหย่วนนั้นลึกลับเป็นอย่างมาก อย่าว่าแต่ทางมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนการศึกษาเลย แม้แต่ตระกูลอื่นเองก็ยังไม่คุ้นเคยกับศาสตร์เหล่านี้
ยิ่งไปกว่านั้น ความเจริญก้าวหน้าล้วนเป็นไปตามวิทยาศาสตร์ร่วมสมัย ดังนั้นบทเรียนของฝั่งมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนทั้งหลายจึงมักจะอิงจากวิทยาศาสตร์
วิชาอาคมนั้นถือได้ว่าเป็นเพียงทฤษฎีไสยศาสตร์ในทางวิชาการ เป็นไปไม่ได้เลยที่มหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนจะอนุญาตให้มีการเรียนการสอนเรื่องไสยศาสตร์ เพราะพวกเขาไม่คิดว่ามันมีอยู่จริง
เป็นเหตุให้พวกเขาเชื่อว่า มหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนไม่มีทางรู้วิชาเหล่านี้อย่างแน่นอน
นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยรับประกันชัยชนะของแพทย์แผนจีนพื้นบ้านได้
พอคิดได้เช่นนั้น ผู้นำตระกูลทั้งสิบสองจึงยิ้ม ยกมุมปากเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ
“เอาล่ะ!” ผู้นำตระกูลฉินเองก็ยิ้มตามและพยักหน้า “ได้ข้อตกลงกันแล้ว แต่ต่อไป ในด้านของการรักษาไข้และอายุรศาสตร์เองก็ต้องพยายามอย่างถึงที่สุด แม้ว่าจะมีศาสตร์แห่งอาคมรับปร ระกันชัยชนะอยู่ ทว่ายิ่งเราจบศึกนี้ได้เร็วเท่าไร ก็จะยิ่งมีผลดีต่อชื่อเสียงของพวกเราเท่านั้น!”
ทุกคนพยักหน้าตอบรับ
“ดังนั้นพรุ่งนี้ต้องทำให้เต็มที่”
ผู้นำตระกูลฉินจ้องมองไปยังตัวแทนคนถัดไปจากตระกูลหม่า ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งการรักษาไข้ หม่าจิ่งเทา
เขาดูเป็นเด็กหนุ่มสุดแสนธรรมดา ประเภทที่จะไม่โดดเด่นเมื่อยืนท่ามกลางฝูงชน แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกสุดประหลาดแผ่ออกมาจากร่างของเขา ดูเหมือนเรียบง่ายแต่กลับไม ม่เข้าใจ
“พรุ่งนี้ผมจะพยายามให้ถึงที่สุดเพื่อจัดการซูเย่” หม่าจิ่งเทาพยักหน้าให้ผู้นำตระกูลฉิน “แม้ว่าอาจจะไม่ชนะในท้ายที่สุด แต่ผมจะต้องแสดงฝีมือและวิชาเฉพาะทางของตระกูลให้ผู้คนไ ได้รับชม และทำให้โลกรู้ว่าแพทย์แผนจีนพื้นบ้านไม่กระจอก!”
ทุกคนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
นั่นแหละคือเหตุผลของพวกเขา!
เหตุผลที่ลงมือท้าทายการแพทย์แผนจีนของภาครัฐก็เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ยิ่งมีคนรู้จักวงการแพทย์แผนจีนพื้นบ้านเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสให้ภาครัฐส่งมอบการสนับสนุนกับพวกเขา !
ต่อให้ไม่ชนะ ตราบใดที่โลกได้รับรู้ถึงพลังและความสามารถของแพทย์แผนจีนพื้นบ้าน ก็ถือว่ามีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการแล้ว!
……
ฝั่งมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนการศึกษาส่งทุกคนกลับเข้าที่พัก
ไม่มีใครกล้ารบกวนซูเย่ เพื่อมอบเวลาพักผ่อนให้เขาอย่างเต็มที่สำหรับการเตรียมตัว
แต่ที่จริงซูเย่ไม่ได้ตั้งใจจะพักผ่อน กลับวางแผนให้ข่งอวี้โจวเข้ามาพบเป็นครั้งแรก
เย็นวันนั้น
ข่งอวี้โจวมุ่งหน้าเข้ามาในโรงแรมเพื่อพบกับซูเย่
“ยังอยู่ระหว่างการแข่งขันกับพวกแพทย์แผนจีนพื้นบ้านอยู่ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงเรียกให้ฉันมาถึงที่นี่? ยาหมด?”
เมื่อเห็นซูเย่ ข่งอวี้โจวจึงรีบเอ่ยถาม
“มีเรื่องสำคัญน่ะ” ซูเย่ยิ้มออกมาและส่งสัญญาณให้ข่งอวี้โจวนั่งลง
หลังจากข่งอวี้โจวนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ซูเย่จึงกล่าวออกมา “ผมคิดว่าจะเริ่มกิจการนวดกดจุดสำหรับเด็ก”
“นวดกดจุดสำหรับเด็ก?” ข่งอวี้โจวผงะ จากนั้นเอ่ยถามต่อ “นายหมายถึงเพื่อดูแลสุขภาพหรือเพื่อทำการรักษา?”
“การนวดกดจุดแบบธรรมชาติแท้ ๆ แล้ว ถึงจะบอกว่าเพื่อดูแลสุขภาพ แต่ที่จริงเป็นการรักษา” ซูเย่พยักหน้า
ข่งอวี้โจ้วก้มหัวลง สมองแล่นทำงานอย่างรวดเร็ว คำนวณรายรับรายจ่าย ผลกำไร และแนวโน้มความต้องการของตลาด
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับตาเบิกกว้างเป็นประกาย
“เป็นแผนที่ดี” ข่งอวี้โจวกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น “การนวดกดจุดสำหรับเด็กดูมีศักยภาพ”
“เหล่าผู้ปกครองหนุ่มสาวสมัยนี้มักจะให้ความสนใจกับสุขภาพของลูกเป็นอย่างมาก เมื่อมีอาการป่วยใด ๆ พวกเขาจะไม่กล้าพาไปรักษาและรับยาจากโรงพยาบาล เพราะเกรงว่าจะทำให้มีผลข้างเคียงตก กค้างต่อลูก และมักจะเลือกการรักษาแบบอนุรักษ์นิยมแทน”
“ปัจจุบันได้มีธุรกิจเกี่ยวกับแม่และเด็กเกิดขึ้นมากมาย ทว่ากำลังคนในธุรกิจเหล่านั้นก็ขาดแคลน หลายครั้งพวกเขาทำได้เพียงบรรเทาอาการเล็กน้อย แต่ช่วยรักษาให้หายดีไม่ได้ นี่แหละค คือโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยมีใครลงมือทำมาก่อน!”
“ไม่มีบริษัทชั้นนำอยู่ในตลาด มีเพียงธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก นี่แหละคือโอกาสของพวกเรา!”
“ใช่แล้ว!”
ซูเย่ยิ้มและพยักหน้า
“นี่จะกลายเป็นหนทางทำเงินได้อย่างดี แต่มีปัญหาอยู่ที่การสร้างชื่อเสียงให้ใหญ่โตนี่สิ”
ข่งอวี้โจวลุกยืนขึ้น เดินวนไปมาครุ่นคิดอยู่สองสามรอบ จากนั้นกล่าวออกมาหน้าเครียด “เรื่องยากที่สุดก็ยังคงเป็นด้านบุคลากรอยู่ดี หากจะลงมือฝึกด้วยตัวเอง เริ่มตั้งแต่ศูนย์ ก็ หาทีมงานที่เป็นผู้สอนได้ค่อนข้างยาก ต่อให้เราทำงานในด้านการแพทย์ แต่การนวดกดจุดสำหรับเด็ก ถือว่าเป็นศาสตร์ที่เฉพาะทางมากพอสมควร”
“ผมคิดล่วงหน้าเอาไว้แล้วครับ” ซูเย่ยิ้ม พยักหน้าและกล่าวต่อ “ในสิบสามตระกูลแพทย์แผนจีนพื้นบ้าน มีตระกูลหลี่ที่เชี่ยวชาญในกุมารเวชศาสตร์อยู่ และตระกูลเว่ยที่เชี่ยวชาญในศา าสตร์แห่งการนวดกดจุด พวกเขามีกำลังคนมากมาย หากร่วมงานกับพวกเขาล่ะก็ จะเรื่องบุคลากรหรือครูฝึก ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป”
“แพทย์แผนจีนพื้นบ้าน?” ข่งอวี้โจวผงะไปและเอ่ยถาม “ไม่ใช่ว่านายแข่ง เพราะอยากกำจัดพวกเขาหรอกเหรอ?”
“นี่มันยุคสมัยไหนแล้วครับ? ทำแบบนั้นไปก็ไม่ได้อะไร” ซูเย่ตอบ “หากร่วมมือกันก็มีแต่ได้กับได้ เพื่อสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นให้กับแพทย์แผนจีน”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ทันใดนั้นได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ตายยากจริง พูดถึงก็มาเลย”
ซูเย่ลุกขึ้นไปเปิดประตูด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเปิดออก
ผู้ที่ยืนอยู่คือหลี่เผียวชุนและเว่ยเย่ชิง ที่เพิ่งพ่ายแพ้ให้กับซูเย่
“เข้ามาก่อนสิ” ซูเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่รับสินบน ถ้าอยากจะเล่นสกปรกเพื่อช่วยให้นายชนะล่ะก็ พวกเราไม่เอาด้วยหรอก”
เมื่อก้าวเท้าเข้ามา หลี่เผียวชุนก็มองไปรอบ ๆ ห้อง
เว่ยเย่ชิงยิ้มเจื่อน แกแพ้ไปแล้ว จะให้เขาสินบนอะไร!
“เอ๊ะ? นี่คือ?” หลี่เผียวชุนเห็นข่งอวี้โจวอยู่ในห้อง เขาจึงชะงักไป
“สวัสดี ฉันคือผู้จัดการของเภสัชกรรมกู่เต๋อ ชื่อข่งอวี้โจว” ข่งอวี้โจวนำนามบัตรออกมาและยื่นให้ทั้งสอง
“เภสัชกรรมกู่เต๋อ?”
ดวงตาของหลี่เผียวชุนเป็นประกายเมื่อได้ยิน เขารีบดึงเว่ยเย่ชิงให้นั่งลงบนโซฟา
“สมกับที่เป็นเจ้าของกิจการบริษัทใหญ่โต พักโรงแรมหรูสมกับเป็นผู้บริหาร”
เพียงนั่งลง หลี่เผียวชุนก็ยิ้ม กล่าวเยินยอซูเย่ที่กำลังเดินกลับมานั่ง
“ถูกต้อง” ซูเย่พยักหน้าตาม “ฉันเป็นเจ้าของธุรกิจให้ และช่วยหาผู้ลงทุนได้ พวกนายช่วยกันสร้างบุคลากรมาทำหน้าที่ เราสามคนทำงานด้วยกัน จะได้ขยายกิจการอย่างรวดเร็วจนครองตลาด”
“เออ! เห็นฉันโง่เหรอ? พวกแกสองคน? พวกแกรวมหัวกันเหรอ!” หลี่เผียวชุนตบโต๊ะอย่างเดือดดาล “พวกแกใช้ความคิดของฉัน ใช้วิชาของตระกูลฉัน แล้วยังจะใช้คนของฉันอีก เห็นฉันโง่ หรืออย่างไร? ทุกอย่างเป็นของฉัน! ทำไมต้องร่วมมือด้วย!”
“ดูนี่ก่อนสิ”
ซูเย่นำสมุดที่เขียนเองออกมาสองเล่ม และส่งไปให้กับหลี่เผียวชุน
เมื่อมองดู
เล่มแรกคือ ‘ตำราเด็กเล็ก’ ของเฉียนหยี่
และอีกเล่มคือ ‘ตำรายี่สิบบทของการนวดแห่งจักรพรรดิเหลือง’
พอได้เห็นเล่มที่สอง เว่ยเย่ชิงกล่าวออกมาทันทีว่า “ไม่ใช่ว่าต้องเป็นสิบบทเหรอ?”
“ลองเปิดดูข้างหลังสิ” ซูเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
เว่ยเย่ชิงเปิดอ่าน และก็ต้องอึ้งไป ทำไมถึงได้มีเพิ่มมาอีกสิบบท?
ไม่ใช่ว่ามีเพียงสิบบทที่ถูกสืบทอดต่อกันมาเหรอ?
หลี่เผียวชุนเองก็อึ้งไปเช่นเดียวกัน จดจ่ออยู่กับหนังสือในมือจนไม่สามารถละสายตาได้
นี่มันอะไรกัน?
นี่คือตำราเด็กเล็กที่สูญหายไปของเฉียนหยี่ เทพพระเจ้าด้านกุมารเวชศาสตร์ในตำนานจากประวัติศาสตร์!
ซูเย่มีอยู่ได้อย่างไร!
“เป็นไง ทีนี้ก็ไม่ใช่นายคนเดียวที่มีวิชา ฉันเองก็มีบ้างแล้วนะ? แถมยังเป็นวิชาที่หายสาบสูญไปอีกด้วย”
ซูเย่กล่าวต่อโดยยังไม่หุบยิ้ม “ถ้าหากยอมร่วมมือทำงานกับฉัน หนังสือเล่มนี้จะเป็นของนาย”
หลี่เผียวชุนนำหนังสือมากอดไว้ เลิกพูดถึงเรื่องให้หรือไม่ให้ความร่วมมือ เอ่ยถามซูเย่ด้วยตาโตเป็นประกาย
“ผู้ลงทุนที่พูดก่อนหน้านี้หมายถึงอะไร?”
ซูเย่ยังยิ้มอยู่ ตอบออกมาว่า “พ่อตาฉันรวย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
หลี่เผียวชุนและเว่ยเย่ชิงตะลึงไปในตอนแรก จากนั้นทั้งคู่ยกนิ้วหัวแม่มือให้กับซูเย่พร้อมกัน
“ไม่คาดคิดเลย อายุเพิ่งแค่นี้เอง” หลี่เผียวชุนกล่าวด้วยน้ำเสียงอิจฉา จากนั้นเอ่ยถามออกมาต่อ “เรื่องนั้นพอก่อน แล้วถ้าหากร่วมมือ จะแบ่งกันอย่างไร?”
“สี่หุ้น พวกเราสามคน คนละ 30% ข่งอวี้โจว 10% “
ซูเย่กล่าวออกมา
เมื่อได้ยิน ข่งอวี้โจวก็ตะลึงไป
มองไปหาซูเย่ สายตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง เขาไม่เคยคาดคิดว่าซูเย่จะแบ่งให้ถึง 10%
เขารู้สึกว่าเป็นพนักงานชั่วคราวมาตลอด
ซูเย่กล่าวต่อ “เพิ่มเติม ถึงแม้ว่าจะถือหุ้นเท่ากัน แต่ฉันขอสิทธิ์ในการมีอำนาจยับยั้ง และมีคะแนนเสียงเวลาออกความเห็นกันเกิน 50%”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เซียนอมตะ 2,500 ปี [我只有两千五百岁]