“เสียขา”
เสียงหวานครางกระเส่า เรียวขาโอบรัดเอวสอบไว้แน่น ปากบางห่อเป็นตัวโอเมื่อคนที่อยู่บนร่างขยับกายกระแทกกระทั้นรุนแรงขึ้น
เตียงนุ่มขยับไหวยวบ หัวเตียงกระแทกกับพนังห้องดังกึกๆ แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะกำลังจมอยู่กับบทเพลงสวาทของกันและกัน
“เสียขา เนยใกล้แล้วค่ะ ซี้ดดด”
หญิงสาวผิวขาวผ่องสูดปากราวกับกำลังกินของเผ็ดร้อน ขาที่เคยรัดเอวสอบคลายลง ก่อนจะอ้าออกกว้างให้ เสี่ย เข้ามาได้ลึกขึ้น
“ขมิบหน่อย”
“อ๊า!”
“รัดฉันอีกเนย”
เสียงทุ้มบอกย้ำ เมื่อสาวเจ้าเอาแต่จมอยู่กับอารมณ์ของตัวเอง จนหลงลืมหน้าที่ที่ต้องปรนนิบัติเขา
“ไม่ไหวแล้วค่ะเสี่ย อ๊ะ อ๊า!”
ภายในกระตุกตอดรัด พิธานหลับตาลงเพื่อซึมซับความรู้สึกนั้น แต่เพียงไม่นาน... กล้ามเนื้อภายในของอีกฝ่ายก็คลายตัวเหมือนเดิม
ตาคมลืมขึ้น มองไปยังร่างอวบอิ่มที่หลับตานอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่าง เธอเสร็จสมแล้ว แต่เขายัง และไม่มีวี่แววว่าจะถึง
พิธานขยับกายออกห่าง ท่อนลำที่ยังแข็งขืนหลุดออกจากช่องทางของอีกฝ่าย เนยพลิกตัวตะแคงข้างหันหลังให้ ก่อนจะหลับไปทันที
ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ที่เด็กที่เขาเลี้ยงไว้คนนี้ตอบสนองได้ไม่เหมือนเมื่อก่อน เธอไม่ค่อยเอาใจเขา ไม่สนใจความต้องการของเขา และบางครั้งเธอก็หนีหลับไปก่อนดื้อๆ แบบนี้
พิธานเลี้ยงเด็กคนนี้มานานราวสองปีเศษ จำได้ว่าเขาเจอเนยที่ผับแห่งหนึ่ง ทั้งรูปร่างและหน้าตาของเธอทำให้เขารู้สึกถูกใจมาก และเธอเองก็ดูจะถูกใจเขาไม่น้อยเหมือนกัน เพราะหลังจากนั้นเธอก็เดินเข้ามาหา แล้วพวกเราก็มีวันไนท์แสตนด์ที่เร่าร้อนด้วยกันจนเกือบเช้า
มันเป็นเซ็กซ์ที่วิเศษกว่าที่คาดหวังไว้ ตอนนั้นเนยอายุแค่ยี่สิบเอ็ด แต่กลับมีประสบการณ์ที่น่าทึ่ง พิธานรู้สึกติดใจจึงถามออกไปว่าเธอต้องการจะมาเป็นเด็กของเขาไหม พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่มีฝ่ายใดต้องเสียเปรียบให้ แล้วเธอก็ตกลง
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ สองปีกว่าๆ มันคงเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกินไปสำหรับความสัมพันธ์ที่มีแต่เซ็กซ์แบบนี้ เขายังไม่ได้เบื่อเนย แต่เป็นอีกฝ่ายมากกว่าที่เริ่มเบื่อเขา เพราะความเอาอกเอาใจที่เคยมีลดน้อยลง รวมถึงเซ็กซ์ที่แย่ขึ้นทุกวัน
พิธานแค่รอเวลา รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน ถึงเวลานั้นเมื่อไหร่เขาก็พร้อมจะปล่อยเธอไป เหมือนที่เขาเคยปล่อยผู้หญิงคนอื่นๆ ไปเมื่อเธอเหล่านั้นต้องการอิสระ
ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อลุกขึ้นยืน เขารูดถุงยางออกจากท่อนเนื้อที่ยังแข็งเหมือนหินทิ้งลงถังขยะ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป
.
.
“ไม่ได้งานอีกแล้วเร๊อะ!”
“แล้วเจ้จะตอกย้ำฉันทำไมเล่า”
ดอกแก้ว หญิงสาววัยยี่สิบสองย่างยี่สิบสามปีนั่งหน้างอ ตั้งใจจะมาหาที่ปรึกษา ไม่ใช่คนซ้ำเติม
เธอเรียนจบมาได้ครึ่งปีแล้ว แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้งานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง เกียรตินิยมอันดับหนึ่งไม่ได้ช่วยอะไรเลยเพราะเธอไม่มีประสบการณ์ทำงานมาก่อน งานแปลเอกสารที่รับทำตั้งแต่สมัยเรียนก็เริ่มไม่มั่นคง คนจ้างน้อยลงตามสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างกลับเพิ่มมากขึ้น เงินที่เคยมีเก็บร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ ถ้าสิ้นปีนี้ยังไม่ได้งานประจำทำ เธอคงต้องย้ายออกจากอพาร์ทเมนต์ที่อยู่ปัจจุบัน แล้วไปหาห้องเช่าที่ราคาถูกกว่าอยู่แทน และก็ต้องเสี่ยงเจอพวกขี้เหล้าขี้ยาตามราคา ซึ่งเธอก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้วันนั้นมาถึงเลย
“งานสมัยนี้มันหายาก แกดูเศรษฐกิจสิ ไม่ค่อยมีใครอยากรับคนเพิ่มหรอก มีแต่จะไล่ออกเพื่อลดค่าใช้จ่าย”
“รวมถึงที่ผับเจ้ด้วยเหรอเจ้น้ำ”
“โอ้ย! อย่าพูดถึงเลย!” เสียงแหลมสูงปรี๊ด โบกพัดในมือไปมาเพื่อคลายความร้อนเนื้อร้อนใจ “แขกมาเที่ยวน้อยลงทุกวัน ฉันยังไม่รู้ตัวเลยว่าจะถูกเด้งออกวันไหน”
“เฮ้อ! ขนาดงานในผับยังลำบากแบบนี้ สงสัยฉันคงต้องไปทำงานร้านสะดวกซื้อแล้วล่ะมั้ง”
“ถ้าคิดว่าทำไหวก็ลองดู” เจ้น้ำไม่ห้ามปราม ทั้งยังสนับสนุน “แต่ถ้าไม่อยากลำบาก เจ้มีงานดีๆ มาแนะนำให้แก”
“งานอะไร เงินดีหรือเปล่าเจ้?”
“ก็ดี งานสบาย แต่...”
“แต่อะไรเจ้?”
.
น้ำก็แนะนำอะไรมากไม่ได้ ชีวิตเธออยู่แต่ในที่อโคจร ถ้าจะแนะนำได้ ก็มีแต่อาชีพแบบนั้น...
“ก็มันจริงนี่...”
“ไม่จริงเสมอไปหรอก” น้ำเถียงทันควัน มือเรียวดันคางของดอกแก้วขึ้นเพื่อให้หญิงสาวได้สบตากับตัวเอง “ฟังเจ้นะดอกแก้ว เจ้เสียตัวครั้งแรกให้แฟนเจ้ คนที่บอกว่ารักเจ้นักรักเจ้หนา บอกว่าได้เจ้แล้วจะให้พ่อแม่มาขอ แต่สุดท้ายพอเจอคนใหม่มันก็ทิ้งเจ้ไปแทบไม่เห็นฝุ่น”
“เจ้...”
“เจ้พิสูจน์แล้วว่าความบริสุทธิ์มันไม่ได้ทำให้ผู้ชายมักมากเลิกสำส่อน และก็ไม่ได้ทำให้ผู้ชายเทิดทูนเราเหมือนที่เรามโนไว้ด้วย”
“.....”
“ในเมื่อพวกผู้ชายยังไม่เคยสนว่าตัวเองจะนอนกับใครมาบ้าง แล้วผู้หญิงอย่างเราจะสนไปทำไม? หรือถ้าแกจะรอให้มีผู้ชายมาขอแต่งงาน ก่อนแต่งแกก็ลองถามดูว่ามันยังซิงอยู่หรือเปล่า เจ้เอาหัวเป็นประกันเลยว่าต้องเคยขึ้นครูมาแล้วแน่ๆ”
“.....”
“ลองคิดดูนะ ว่าแกอยากเสียตัวให้ผู้ชายที่ไม่เห็นค่า หรืออยากจะเสียตัวแล้วสบายไปทั้งชาติถ้ารู้จักเก็บออมเงินที่เสี่ยเขาให้”
“ฉัน...”
“เอาเถอะ เจ้ไม่ได้บังคับ ก็แค่แนะนำทางเลือกให้เผื่อว่าแกจะสนใจ เจ้เห็นแกมาตั้งแต่เพิ่งขึ้นมหาวิทยาลัยปีแรกๆ ทั้งทำงานและเรียนหนักจนหัวฟู ก็เลยอยากเห็นแกสบายบ้าง”
“ขอบใจเจ้มากนะ แต่ฉัน... ไม่สนใจจริงๆ”
น้ำได้ฟังแบบนั้นก็ยิ้มบาง มือเรียวลูบผมนุ่มสลวยของหญิงสาวรุ่นน้องเบาๆ
“เป็นเด็กดีจังนะดอกแก้ว เจ้ขอให้แกได้เจอผู้ชายดีๆ ให้สมกับความดีของแกก็แล้วกัน”
พูดจบร่างบางก็ลุกขึ้นจากม้าหินอ่อนและเดินสะบัดก้นจากไป ดอกแก้วมองตามเจ้น้ำจนลับสายตา ก่อนตากลมจะหลุบลงมองมือตัวเอง สิ่งที่เจ้น้ำพูดวนเวียนอยู่ในหัวครู่ใหญ่ แต่สุดท้ายแล้วเธอก็สลัดมันทิ้งไป
“ทางลัดมันไม่มีอยู่จริงหรอกดอกแก้ว ตั้งใจหางานต่อไปเถอะ มันต้องมีซักที่สิที่รับเธอ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เด็กเสี่ย NC-25