โอวจินตกตะลึงอยู่นาน แม้ว่าทักษะของเฉินมู่จะเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ แต่ก็ยังเป็นคนที่ฮั่วหยุนเซียวชื่นชอบอยู่ดี แต่เธอก็ไม่ควรถูกคนที่นี่กลั่นแกล้งหรือเปล่าล่ะ?
ก่อนที่เขาจะมีเวลาคิดหาทางแก้ไข ก็มีเสียงโห่ร้องมากมายบนฟลอร์เต้นรำดังขึ้นแทรก พร้อมคำพูดเย๊าะเย้ยของหญิงสาวในอ้อมกอดที่ดังเข้าหู “ลู่ซีเจ๋อและเฉินชิงเสวี่ยมีความสัมพันธ์ที่ดีมากนะคะ ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ แล้ว ต้องจูบให้ดูแล้วแหละ”
กลุ่มคนผลักเฉินชิงเสวี่ยกับลู่ซีเจ๋อไปให้เขยิบไปใกล้กัน แถมยังตะโกนโห่ร้อง “แต่งเลย! แต่งเลย! แต่งเลย!”
เฉินชิงเสวี่ยกอดแขนของลู่ซีเจ๋อด้วยท่าทางเขินอาย แล้วตอบกลับ “พวกเธออย่าพูดซี้ซั้วสิ เสียงดังน่ารำคาญจะตาย…”
ลู่ซีเจ๋อมองดูท่าทางเขินอายของเฉินชิงเสวี่ยโดยไม่ตา จากนั้นก็จูบหล่อนที่บนใบหน้า ก่อนที่จะตะโกนตอบ “พอแล้ว พอแล้ว! เดี๋ยวจะประกาศให้รู้อย่างเป็นทางการเอง!”
ในห้องจัดเลี้ยง ซู่หรูหลานก้าวขึ้นไปบนเวที หล่อนกระแอมเป็นเชิงขอพูดเปิดงาน “วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของชิงเสวี่ย ดิฉันจึงขอใช้โอกาสนี้แบ่งปันความสุขให้กับทุกคนค่ะ! เราทั้งสองตระกูลได้ตัดสินใจกันแล้ว ชิงเสวี่ยและลู่ซีเจ๋อลูกชายคนเดียวของตระกูลลู่ได้เลือกวันหมั้นกันไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนการ์ดเชิญก็จะถูกส่งถึงมือของทุกท่านในเร็ว ๆ นี้นะคะ!”
มีเสียงปรบมือดังสนั่นจากผู้คนในงานเลี้ยง เฉินชิงเสวี่ยที่ยืนอยู่ข้างลู่ซีเจ๋ออย่างเขินอายมองไปยังเฉินมู่ที่ไม่สนใจอะไร พลันนัยน์ตาของเธอก็ส่องประกายด้วยชัยชนะออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ไม่ว่าเฉินมู่จะมีเล่ห์กลอะไร ลึก ๆ แล้วยัยนั่นคงไม่อยากเห็นพวกเขาแต่งงานกันหรอกใช่ไหม?
เฉินชิงเสวี่ยขยิบตาให้เพื่อนสนิทในฝูงชน มีคนคนหนึ่งเปล่งเสียงเอ่ยถามดังลั่น “ฉันได้ยินมาว่าคุณหนูเฉินคือคนได้สัญญาการแต่งงานกับคุณชายลู่ไม่ใช่เหรอ?!”
สีหน้าของเฉินชิงเสวี่ยเปลี่ยนไปทันที เธอทำทีเหลือบมองลู่ซีเจ๋ออย่างไม่พอใจ จากนั้นค่อยมองไปที่เฉินมู่ เธอเอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงเบา “พี่สาว…”
เฉินชิงเสวี่ยคิดว่า การที่พวกเขาประกาศหมั้นในที่สาธารณะจะทำให้เฉินมู่คนงี่เง่าคนนี้ไม่สามารถรบกวนลู่ซีเจ๋อได้อีกต่อไปอย่างแน่นอน
และในเวลานั้น เธอคิดจะแจ้งให้ทุกคนทราบเกี่ยวกับความสกปรกของเฉินมู่! อีกทั้งยังต้องการทำให้เฉินมู่อับอาย เพื่อผลักไสไล่ส่งออกจากบ้าน!
“ใช่ ฉันก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน พวกเขาสองคนรักกันไม่ใช่เหรอ?”
“แม่ของเฉินมู่ที่ล่วงลับไปแล้วเป็นคนตัดสินใจไว้ แต่แล้วทำไมตอนนี้คนที่หมั้นถึงกลายเป็นเฉินชิงเสวี่ยได้ล่ะ?”
“เฉินชิงเสวี่ยเป็นเหมือนเจ้าหญิงตัวน้อย! อีกทั้งยังสวยมาก แต่งงานกับหล่อนต้องดีกว่าเฉินมู่แน่นอน!”
“ถูกต้อง เฉินมู่หล่อนเองก็ไม่พูดอะไร พอมองดูชัด ๆ แล้วรอยแผลเป็นบนใบหน้าของหล่อนก็ดูน่ากลัวนะ”
โอวจินมองไปทางฝั่งเฉินมู่ที่กำลังนั่งอยู่นอกฝูงชน มีสายตาจำนวนนับไม่ถ้วนมองมาที่เฉินมู่ราวกับดาบคม
เขาทนไม่ไหวแล้ว ดังนั้นจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วส่งข้อความถึงฮั่วหยุนเซียว “ดูเหมือนว่าตระกูลเฉินกับตระกูลลู่จะบังคับให้เฉินมู่ถอนหมั้นต่อหน้าสาธารณชนกลางงานเลี้ยงวันเกิดของเฉินชิงเสวี่ย”
“พี่...” เฉินชิงเสวี่ยดูเศร้าโศก และทำอะไรไม่ถูก
เฉินมู่เอนตัวลงบนโซฟาดูเฉินชิงเสวี่ยโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า จากนั้นก็ถามเสียงเบา “ยังรู้สำนึกอยู่เหรอว่าฉันเป็นพี่สาวของเธอ?”
เฉินชิงเสวี่ยย่อตัวเข้าไปในอ้อมแขนของลู่ซีเจ๋อ พร้อมแสร้งว่ากลัวเล็กน้อย “พี่ ฉันกับซีเจ๋อ…”
“ที่นี่มีแต่เธอกับซีเจ๋อตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ?” เฉินมู่กัดฟันพูดคำว่า “กับ” และพูดต่อว่า “ถ้าฉันจำไม่ผิด ลู่ซีเจ๋อกับฉันเรามีสัญญาการแต่งงานกัน ตอนนี้เรายังไม่ได้ถอนหมั้นกันเลย เธอจะหมั้นกับลู่ซีเจ๋อแล้วงั้นเหรอ? นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้วเนี่ย? เธอถึงได้กล้าขโมยกันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้?”
“เฉินมู่! หุบปาก!” ลู่ซีเจ๋อตะคอก “คนที่ผมรักคือเสวี่ยเอ๋อ ไม่ใช่คุณ! อีกอย่างผมจะไม่แต่งงานกับคุณด้วย! หยุดสร้างปัญหาซะเถอะ!”
มีการถกเถียงกันมากมายในหมู่ผู้คน เดิมทีได้ยินเพียงว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเฉินไม่มีความรู้สึกอะไรเหลืออยู่แล้ว แต่วันนี้เธอกลับตบหน้าแม่เลี้ยงของตัวเองอย่าง ซู่หรูหลาน ต่อหน้าสาธารณชน ทำให้เกิดการขุ่นเคืองกันแม้กระทั่งตระกูลลู่เองด้วย คนพวกนี้จะมาแสดงละครอะไรกันเนี่ย? พี่น้องสองคนจับผู้ชายคนเดียวกันเหรอ?
ลู่ซีเจ๋อพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เสี่ยวมู่ เราสองตระกูลได้ตัดสินใจถอนหมั้นแล้ว วันนี้พ่อของผมจะมาที่นี่ด้วย และตกลงเรื่องนี้ร่วมกัน ไม่ว่าคุณจะพูดอะไร การแต่งงานจะต้องถูกยกเลิกแน่นอน! คุณไม่ต้องมาโวยวายแล้ว อย่างน้อยคุณก็ยังเหลือพื้นที่ให้กับใบหน้าตัวเองอยู่”
เฉินมู่เยาะเย้ย “ทั้งสองตระกูลตัดสินใจแล้วงั้นเหรอ? สัญญาการแต่งงานคือเรื่องระหว่างคุณกับฉัน คุณและทุกคนตัดสินใจแล้ว แต่กลับไม่ได้แจ้งให้ฉันทราบเลย สรุปแล้วว่าคนที่มีสัญญาการแต่งงานคือฉัน แม่เลี้ยงของฉัน? หรือพ่อของคุณกันแน่เหรอ?”
“เฉินมู่!” เฉินลี้ซานดุเธอ “หุบปากเดี๋ยวนี้!”
เฉินชิงเสวี่ยดีใจมากที่พ่อของเธอดุเฉินมู่ถึงสองครั้ง เรื่องนี้ตัดสินใจไปแล้ว แต่เฉินมู่ก็ยังคงคลั่งไคล้ในตัวของลู่ซีเจ๋อ ถึงแม้ว่าจะถอนหมั้นไปแล้วก็ตาม!
เฉินชิงเสวี่ยทำหน้าเศร้าขอโทษทันที “พี่คะ ฉันขอโทษสำหรับเรื่องนี้ ถ้าพี่ไม่พอใจอะไรก็บอกฉันมา อย่าไปตำหนิซีเจ๋อเลย…”
“เสวี่ยเอ๋อ คุณไม่ต้องขอโทษหรอก เรื่องนี้คุณไม่ผิด” ลู่ซีเจ๋อกอดเฉินชิงเสวี่ยอย่างเห็นใจ
โอวจินรีบส่งข้อความทางวีแชท “หยุนเซียว เฉินมู่จะเป็นเป้าหมายของสาธารณชนแล้ว นายจะสนหรือไม่สนห๊ะ!”
ทางฝั่งฮั่วหยุนเซียวนั้นใช้มือพิมพ์หาคำในโทรศัพท์ เขาไม่ได้ฟังรายงานของสถานการณ์ที่ตัวแทนสำนักงานรายงานเลย คำสักคำก็ไม่ได้ยิน ในหัวสมองตอนนี้มีแต่คำพูดของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้น
ในตอนนี้ เธอน่าจะยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนอย่างโดดเดี่ยว และไร้หนทางใช่ไหม?
เฉินมู่ยิ้มเหยียดพร้อมพูดเยาะเย้ย “แกรู้สึกเสียใจกับฉันงั้นสินะ แม้แต่คุณหนูจ้าวยังบอกเลยว่าฉันไม่ควรอยากได้สิ่งของของเพื่อนหล่อน แต่นี่เราเป็นพี่น้องกัน แกก็ยังกล้าคบหากับคู่หมั้นในอนาคตของฉัน ไหนพูดมาสิ ว่าแกรู้จักคำว่าไร้ยางอายบ้างไหม!”
เฉินชิงเสวี่ยกำลังจะร้องไห้ออกมา “แต่... แต่เธอก็เห็นชัดเจนแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับซีเจ๋อ และเธอเองต่างหากที่เป็นคนคุยกับผู้ชายคนอื่นก่อน…”
คำพูดที่ลังเลเหล่านี้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของผู้คนให้ตื่นขึ้นในพริบตา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่อีกครั้งกับยัยขี้เหร่