หัวเราะอยู่ดี ๆ น้ำตาของเฉียวสือเนี่ยนก็ไหลออกมา
ฉากที่ถูกทุบตี ดุด่า และถูกทรมานในตอนที่ป่วยทางจิตเมื่อชาติก่อน วาบผ่านอยู่ตรงหน้าอย่างไม่ขาดสาย
พยาบาลรับจ้างที่ดูแลเธอดูเหมือนจะแข็งแกร่ง จนสามารถดึงผมและลากเธออกไปได้
แล้วก็ยังสามารถคว่ำโจ๊กเพียงชามเดียวของเธอด้วยฝ่ามือเดียว
แถมตอนที่เธอปฏิเสธจะกินยา ก็บีบปากของเธออย่างรุนแรง บังคับยัดยาเข้าไปในลำคอของเธอ...
เฉียวสือเนี่ยนคิดมาตลอดว่าโรงพยาบาลจิตเวชตั้งใจให้พยาบาลรับจ้างทรมานเธอ เพื่อเอาใจฮั่วเยี่ยนฉือ
แต่เธอคิดไม่ถึงเลยว่า ผู้หญิงที่ราวกับปีศาจในชาติก่อนคนนั้น กลับกลายเป็นญาติของป๋ายอีอี!
ดังนั้น เมื่อชาติก่อนตอนที่เธออยู่โรงพยาบาลจิตเวชอย่างน่าเวทนาเช่นนั้น จึงล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของป๋ายอีอี
เมื่อนึกถึงตัวเองได้รับการกระทำที่โหดร้าย และทุกข์ทรมานจากมะเร็งกระเพาะอาหารเหล่านั้น เฉียวสือเนี่ยน แทบอยากจะบีบคอป๋ายอีอีให้ตายในทันที
ทำไมเธอถึงได้โหดเหี้ยมแบบนี้!
เห็นได้ชัดว่าฮั่วเยี่ยนฉือรักเธอขนาดนั้นแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเพื่อเธอแล้ว ฮั่วเยี่ยนฉือถึงกับส่งเธอเข้าโรงพยาบาลจิตเวช
ทำไมป๋ายอีอีถึงยังไม่ยอมปล่อยเธอไป และต้องใช้วิธีการที่โหดร้ายทำร้ายเธอด้วย!
ฮั่วเยี่ยนฉือมองเฉียวสือเนี่ยนที่อยู่บนพื้น
แม้เธอเสนอให้ถือสายสนทนาไว้ แต่เขาก็ยังกังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น จึงตามขึ้นมา
คิดไม่ถึงว่า พอออกมาจากลิฟท์ก็เห็นเข้ากับภาพที่เฉียวสือเนี่ยนบีบคอคนอยู่
เวลานี้เธอนอนอยู่ในกองผลไม้ที่กระจัดกระจาย ดวงตาแตกสลาย ร่างกายราวกับสูญเสียเรี่ยวแรงทั้งหมดไป และม้วนตัวขดเป็นวงกลม
เห็นได้ชัดว่าใบหน้ากำลังยิ้ม ทว่าน้ำตากลับไหลออกมาราวกับน้ำอย่างไม่ขาดสาย
ราวกับประสบกับเรื่องที่ทำให้ทุกข์ทรมาน ใบหน้าเล็กจึงมีร่องรอยของความเกลียดชังและอาฆาตแค้นอย่างไร้ที่สิ้นสุดอยู่
แปลกมาก ที่ในใจของฮั่วเยี่ยนฉือไม่ได้โกรธเพราะความบ้าคลั่งของเธอ แต่กลับเป็นความเจ็บปวดและโศกเศร้ามากกว่า
“เยี่ยนฉือ...”
ตอนฮั่วเยี่ยนฉือกำลังจะเข้าไปพยุงเฉียวสือเนี่ยน ก็ได้ยินป๋ายอีอีเรียกหาอย่างอ่อนแรง
เมื่อเห็นถึงศีรษะที่เต็มไปด้วยเลือดของป๋ายอีอี และลำคอที่ถูกเฉียวสือเนี่ยนบีบจนแดง ฮั่วเยี่ยนฉือก็ตะโกนเรียกผู้หญิงที่อยู่ด้านข้างอย่างตะลึงงันขึ้นมา “ไปเอากล่องปฐมพยาบาลมา!”
ผู้หญิงคนนั้นค้นหากล่องยาอย่างรีบร้อนใจ
ฮั่วเยี่ยนฉือพยุงป๋ายอีอีให้นั่งลง จากนั้นก็เดินมาตรงหน้าเฉียวสือเนี่ยน
เขาดึงแขนของเธอเล็กน้อย “ลุกขึ้นมา”
ร่างกายของเฉียวสือเนี่ยนอ่อนปวกเปียก ตอนที่เขาดึงแขนของเธอ ก็รู้สึกเหมือนกำลังจับตุ๊กตาที่ไร้ชีวิตอยู่
จู่ ๆ ฮั่วเยี่ยนฉือก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
“เฉียวสือเนี่ยน ไม่ใช่ว่าเธอขึ้นมาเพื่อขอโทษเหรอ เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก?” เขาขมวดคิ้วถาม
เวลานี้เมื่อเฉียวสือเนี่ยนได้ยินเสียงของเขาแล้ว ดวงตาของเธอก็เริ่มปรับโฟกัส และร่างกายก็ค่อย ๆ มีแรงขึ้นมา
น่าแปลก ที่ฮั่วเยี่ยนฉือรู้สึกโล่งใจ
“ฮั่วเยี่ยนฉือ หลังจากหย่าแล้ว คุณจะคบกับป๋ายอีอีเหรอ? ” เฉียวสือเนี่ยนถาม
เสียงของเธอแหบแห้ง ในน้ำเสียงก็ฟังไม่ออกถึงอารมณ์ใด ๆ
คิ้วเข้มของฮั่วเยี่ยนฉือขมวดเข้าหากันอีกครั้ง และถามกลับ “แค่เพราะเรื่องนี้ เธอถึงกับจะเอาชีวิตคนเขาเหรอ?”
“ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าไม่เป็นไร เธอค่อนข้างมีนิสัยเหมือนเด็ก อยากทำอะไรก็ทำ แค่อาละวาดออกมาก็ไม่เป็นไรแล้ว”
ความหมายของป๋ายอีอีชัดเจนมาก ‘เพราะการตำหนิของฮั่วเยี่ยนสือ ทำให้เฉียวสือเนี่ยนโกรธมากจึงลงมือจะฆ่าเธอ’
ฮั่วเยี่ยนฉือไม่ได้เอ่ยอะไร เขามักจะรู้สึกว่าเฉียวสือเนี่ยนผิดปกติและแปลกไปมาก ส่วนจะเป็นอะไรนั้น เขาก็อธิบายไม่ถูกอีก
เมื่อเห็นฮั่วเยี่ยนสือคิ้วขมวดแน่น ป๋ายอีอีก็เอ่ยอย่างอ่อนแรง “เยี่ยนฉือ ฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ คุณก็รีบกลับไปดูเฉียวสือเนี่ยนหน่อยเถอะ ดึกขนาดนี้แล้ว อย่าให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลยค่ะ”
เมื่อได้ฟังแล้ว ฮั่วเยี่ยนฉือก็ไม่ยืนกรานอีก
“ฉันจะเรียกหมอมาตรวจร่างกายให้เธอสักหน่อย เรื่องของวันนี้ ฉันจะชดใช้ให้เธอเอง”
เอ่ยเสร็จ ฮั่วเยี่ยนฉือก็จากไป
รอให้เงาคนเดินไปไกลแล้ว ป๋ายอีอีก็ล็อคประตู และสีหน้าถมึงทึงลงกว่าเดิม
เฉียวสือเนี่ยนทำเกินไปขนาดนี้แล้ว ฮั่วเยี่ยนฉือไม่ได้กล่าวโทษ แถมยังจะชดใช้แทนเธออีก
สิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่การชดใช้สักหน่อย!
แม้ปฏิกิริยาเมื่อครู่ของเฉียวสือเนี่ยนจะอยู่ในความคาดการณ์ของเธอ แต่ป๋ายอีอีรู้สึกว่าช่วงนี้เฉียวสือเนี่ยนเปลี่ยนแปลงไปมากอยู่ตลอด
เฉียวสือเนี่ยนในเมื่อก่อน แค่กระตุ้นหน่อยก็เต้นเร่า ๆ ด้วยความโกรธแล้ว
แต่เธอที่ฟื้นจากการกระโดดตึกในวันนั้น ไม่ได้ตะโกนและปาข้าวของใส่เธอ แถมยังให้ฮั่วเยี่ยนฉือไปกินข้าวกับเธออย่างสงบนิ่งอีก
และหลายวันต่อมาก็ไม่ได้มาหาเรื่องเธออย่างที่เคยเป็น
เช้าวันนี้ เฉียวสือเนี่ยนถึงได้พูดประชดอย่างปากคอเราะร้ายกับเธอ
คนเรามันจะฉลาดขึ้นได้ในทันทีเลยเหรอ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งที งั้นขอหย่าเลยแล้วกัน