ตอนที่ 469 หรือมีลูกหลานเผ่าสวรรค์อยู่ที่โลกเบื้องล่าง ?
หลังจากซือถูเจิ้นผิงเอ่ยออกมา คนที่เหลือก็ลอบสบตากัน ก่อนจะหันไปมองทางกู่เจิงเฟิงที่ยืนเอามือไพล่หลัง ด้วยท่าทางเคร่งขรึมเช่นเดิม
ทว่ากู่เจิงเฟิงกลับทอดมองออกไปยังมหาสมุทรแท้จริงอันกว้างใหญ่ ด้วยความเฉยชา
จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม
กู่เจิงเฟิงจึงได้สติขึ้นมา ส่วนคนที่เหลือก็ได้แยกย้ายกลับไปประจำตำแหน่งของตนเอง
เพราะเยี่ยงไรซะที่นี่ก็คือมหาสมุทรแท้จริง ซึ่งเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง
ดังนั้นจึงเหลือเพียงกู่หยวนจื้อและซือถูเจิ้นผิง
“พวกเจ้าอยากรู้ว่าเผ่าสวรรค์แท้จริงแล้วเป็นเช่นไรเยี่ยงนั้นหรือ ? ” กู่เจิงเฟิงชั่งใจอยู่สักพัก ก่อนจะถามออกมาเรียบ ๆ
ซือถูเจิ้นผิงและกู่หยวนจื้อจึงสบตากัน จากนั้นจึงพยักหน้าอย่างมิมั่นใจนัก
กู่เจิงเฟิงจึงเอ่ยว่า “ความจริงแล้วมีเผ่าราชาเก่าแก่หลายเผ่าบนสวรรค์บูรพา ในกายของพวกเขาล้วนมีสายเลือดเก่าแก่ไหลเวียนอยู่ และสายเลือดนี้จะทำให้คนผู้นั้นหลุดพ้นจากรากวิญญาณที่พันธนาการผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนได้ด้วย”
หลุดพ้นรากวิญญาณที่พันธนาการผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียน ?
วิถีเซียนมีเส้นทางเช่นนี้ด้วยเยี่ยงนั้นหรือ ?
นี่มัน ! ! !
นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว !
มิเคยได้ยินมาก่อนเลย !
ทันใดนั้นซือถูเจิ้นผิงและกู่หยวนจื้อก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างอดมิได้ ท่าทางของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“ท่านอาจารย์ หรือว่าเผ่าราชาเก่าแก่เหล่านี้ บำเพ็ญเพียรได้โดยมิต้องอาศัยรากวิญญาณ เยี่ยงนั้นหรือขอรับ ? ” ซือถูเจิ้นผิงอดมิได้ที่จะถามออกมา
“แม้สายเลือดของพวกเขาจะสามารถหลุดพ้นจากพันธนาการของรากวิญญาณ ได้ แต่การบำเพ็ญเพียรทำให้รากวิญญาณ เกิดการพัฒนาเพื่อเลื่อนระดับตบะบารมีนั้น ถึงเยี่ยงไรซะก็เป็นกฎที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ของวิถีเซียน ดังนั้นข้ามองว่ามิว่าเยี่ยงไรวิถีเซียนก็มีเพียงเส้นทางเดียวที่จะสามารถก้าวเดินได้อยู่ดี”
กู่เจิงเฟิงถอนใจออกมาเล็กน้อย พลางลูบหนวดตนเอง “และการที่ข้าได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเผ่าราชาเก่าแก่นี้ เป็นเพราะข้าเคยหลงเข้าไปในแดนลับโบราณแห่งหนึ่ง และได้พบกับบันทึกเล่มหนึ่งเข้า จึงได้เข้าใจ”
“ทว่าต่อมาข้าได้ท่องไปยังแคว้นต่าง ๆ แต่กลับมิพบเบาะแสใด ๆ ของเผ่านี้อีกเลย ด้วยเหตุนี้ข้าจึงเกิดสงสัยในบันทึกเล่มนั้น”
เอ่ยถึงตรงนี้กู่เจิงเฟิงก็เผยสีหน้าสับสนออกมา ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยต่อ “ทว่าสิ่งที่ข้าคาดมิถึง ก็คือ วันนี้กลับได้พบคนของเผ่าสวรรค์อันเป็นหนึ่งในเผ่าราชาเก่าแก่ที่มหาสมุทรแท้จริง ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งประหลาดและอันตรายเช่นนี้ได้”
“และเผ่าสวรรค์กำลังตามหาท่านเย่ผู้นั้นอยู่ด้วย”
กู่หยวนจื้อขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะเอ่ยอย่างลังเลว่า “ท่านบรรพบุรุษ สตรีลึกลับคนเมื่อครู่แข็งแกร่งมากหรือขอรับ ? ”
กู่เจิงเฟิงชะงักไปเล็กน้อย แล้วจึงหันไปมองทางกู่หยวนจื้อ พร้อมกับพยักหน้าให้เป็นการยอมรับ “หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดล่ะก็ คงจะเทียบเท่ากับผู้แข็งแกร่งระดับเทพพิภพ”
สูด ! กู่หยวนจื้อได้ยินดังนั้นถึงกับสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ด้วยความหวาดหวั่นในทันที
‘เทียบเท่ากับผู้แข็งแกร่งระดับเทพพิภพ ! ’
‘คิดมิถึงว่าข้า กู่หยวนจื้อ จะมีวาสนาได้พบกับผู้แข็งแกร่งระดับเทพพิภพด้วย ! ’
‘น่าเหลือเชื่อ ! ’
‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’
‘อีกอย่างฝีมือของผู้แข็งแกร่งระดับเทพพิภพแท้จริงแล้วน่ากลัวเพียงใดกัน ? ’
‘หากท่านบรรพบุรุษและผู้แข็งแกร่งระดับเทพพิภพท่านนั้นสู้กันขึ้นมา จะเป็นเช่นไรกัน ? ’
‘ผู้แข็งแกร่งที่ไร้เทียมทานสองท่านนี้ แท้จริงแล้วผู้ใดแข็งแกร่งกว่ากันแน่ ? ’
‘ข้าชักจะอยากรู้แล้วสิ’
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาของกู่หยวนจื้อก็เปล่งประกายออกมา พลางเหลือบมองกู่เจิงเฟิงอย่างอดมิได้
ขณะเดียวกัน
“กู่หยวนจื้อ เจ้ามิต้องมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน