ตอนที่ 470 วิกฤติของนิกายกระบี่สวรรค์
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากที่ขงซิงเจี้ยนได้ทำลายรากฐานเต๋าของเหลิ่งซินหานแล้ว ก็ได้พาตัวมายังสถานที่ที่อู๋ไท่เหอบำเพ็ญเพียรอยู่
“ศิษย์น้องขง นี่มันเรื่องอันใดกัน ? ”
เมื่อเห็นขงซิงเจี้ยนโยนเหลิ่งซินหานที่โชกไปด้วยเลือด และสลบไปแล้วลงบนพื้นอย่างมิแยแส
อู๋ไท่เหอก็ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนยืนขึ้นและถามออกไปในทันที
ขงซิงเจี้ยนจึงแค่นเสียงเย็น พร้อมทำสีหน้าเข้ม “ศิษย์พี่อู๋ ท่านยังมิรู้อะไร เจ้าเหลิ่งซินหานผู้นี้มิใช่คนที่จะจัดการได้ง่าย ๆ เขาสารภาพกับว่าเขามาจากราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ที่อยู่อีกฟากของมหาสมุทรแท้จริง”
“มิเพียงเท่านั้น เจ้าบ้านี่ยังบอกอีกว่ามีตำหนักเทพวาสนาอยู่ที่นิกายกระบี่สวรรค์ของเรา แล้วยังใช้เคล็ดวิชาลับบางอย่างส่งข่าวออกไป หากข้าเดามิผิดแล้วละก็ ราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่อันใดนั่น เกรงว่าคงอยู่ระหว่างทางมาที่นี่แล้ว”
สิ้นเสียง อู๋ไท่เหอก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปตรง ๆ ว่า “ที่เจ้าพาเขามาที่นี่ เพราะต้องการให้ข้าใช้เคล็ดวิชาค้นหาวิญญาณงั้นหรือ ? ”
ขงซิงเจี้ยนพยักหน้ายอมรับ
อู๋ไท่เหอลังเลอยู่สักพัก จากนั้นจึงยื่นมือและปล่อยพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างของเหลิ่งซินหาน
หลังจากผ่านไปมิกี่อึดใจ
เหลิ่งซินหานก็กระตุกน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ได้สติขึ้นมา
“พวกเจ้า……คิดจะทำอันใดอีก ? ”
เหลิ่งซินหานถามออกไปด้วยท่าทางดุดัน “พวกเจ้าคิดให้ดีก่อนจะดีกว่า ข้ามาจากราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่แห่งเจี้ยนโจว อำนาจของเราหาใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะคาดเดาได้ไม่”
“หากกล้าใช้เคล็ดวิชาลับอันใดกับข้าละก็ วันหน้าเมื่อนายท่านผู้เฒ่ามาถึงที่นี่ จะต้องทำลายนิกายกระบี่สวรรค์แห่งนี้ และพวกฆ่าพวกเจ้าทิ้งซะ……”
ขณะที่เหลิ่งซินหานเอ่ยยังมิทันจบประโยค
อู๋ไท่เหอก็ส่ายหน้าไปมา พลังปราณรอบกายปะทุขึ้นทันที พร้อมกับทำท่ามุทราร่ายเคล็ดวิชาโบราณ
มินานปลายนิ้วก็มีไอพลังลอยวน เปล่งแสงระยิบระยับ พร้อมกับมีรอยตราโบราณรูปทรงกระบี่สีเลือดรอยหนึ่งปรากฏขึ้น
จากนั้นอู๋ไท่เหอจึงได้ยื่นนิ้วชี้และนิ้วกลาง ไปที่หว่างคิ้วของเหลิ่งซินหานในทันที
ทันใดนั้นเหลิ่งซินหานที่อ้าปากหมายจะเอ่ยถ้อยคำออกมา ทว่าใบหน้ากลับบิดเบี้ยวขึ้นมาในทันที ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเหลือคณานับ
เคล็ดวิชาค้นหาวิญญาณนั้นถือเป็นสิ่งที่โหดร้ายทารุณอย่างมาก ผู้ที่ถูกเคล็ดวิชานี้เข้าไปจะมีอาการปวดหัวราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เจ็บปวดราวกับถูกมีดเป็นพันเล่มทิ่มแทง เรียกว่ามีชีวิตไม่สู้ตายตก
และระหว่างที่ถูกเคล็ดวิชาค้นหาวิญญาณนี้เล่นงาน จิตวิญญาณดั้งเดิมก็จะเสียหายอย่างหนัก
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ก็คือ ต่อให้ขงซิงเจี้ยนมิได้ทำลายรากฐานเต๋าและตบะบารมีของเหลิ่งซินหาน แต่หลังจากถูกเคล็ดวิชาค้นหาวิญญาณเข้าไป การที่เหลิ่งซินหานจะฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเหมือนเดิมนั้น อย่างน้อยต้องใช้เวลาหลายสิบปีเลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้นตบะบารมีและรากฐานเต๋าของเขาในตอนนี้กลับถูกทำลายจนหมดแล้ว ดังนั้นหลังจากถูกเคล็ดวิชาค้นหาวิญญาณเล่นงาน ต่อให้โชคดีมีชีวิตรอดก็จะกลายเป็นคนเสียสติในที่สุด
จนเวลาผ่านไปหนึ่งเคอ
รอยตราโบราณสีเลือดที่หายเข้าไปในหว่างคิ้วของเหลิ่งซินหาน ก็ค่อย ๆ เผยออกมา ด้วยการควบคุมของอู๋ไท่เหอ
เพียงชั่วประกายไฟแลบ
อู๋ไท่เหอก็ได้ใช้นิ้วสองนิ้วคีบรอยตราโบราณทรงกระบี่สีเลือดออกมา และทำการกลั่นมันในทันที
“ศิษย์พี่ เป็นเช่นไรบ้างขอรับ ? ”
เมื่ออู๋ไท่เหอลืมตาขึ้นมา ขงซิงเจี้ยนก็ถามออกไปทันที อย่างอดทนรอมิไหว
“อีกฟากของมหาสมุทรแท้จริงมีเจี้ยนโจวและราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่อยู่จริง ๆ อีกทั้งยังมีอำนาจอันน่าเกรงขาม โดยเฉพาะท่านบรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ท่านนั้น ที่นับได้ว่าเป็นสุดยอดบุคคลที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับประมุขคนแรกของนิกายกระบี่สวรรค์ของเรา”
อู๋ไท่เหอขมวดคิ้วมุ่น บนใบหน้าแก่ชราปรากฏริ้วรอยเคร่งเครียดอย่างที่มิเคยมีมาก่อน



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน