ตอนที่ 473 ที่แท้เพียงแค่มาตามหาญาติ
เมื่อได้ยินดังนั้น มุมปากของชวี่สิงหยางก็โค้งขึ้นและแสยะยิ้มออกมา ดวงตาลุ่มลึกอันน่าสะพรึงกลัวคู่นั้นมีประกายสังหารพาดผ่าน
จากนั้นก็ปรายตามองหุ่นเชิดด้านหลังของเขาตนหนึ่ง อีกฝ่ายพลันสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนจะหายวับไปในอากาศ
ขณะเดียวกันผู้อาวุโสของจวนหนานหลิง เมื่อเห็นท่าทีมิแยแสของชวี่สิงหยาง ใบหน้าพลันปรากฏความมิพอใจขึ้นมาในทันที
เยี่ยงไรซะเขาก็เป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับเทวา และเวลานี้ด้านหลังของเขายังมีเหล่าผู้อาวุโส และศิษย์จากสามสำนักเซียนใหญ่จับตาดูอยู่
เมื่อถูกเมินเช่นนี้ ผู้อาวุโสเช่นเขาจึงถือว่าเสียหน้าอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมา เพื่อท้าดวลอีกด้วย
ผู้อาวุโสของจวนหนานหลิงยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
“ดูท่าเซียนทุรชนในตำนานคงมีดีแค่นี้สินะ ข้ามาเพื่อท้าดวล แต่เจ้ากลับมิกล้าแม้แต่จะขานรับ”
จู่ ๆ ผู้อาวุโสของจวนหนานหลิงก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น “ในเมื่อขี้ขลาดถึงเพียงนี้ เช่นนั้นมาทางใดก็กลับไปทางนั้น……”
ยังมิทันสิ้นเสียง ผู้อาวุโสของจวนหนานหลิงจู่ ๆ ก็เหมือนสัมผัสได้ถึงไอสังหารอันสะพรึงน่ากลัวบางอย่าง สีหน้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นตกใจในทันที พลันพลังปราณรอบกายก็ปะทุขึ้น
ทว่ากลับถูกฝ่ามืออันเย็นเยียบราวกับเหล็กกล้า ขยุ้มศีรษะของเขาไว้เสียแล้ว
“ผู้อาวุโสได้โปรดยั้งมือด้วย ผู้น้อยเพียงแค่มาเพื่อชื่นชมท่านเท่านั้น มิได้คิดร้ายใด ๆ เลยนะขอรับ……”
ผู้อาวุโสของจวนหนานหลิงถึงกับตะลึงงัน ก่อนจะรีบเปลี่ยนท่าทีและอ้อนวอนขอความเมตตา
ภายในพริบตาวิธีขอร้องอ้อนวอนนับพันวิธีก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา แต่ยังมิทันจะนำมาใช้
ตู้ม !
จู่ ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวกึกก้องไปทั่ว
หมอกเลือดอันน่ากลัวพวยพุ่งขึ้นเหนือศีรษะของเขา และตอนนี้ก็พบว่าที่ด้านหลังของเขา ได้มีหุ่นเชิดสวมชุดเกราะสีดำตนหนึ่งยืนอยู่
ส่วนผู้อาวุโสของนิกายกระบี่สวรรค์ท่านนั้น ระหว่างที่เขาร้องขึ้นด้วยความตกใจ จึงได้กระตุ้นพลังวิญญาณออกมาจนถึงขีดสุด พร้อมปล่อยพลังทั้งหมดออกมา และหมุนกายหวังที่จะหนีไปนั้น
ร่างสีดำร่างหนึ่งก็ตามติดราวกับเงา ก่อนจะลงมืออย่างอุกอาจ โดยใช้มือข้างหนึ่งกระซวกไปที่แผ่นหลังของเขา ก่อนจะทะลวงออกมาที่หน้าอก เลือดอันชุ่มโชกก็ทะลักออกมาในทันที
เมื่อผู้อาวุโสทั้งสองของนิกายกระบี่สวรรค์และจวนหนานหลิง ตายด้วยน้ำมือของหุ่นเชิดตนหนึ่งของชวี่สิงหยาง ท่ามกลางสายตาของทุกคน
ภาพนี้ทำให้ผู้แข็งแกร่งของสำนักเซียนใหญ่ทั้งสาม ที่อยู่ภายในค่ายกลป้องภูผาเวลานี้ ราวกับตื่นขึ้นมาจากความฝัน และรู้สึกขนพองสยองเกล้าหวาดกลัวไปตาม ๆ กัน
นี่มัน ! ! !
ผู้อาวุโสระดับเทวาถึงสองท่าน กลับถูกสังหารอย่างง่ายดาย !
และอีกฝ่ายยังเป็นเพียงลูกสมุนคนหนึ่งเท่านั้น
เพียงแค่ลูกสมุนกลับมีพลังแข็งแกร่งขนาดนี้ เช่นนั้นพลังของเซียนทุรชนจะน่ากลัวเพียงใดกัน !
นี่คือ เซียนทุรชนในตำนานเยี่ยงนั้นหรือ ?
น่ากลัว !
ช่างน่ากลัวยิ่งนัก !
หลังจากเงียบไปชั่วขณะ
บนจัตุรัสที่มีค่ายกลป้องภูผาปกคลุมก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที
“ลูกสมุนแค่คนเดียวยังแข็งแกร่งขนาดนี้ แค่ยกมือขึ้นก็สามารถสังหารผู้อาวุโสทั้งสองท่านได้แล้ว ฝีมือเช่นนี้ หรือว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเซียนแล้วเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“มิหนำซ้ำเขายังมีลูกสมุนที่แข็งแกร่งถึงสิบคน นี่ก็เท่ากับว่าอีกฝ่ายมีผู้แข็งแกร่งระดับเซียนถึงสิบคนเลยน่ะสิ ! ”
“จำนวนที่น่าตกใจเช่นนี้ แม้แต่บรรพบุรุษของสามสำนักเซียนใหญ่ของพวกเราเกรงว่าคงต้องสู้จนสุดกำลังเป็นแน่ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเซียนทุรชนที่ยังมิได้ลงมือท่านนั้นอยู่ด้วย”
“ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขามิใช่มิสามารถทำลายค่ายกลป้องภูผาได้ แต่เป็นเพราะกำลังหวั่นเกรงอันใดบางอย่างอยู่”
“ใช่แล้ว ท่านเย่ ต้องเป็นท่านเย่อย่างแน่นอน ! ”
“……”
“……”
ระหว่างที่เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั้น
บรรพจารย์ของสามสำนักเซียนใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดถึงกับขมวดคิ้วแน่น สีหน้าดุดันท่าทางเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“ตอนนี้พวกท่านก็ได้เห็นแล้วใช่หรือไม่ ? ”
นักพรตจิ่วอั้นเอ่ยขึ้น “ทั้งสิบตนนั้นล้วนมีพลังแข็งแกร่งระดับเซียนขั้นกลางไปจนถึงขั้นท้าย อีกทั้งยังถูกเซียนทุรชนควบคุมจิตใจเอาไว้ ดังนั้นหากประมือกับพวกเขา ห้ามยั้งมือโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจะหมดโอกาสมีชีวิตรอดในทันที”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน