ตอนที่ 482 หรือว่า……ผู้ที่ผ่านมาคือท่านเย่ผู้นั้น ?
ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนตื่นตระหนกจนถึงขีดสุด ก็คือ ปรากฏการณ์เช่นนี้กินเวลาเพียงมิกี่อึดใจ
เปรี้ยง !
หลังจากเสียงดังจนเสียดแก้วหูดังไปทั่วบริเวณ ม่านแสงที่ปกคลุมไปทั่วทั้งนิกายกระบี่สวรรค์ก็ปรากฏรอยแตกร้าวเส้นหนึ่งขึ้น
เหมือนกำลังส่อเค้าว่าในที่สุดค่ายกลป้องภูผาก็ยื้อเอาไว้มิไหวแล้ว และกำลังจะพังทลายลง
มิกี่อึดใจต่อมา
ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม……
เสียงระเบิดที่สนั่นหวั่นไหวดังมาจากทุกทิศทางของนิกายกระบี่สวรรค์
ใช่แล้ว !
วินาทีนี้ค่ายกลที่วางเอาไว้ตามที่ต่าง ๆ ได้ระเบิดขึ้นพร้อมกัน
เมื่อเห็นดังนั้น หนิงซู่ซู่ที่ร่างยังคงเต็มไปด้วยคราบเลือดก็หายตัวไป ก่อนจะปรากฏกายขึ้นอีกครั้งกลางอากาศ
จากนั้นเรียวแขนของนางสะบัดเบา ๆ พิณโบราณก็ปรากฏขึ้นด้านหน้าอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน พลังปราณรอบกายก็พลุ่งพล่านขึ้น ไอหมอกแผ่ซ่าน วงแสงมหามรรคาอันเจิดจ้าราวกับเปลวไฟหลายวงปกคลุมด้านหลัง นิ้วเรียวยาวดีดไปที่สายพิณเตรียมลงมือตลอดเวลา
ส่วนบรรพจารย์ของอีกสองสำนักเซียนใหญ่เมื่อสบตากันแล้ว ก็ได้พุ่งขึ้นไปบนฟ้าอย่างมิลังเล ด้วยท่าทางตึงเครียด
เปรี้ยง !
ผ่านไปมิกี่อึดใจ
ม่านแสงที่ปกคลุมนิกายกระบี่สวรรค์ ก็เริ่มแตกร้าวและมีรอยแยกเป็นทางยาวมากมายภายในพริบตา
เสียงเปรี้ยง ! ดังขึ้นอีกครั้ง !
ม่านแสงพลันระเบิดออก
ส่วนหอกสีเลือดที่ลอยอยู่กลางอากาศเล่มนั้น เพียงแค่สั่นเล็กน้อยและพุ่งเข้ามาในทันที
ตอนนั้นเองมิว่าจะเป็นหนิงซู่ซู่ หรือว่าผู้แข็งแกร่งของสองสำนักเซียนใหญ่ที่เหลือ ต่างก็แสดงอิทธิฤทธิ์ของตนเองออกมาอย่างมิลังเล
ทันใดนั้นก็มีคลื่นเสียงที่ห่อหุ้มด้วยจิตแท้มหามรรคาส่องออกมา และเกิดเป็นรอยแยกยาวออกไปหลายร้อยจั้ง
เจดีย์วิเศษสูงตระหง่านที่ปกคลุมด้วยสัญลักษณ์มหามรรคาส่องแสงเจิดจ้า พร้อมกับพุ่งไปด้านหน้า ไอพลังอันน่ากลัวทำให้ห้วงอากาศโดยรอบพังทลายลงภายในพริบตา
กระบี่แสงเปล่งแสงอันแสบตาราวกับลำแสงที่พาดผ่านดวงตะวัน เป็นพลังที่มิอาจหยุดยั้ง……
เพียงพริบตา วินาทีที่ทั้งสองฝั่งเข้าปะทะกัน
เสียงอันอื้ออึงและแหลมจนเสียดแก้วหู ต่างก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ลำแสงและหมอกแสงอันเจิดจ้าราวกับเปลวเพลิง บ้างก็เย็นยะเยือกจนน่ากลัวสาดส่องออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นเบื้องล่างสว่างวาบไปทั่ว
คลื่นพลังที่แฝงพลังอันน่ากลัวชนิดต่าง ๆ พุ่งออกมามิหยุด ทุกที่ที่พลังเหล่านั้นเคลื่อนผ่าน ทุกสิ่งอย่างต่างก็ถูกทำลายจนสิ้น
แม้กระทั่งห้วงอากาศในรัศมีหลายร้อยจั้งก็ยังพังทลายลง ไอหมอกหนาทึบพวยพุ่งออกมา ราวกับจะกลืนกินทุกคนเข้าไป……
ผ่านไปมิกี่อึดใจ
ด้วยอิทธิฤทธิ์ที่ต่างสำแดงออกมา ในที่สุดนิมิตทั้งหมดก็ค่อย ๆ มลายหายไปในอากาศ ทำให้บริเวณนั้นก็สงบลงอีกครั้ง และร่างหลายร่างทยอยปรากฏขึ้น
หอกสีเลือดที่สามารถทำลายล้างทุกสิ่งด้ามนั้น ในที่สุดก็สลายหายไปเหลือเพียงความว่างเปล่า
และเพื่อหยุดยั้งอิทธิฤทธิ์ของหอกสีเลือดด้ามนั้น บรรพจารย์ของสามสำนักเซียนใหญ่ต่างก็ยอมแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง
ตอนนี้หนิงซู่ซู่มีเลือดไหลชโลมกายอีกครั้ง พิณโบราณที่วางอยู่ตรงหน้า บัดนี้พบว่าสายพิณหลายสายได้ขาดสะบั้นจนแทบมิเหลือชิ้นดี
คนของอีกสองสำนักเซียนเองก็แลกมากับสภาพที่ยับเยินเช่นเดียวกัน
เจดีย์โบราณหลังนั้นของนิกายจื่ออวิ๋นปรากฏรอยแตกร้าวเป็นทางยาวขึ้น สัญลักษณ์โบราณและซับซ้อนหลายแถวบนตัวเจดีย์ปรากฏออกมา
ซึ่งหมายความว่าสัญลักษณ์ที่สลักอยู่ด้านบนได้สูญสิ้นอิทธิฤทธิ์ไปแล้ว ตัวเจดีย์จึงปรากฏร่องรอยความเสียหายออกมา
ทว่านักพรตจิ่วอั้นที่ยังคงถือเจดีย์เอาไว้จนวินาทีสุดท้าย จึงทำแขนทั้งสองข้างถูกพลังทำลายจนเลือดสีแดงสดไหลรินออกมา และลึกจนเห็นกระดูกสีขาวโพลนได้ราง ๆ
ส่วนหนานหลิงจื่อแห่งจวนหนานหลิงเอง บัดนี้กลับมีสีหน้าซีดเผือดและกระอักเลือดออกมามิหยุด
เขาใช้มือกุมแขนข้างหนึ่งที่เปื้อนไปด้วยเลือดของตนเอาไว้ ขณะที่แขนข้างนั้นยังคงจับกระบี่ที่หักเอาไว้มิยอมปล่อย


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน