ตอนที่ 481 เริ่มการแสดง
อีกด้านหนึ่ง
เมื่อเห็นบนยอดเขาที่เย่ฉางชิงพักอยู่ หมอกที่ปกคลุมค่อย ๆ หายไป
ผู้เฒ่าชุดดำที่ยืนอยู่บนยอดเขาไร้นามลูกหนึ่งก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป พร้อมกับสัมผัสได้ทันที
“ในที่สุดนายท่านก็ออกฌานแล้ว”
ผู้เฒ่าชุดดำยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะส่งกระแสจิตให้กับชวี่สิงหยาง
“พวกเจ้าเริ่มการแสดงได้แล้ว”
‘เริ่มการแสดง ? ’
‘ควรจะเอ่ยว่าเปิดศึกมิใช่หรือ ? ’
เมื่อชวี่สิงหยางที่ยังคงยืนอยู่ท่ามกลางหมอกเลือดได้ยินคำกล่าวนั้น มุมปากของเขาก็กระตุกขึ้นมาทันที
ในสายตาของบุคคลที่ไร้เทียมทานเหล่านั้น ต่อให้เป็นเซียนทุรชนที่เคยก้าวเข้าสู่เส้นทางโบราณ เป็นผู้แข็งแกร่งที่มีอยู่น้อยนิดบนสวรรค์บูรพาเช่นเขา ก็ยังคงเป็นได้แค่ตัวตลกเท่านั้นสินะ
ศึกใหญ่เพื่อความอยู่รอดของเขา ในสายตาของพวกเขากลับเป็นเพียงละครตลกธรรมดาฉากหนึ่งก็เท่านั้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ภายในใจของชวี่สิงหยางก็ยิ่งรู้สึกคับแค้น
เดิมทีศึกนี้เขาเป็นคนควบคุมทุกอย่าง แต่บัดนี้เนื่องจากการยื่นมือเข้ามาของบุคคลไร้เทียมทานที่มิทำตามกฎเหล่านี้ ทำให้เขาที่เป็นผู้ควบคุมทุกสิ่งกลายเป็นเพียงมดปลวก ที่ต้องคอยทำตามคำสั่งจากผู้อื่นแทน
แค้นใจ !
ช่างคับแค้นใจยิ่งนัก !
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็คงทำได้เพียงเก็บความคับแค้นใจกับไฟแค้นมากมายที่สุมอยู่ในอกไปลงที่พวกเจ้าก็แล้วกัน ! ”
ชวี่สิงหยางปรายตามองกลุ่มคนที่อยู่ภายในค่ายกลป้องภูผาด้วยใบหน้าดุดัน พลางเอ่ยด้วยความเกรี้ยวกราด
วินาทีต่อมา ไอสังหารที่เย็นจนเข้ากระดูกแทบจะผนึกไปทั่วทั้งบริเวณนั้นเอาไว้ในพริบตา
ชวี่สิงหยางจึงมิรีรออีก ผมของเขาปลิวกระจาย สีหน้าดุดัน พลังปราณมหาศาลรอบกายปะทุขึ้น อัศนีบาตรสีเลือดมากมายแลบแปลบปลาบออกมามิหยุด พลังปราณอันรุนแรงทำให้ความว่างเปล่าโดยรอบแตกร้าว
ย๊าก !
จากนั้นเขาก็ได้เงยหน้าขึ้นฟ้าพร้อมกับคำรามออกมา จิตสงครามอันไร้ที่สิ้นสุดพลันแผ่กระจายออกจากร่าง พลังอันมหาศาลพุ่งขึ้นฟ้าในทันที
พร้อมกันนั้นเขาก็กางมือออก เมื่อมือทั้งสองข้างกุมเข้าหากันอีกครั้ง พลันปรากฏหอกยาวสีเลือดขึ้นมาข้างละหนึ่งด้ามแทบจะพร้อม ๆ กัน
ขณะเดียวกัน เมื่อสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนของพลังปราณด้านนอกค่ายกลป้องภูผา
คนของสามสำนักเซียนใหญ่ที่นั่งสมาธิอยู่บนจัตุรัสและกำลังฟื้นฟูพลังอยู่นั้น ก็ได้ลืมตาขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน
เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าทุกคนก็นิ่งอึ้งไป หลังจากตกอยู่ในความเงียบ มิกี่อึดใจต่อมาก็เกิดความโกลาหลขึ้น
“นี่มันเรื่องอันใดกันแน่ ? ”
“เหตุใดจู่ ๆ เจ้าหมอนั่นถึงได้เกรี้ยวกราดเช่นนี้ หรือมีคนไปทำให้เขาโกรธเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“เป็นไปมิได้ เขาเป็นถึงเซียนทุรชนที่มีพลังแข็งแกร่ง ผู้ใดจะกล้าไปยั่วโมโหเขากัน ? ”
“มิใช่ ดูจากคลื่นพลังและไอพลังแล้ว ดูรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก”
“มิใช่กระมัง หรือก่อนหน้านี้ที่เขาหยุดโจมตี เป็นเพราะรู้แจ้งบางอย่างงั้นหรือ ? ”
“อืม หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดล่ะก็คงจะเป็นเช่นนั้นแน่”
“แต่เช่นนี้ก็ยิ่งแย่น่ะสิ ก่อนหน้านี้ยังน่ากลัวถึงเพียงนั้น หากเกิดรู้แจ้งและความแตกฉานในด้านใดด้านหนึ่งเพิ่มขึ้นอีกล่ะก็ พวกเราจะทำให้เขาล่าถอยได้เยี่ยงไร ? ”
“……”
“……”
ระหว่างที่คนของสามสำนักเซียนใหญ่กำลังถกเถียงกันอยู่นั้น
ชวี่เหวินเซี่ยที่อยู่ในชุดสีแดงก็ค่อย ๆ ย่างกราย มาตรงหน้าเหล่าบรรพจารย์ของสามสำนักเซียนใหญ่
“ผู้อาวุโสทุกท่าน เรื่องนี้เป็นเพราะผู้น้อย ดังนั้นให้ผู้น้อยเป็นผู้รับผิดชอบเถอะนะเจ้าคะ”
ชวี่เหวินเซี่ยคำนับน้อย ๆ พลางเอ่ยออกมาด้วยท่าทางเศร้าสร้อย
“เหวินเซี่ย เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว บุญคุณความแค้นของสำนักเซียนใหญ่มิใช่สิ่งที่เจ้าจะแก้ไขได้แล้ว”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน