ตอนที่ 484 วางอำนาจบาตรใหญ่
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก มุมปากของเย่ฉางชิงก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหน้าน้อย ๆ
ต้องบอกว่าเขาในตอนนี้ แม้จะยังมีข้อสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของตนเองอย่างมาก
ทว่ามีอยู่สิ่งหนึ่งที่ในที่สุดเขาก็ได้รับการยืนยันจากเซียนทุรชนแล้ว
นั่นก็คือ มิว่าเจดีย์หวงเซวียนหลิงหลงที่ได้มาจากโลกเบื้องล่าง หรือว่าอาวุธเทพที่ใช้สร้างภาพอย่างปทุมสูติใต้ฝ่าเท้า รวมถึงสมบัติวิเศษอื่น ๆ จะมีพลังสังหารเช่นไร
แต่ตำหนักเทพวาสนาที่เขาได้รับมาจากเซียวเย่ฟานที่ด้านบนสุดของบันไดเมฆา จะต้องเป็นสุดยอดอาวุธสังหารชิ้นหนึ่งอย่างแน่นอน
มิเช่นนั้นเซียนทุรชนผู้นั้นจะหายไปโดยมิเหลือแม้แต่ขนสักเส้นได้เยี่ยงไรกัน ?
อีกอย่างต่อให้เซียนทุรชนจะใช้เคล็ดวิชาลับโบราณบางอย่างเพื่อหนีไปได้ แต่อย่างน้อยก็อธิบายได้ว่าตำหนักเทพวาสนาหลังนี้สามารถบีบเซียนทุรชนจนต้องถอยไปได้
นี่ก็หมายความว่านับแต่นี้ไป เขามิจำเป็นจะต้องหมกตัวอยู่แต่ในนิกายกระบี่สวรรค์ เพื่อตั้งใจบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับสูง
จากนั้นค่อยออกท่องสวรรค์บูรพา เพื่อตามหาตู๋กูชิงเฟิง รวมถึงพวกเทพหลิวอีกแล้ว
ขอเพียงเขามีสุดยอดอาวุธสังหารอย่างตำหนักเทพวาสนา มิว่าจะเจอคนที่เก่งกาจเพียงใด แค่นำตำหนักเทพวาสนาออกมาก็พอแล้ว
ขนาดเซียนทุรชนยังสามารถสังหารได้อย่างง่ายดาย หรือล่าถอยไปได้
เช่นนั้นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนคนอื่น ๆ จะเป็นเช่นไรเล่า ?
เกรงว่าแค่นำตำหนักเทพวาสนาออกมา ก็คงตกใจจนต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตแล้วกระมัง
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงเหล่านี้ชอบมโนว่าเขาเป็นยอดฝีมือที่ไร้เทียมทานมาตลอดมิใช่หรือ ?
ก่อนหน้าเนื่องจากมิมีสิ่งใดให้ยึดเหนี่ยว ดังนั้นทุกวันจึงต้องอยู่อย่างหวาดระแวง กลัวว่าจะเผยพิรุธอันใดออกไป แล้วจะถูกผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงเหล่านี้สังหารเอาได้
แต่บัดนี้เมื่อมีสุดยอดอาวุธสังหารเช่นนี้ติดกาย ต่อให้ถูกจับได้ หรือผู้ใดกล้าหยาบคายใส่เขาล่ะก็ ของเพียงนำตำหนักเทพวาสนาออกมา
สุดยอดอาวุธสังหารเช่นนี้ แม้แต่เซียนทุรชนยังสู้มิได้ ดูสิว่าพวกเจ้าจะเกรงกลัวหรือไม่ ?
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือนับแต่นี้ต่อไป เขามีสิ่งที่สามารถพึ่งพาได้โดยมิต้องหวั่นเกรงสิ่งใดอีก และหากวางอำนาจบาตรใหญ่ก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่แล้ว
‘พี่เซียวช่างเป็นพี่ชายที่แสนดีของข้าจริง ๆ อุตส่าห์รออยู่ด้านบนของบันไดเมฆามาเนิ่นนาน เพื่อที่จะมอบสุดยอดอาวุธสังหารอย่างตำหนักเทพวาสนาให้กับข้า’
‘อืม บุญคุณในครั้งนี้ข้าจะขอจดจำเอาไว้ รอวันหน้าหากได้พบกันอีก ข้าจะต้องกล่าวขอบคุณท่านต่อหน้าให้จงได้’
‘อีกอย่าง……ความคิดนี้ผู้แต่งคนไหนเป็นคนคิดขึ้นมากัน ข้าชอบจริง ๆ ’
เย่ฉางชิงอดมิได้ที่จะลอบดีใจกับตนเอง
คิดเพียงเท่านั้น เขาก็กระแอมเบา ๆ ก่อนจะรีบระงับความรู้สึกฟุ้งซ่านลง ก่อนเพ่งสมาธิและนำสมบัติวิเศษที่โยนออกไปก่อนหน้านี้ กลับเข้าไปเก็บไว้ในแหวนเก็บสมบัติดังเดิม
มิกี่อึดใจต่อมา
เมื่อสมบัติวิเศษถูกเก็บเข้าไปอยู่ในแหวนเก็บสมบัติจนหมดแล้ว
เขาจึงได้สติกลับมา ทว่าผู้บำเพ็ญเพียรสำนักต่าง ๆ ด้านล่างก็ยังคงกราบกรานเขาอยู่เช่นเดิม
ส่วนเขาที่เป็นยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานภายในใจของทุกคน เวลานี้ควรกล่าวอันใดสักหน่อยใช่หรือไม่ ?
หลังจากเรียบเรียงคำกล่าวอยู่สักพัก เย่ฉางชิงจึงเอ่ยอย่างสบายอารมณ์ ด้วยเสียงสงบนิ่งว่า “พวกเจ้ามิจำเป็นต้องมากพิธี ลุกขึ้นเถอะ”
สิ้นเสียงคนของสามสำนักเซียนใหญ่ที่คุกเข่าอยู่ด้านล่าง ต่างก็หันไปสบตากันก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
“ขอบคุณท่านเย่”
ทุกคนประสานมือทั้งสองข้าง พลางเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม
“หายนะครั้งนี้จบลงแล้ว ทุกท่านก็มิต้องกังวลอีก”
เย่ฉางชิงยืนเอามือไพล่หลัง กวาดตามองทุกคนและเอ่ยอย่างมั่นใจว่า “ก่อนหน้านี้แม้ว่าพวกท่านต่างก็ได้รับบาดเจ็บ แต่เชื่อว่าประสบการณ์จากศึกในครั้งนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกท่านในการบำเพ็ญเพียรอย่างแน่นอน”
“พวกท่านจงจำคำกล่าวที่ว่า ธรรมชาติเป็นผู้คัดสรร ผู้เหมาะสมจึงอยู่รอด เส้นทางยาวไกล ทั้งยังต้องช่วงชิงวาสนาฟ้าดิน รู้แจ้งจิตแท้ของทุกสิ่งในโลก จึงทำให้ตนเองพัฒนาขึ้น”
“ซึ่งหมายความว่าทางเส้นนี้ถูกกำหนดให้ต้องฝ่าฟันอุปสรรค และอันตรายมากมาย แม้เซียนทุรชนจะเป็นหายนะของพวกท่าน แต่ก็นับว่าเป็นโอกาสและวาสนาของพวกท่านด้วยเช่นกัน”
เอ่ยถึงตรงนี้ ด้านหลังของเย่ฉางชิงก็ปรากฏนิมิตมากมายขึ้นมาทันที
จุดเซินฉางหกตำแหน่งราวกับถ้ำสวรรค์ขนาดใหญ่หกถ้ำ ปรากฏขึ้นบนอากาศช่างน่าตกใจยิ่งนัก

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน