ตอนที่ 485 เจ้ารักนายท่านของข้าใช่หรือไม่ ?
มินานคนของนิกายจื่ออวิ๋นและจวนหนานหลิงก็พากันเหาะไปทางค่ายกลห้วงเวลา ราวกับกองทัพย่อม ๆ ท่ามกลางสายตาคนของนิกายกระบี่สวรรค์
หลังจากจัดการส่งคนของทั้งสองสำนักใหญ่กลับไปแล้ว
อู๋ไท่เหอก็เรียกเหยาห้าวหยานมาพบทันที
“ท่านบรรพจารย์อู๋ เรียกศิษย์มามีเรื่องอันใดหรือขอรับ ? ”
เหยาห้าวหยานรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา ก่อนจะคารวะพร้อมกับเอ่ยถามออกไป
อู๋ไท่เหอกวาดตามองเหยาห้าวหยาน ที่ก่อนหน้านี้ถูกค่ายกลป้องภูผาสะท้อนพลังกลับ จนเลือดอาบไปทั่วร่าง พลางเอ่ยถามว่า “เจ้าเป็นอันใดหรือไม่ ? ”
เหยาห้าวหยานยิ้มกว้างออกมา “เรียนท่านบรรพจารย์ เมื่อครู่หลังจากศิษย์กลั่นไอพลังมหามรรคากลุ่มหนึ่งเข้าไปแล้ว อาการจึงดีขึ้นมากแล้วขอรับ”
อู๋ไท่เหอพยักหน้ารับรู้ ก่อนเอ่ยด้วยท่าทางจริงจังว่า “เช่นนั้นเจ้าฟังให้ดี รีบสั่งให้คนสร้างรูปสลักของท่านเย่ทั้งชั้นในและชั้นนอกของนิกายกระบี่สวรรค์ ให้เหมือนจริงที่สุด ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”
เหยาห้าวหยานชะงักไป ก่อนจะเอ่ยรับคำในทันที “ศิษย์ทราบแล้วขอรับ”
มิไกลนัก ชวี่เหวินเซี่ยที่อยู่ในชุดกระโปรงสีแดงสด ก็มาหยุดอยู่ข้างกายของหนิงซู่ซู่อย่างเงียบ ๆ
ขณะที่นางกำลังเตรียมที่จะอ้าปากนั้น
หนิงซู่ซู่ก็ชิงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนว่า “เหวินเซี่ย ความทรงจำของเขาถูกปลดผนึกออกแล้วเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“อาจารย์ ความจริงแล้วก่อนหน้านี้ตอนที่ศิษย์……ท่านเย่บำเพ็ญเพียร ก็มักจะมีนิมิตมากมายเช่นนี้ปรากฏขึ้นอยู่แล้วเจ้าค่ะ”
ชวี่เหวินเซี่ยนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างอึกอักว่า “ดังนั้นศิษย์เองก็มิรู้ว่าเวลานี้ เขาได้ปลดผนึกความทรงจำออกหรือยังเจ้าค่ะ”
หนิงซู่ซู่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย พร้อมกับมีท่าทางที่สับสนมิน้อย
“เหวินเซี่ย เจ้าคิดเอาไว้แล้วใช่หรือไม่ว่าเรื่องระหว่างอาจารย์กับเขามิมีทางเป็นไปได้ ? ”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หนิงซู่ซู่จึงเอ่ยถามขึ้นอย่างมิมั่นใจนัก
ชวี่เหวินเซี่ยส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะตอบกลับไปว่า “บางทีก็ใช่……แต่บางทีก็มิใช่เจ้าค่ะ”
หนิงซู่ซู่พยักหน้ารับ พร้อมกับครุ่นคิดเงียบ ๆ
……
……
ในตอนนี้เอง บนยอดเขาไร้นามที่อยู่ห่างจากนิกายกระบี่สวรรค์ออกไปหลายลี้ลูกหนึ่ง
เวลานี้ใบหน้าของผู้เฒ่าชุดดำเต็มไปด้วยสีหน้ายินดีอย่างเห็นได้ชัด
บางครั้งก็แหงนหน้าตะโกนขึ้นฟ้า บางคราก็ตีอกชกหัวพร้อมกับคำรามเสียงดัง ราวกับคนเสียสติก็มิปาน
เป็นอยู่เยี่ยงนั้นนานนับครึ่งชั่วยาม
ก่อนที่ผู้เฒ่าชุดดำจะค่อย ๆ สงบลง ทว่าบนใบหน้าเหลี่ยมของเขายังคงมีรอยยิ้มกว้างประดับเอาไว้
“นายท่าน ! ”
“มิผิดแน่ เขาคือนายท่าน ! ”
“มิว่าจะเป็นสวรรค์ชั้นใดก็มีเพียงนายท่านเท่านั้น ที่สามารถสร้างนิมิตเช่นนี้ขึ้นมาได้ หากมิใช่เพราะนายท่านผนึกตบะบารมีเอาไว้ คงจะมิใช่แค่นิมิตแต่จะเป็นภาพที่เกิดขึ้นจริง ๆ ไปแล้ว”
เมื่อเห็นนิมิตของเย่ฉางชิงที่ปรากฏขึ้น จิตวิญญาณอาวุธต้องห้ามตนนี้ก็ดีอกดีใจราวกับเด็กน้อยก็มิปาน แม้เขาจะคาดเดาเอาไว้อยู่แล้ว ว่าเย่ฉางชิงก็คือนายท่านของเขา แต่เขาก็ยังมิเคยเห็นเย่ฉางชิงแสดงอิทธิฤทธิ์ใด ๆ มาก่อน
บัดนี้เมื่อได้เห็นนิมิตอันน่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้ด้วยตาตนเอง เขาย่อมอดมิได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นยินดี
ทว่าผ่านไปพักใหญ่
ผู้เฒ่าชุดดำก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้
รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าชรานั้นค่อย ๆ เจื่อนลง ก่อนจะเผยสีหน้าเศร้าสร้อยออกมาอย่างอดมิได้
เพราะตอนนั้นร่างเดิมของเขา ก็คือ กระดานหมากเฉียนคุน
และถูกนายท่านโยนลงไปในเวหาปั่นป่วน จึงทำให้ร่างเดิมของเขาได้รับความเสียหาย จนมิรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร จึงได้มาปรากฏตัวอยู่ที่สวรรค์บูรพาแห่งนี้
บัดนี้เมื่อเขาบังเอิญได้พบกับนายท่านที่สวรรค์บูรพาอีกครั้ง จึงอดมิได้ที่จะรู้สึกโศกเศร้าขึ้นมา
แต่การที่นายท่านมาปรากฏตัวที่นี่ หรือเขาจะเตรียมการเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ?
อืม !
เวลานี้หมอกบาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ภายในป่าไผ่ แสงจันทร์สีขาวสาดส่องลงมา ขับให้ทุกสิ่งโดยรอบดูเงียบสงบ
มิไกลนักหนิงซู่ซู่ที่อยู่ในชุดกระโปรงธรรมดา ผมยาวสลวย มีหมอกจาง ๆ วนรอบกาย กำลังนั่งสมาธิอยู่บนหินสีครามก้อนหนึ่ง เพื่อฟื้นฟูบาดแผลบนกาย
ผู้เฒ่าชุดดำมองไปทางหนิงซู่ซู่ มุมปากเผยรอยยิ้มมีเลศนัยออกมา
เพียงพริบตา ผู้เฒ่าชุดดำก็ได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของหนิงซู่ซู่ราวกับภูตผี แต่การปรากฏตัวของเขา หนิงซู่ซู่กลับมิได้สัมผัสถึงแต่อย่างใด
“กินดอกไม้ปีศาจโลหิตหงส์ดอกนี้ซะ”
ผู้เฒ่าชุดดำค่อย ๆ ยกมือขึ้น ก่อนจะแบมือออก ภายในฝ่ามือมีดอกไม้ที่ดูสวยสดงดงามดอกหนึ่งวางอยู่ ราวกับยาวิเศษที่พ่นหมอกสีเลือดออกมาจาง ๆ
เพราะตอนนี้นางมีตบะบารมีระดับเซียนขั้นสูงสุดแล้ว แม้ว่าร่างกายจะได้บาดเจ็บ แต่การรับรู้นั้นว่องไวและใช้การได้ดี
ทว่านางกลับมิสามารถสัมผัสถึงไอพลังของอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย
เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายนั้นเก่งกาจเพียงใด !
“ท่านเป็นผู้ใดกัน ? ”
หนิงซู่ซู่ขมวดคิ้วน้อย ๆ พร้อมกับถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งห่างจากผู้เฒ่าชุดดำถึงสิบกว่าจั้ง
ทว่าตอนที่นางโรยตัวลงจึงเห็นได้อย่างชัดเจน ใบหน้าพริ้มพราวพลันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
คนผู้นี้ คือ จิตวิญญาณอาวุธอันน่าสะพรึงกลัวตนนั้นมิใช่หรือ !
ทว่าผู้เฒ่าชุดดำในเวลานี้หาได้ดูชั่วร้ายและเย็นชาเช่นก่อนหน้านี้ไม่ ใบหน้าชรานั้นกลับประดับไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เด็กน้อย เจ้ามิต้องกลัว วันนี้ข้ามาเพื่อช่วยเจ้า”
ผู้เฒ่าชุดดำกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หนิงซู่ซู่ยังคงมีท่าทางเคร่งเครียด พลางเอ่ยเสียงเย็นว่า “เจ้าจะช่วยอันใดข้า ! ”
ผู้เฒ่าชุดดำนิ่งงันไปชั่วขณะ ทว่าก็ยังเอ่ยด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคยว่า
“เจ้ารักนายท่านของข้าใช่หรือไม่ ? ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน