ตอนที่ 490 แผนของผู้เฒ่าชุดดำ
เวลานี้
ณ ยอดเขาสตรีหยก
หลังจากหนิงซู่ซู่ไตร่ตรองอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจทำตามคำแนะนำของผู้เฒ่าชุดดำ
นั่นก็คือ ใช้วิธีดีดพิณเพื่อดึงความสนใจจากเย่ฉางชิง
เยี่ยงไรซะยอดเขาสตรีหยกก็อยู่มิไกลจากยอดเขาที่เย่ฉางชิงพักอยู่มากนัก
แต่สิ่งที่ผู้เฒ่าชุดดำมิได้บอก ก็คือ แม้หนิงซู่ซู่จะบำเพ็ญเพียรวิถีแห่งดนตรี และมีตบะบารมีอยู่ในขั้นสูงสุดของระดับเซียน หรือต่อให้หาจนทั่วทั้งสวรรค์บูรพา เกรงว่าก็ยากที่จะมีผู้ใดเทียบเคียงความแตกฉานในวิถีดนตรีของนางได้
แต่หากเทียบกับความแตกฉานในวิถีดนตรีของนายท่านแล้ว หนิงซู่ซู่ยังห่างชั้นอีกมากนัก
ดังนั้นเขาจึงให้หนิงซู่ซู่ดีดเพลงเดิมทุกวัน
เช่นนี้แล้วมินาน นายท่านย่อมอดมิได้ ที่อยากจะชี้แนะให้นางเป็นแน่ และนานเข้าระยะห่างของทั้งสองก็จะค่อย ๆ ลดลง
จากนั้นหากหนิงซู่ซู่ไปขอคำแนะนำบ่อย ๆ เชื่อว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะต้องพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งสองจะก้าวหน้าไปได้ถึงระดับใดนั้น ก็ต้องดูว่าหนิงซู่ซู่มีวาสนาเพียงใด
ขณะที่หนิงซู่ซู่เพิ่งจะเริ่มดีดพิณ
ผ่านไปมิถึงครึ่งก้านธูป
อู๋ไท่เหอและขงซิงเจี้ยนก็มาที่ส่วนลึกของป่าไผ่เงียบ ๆ
“ศิษย์น้องหนิง เจ้าหยุดดีดพิณก่อนเถอะ พวกข้าสองคนมีเรื่องจะปรึกษาเจ้า”
ขงซิงเจี้ยนและอู๋ไท่เหอส่งสายตาให้กัน ก่อนจะรีบเดินไปด้านหน้าพลางเอ่ยอย่างร้อนรน
หนิงซู่ซู่ลืมตาคู่งามขึ้นทันที นิ้วอันเรียวยาวกดค้างบนสายพิณเอาไว้ จนกระทั่งเสียงพิณหยุดลง
“พวกเจ้ามีเรื่องอันใดจะปรึกษาข้างั้นหรือ ? ” หนิงซู่ซู่กวาดสายตามองทั้งสองคน พลางเอ่ยถามขึ้น
“ศิษย์น้องหนิง ข้าจะบอกเจ้าว่าอีกมินานท่านเย่จะไปจากนิกายกระบี่สวรรค์ของเราแล้ว เขาเตรียมจะไปท่องแคว้นอื่น ๆ นอกหลิงโจว”
ทันทีที่ขงซิงเจี้ยนเอ่ยออกมา ใบหน้าพริ้มพราวของหนิงซู่ซู่ก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจในทันที
“อันใดนะ ! เขาจะไปแล้วงั้นรึ ? ”
หนิงซู่ซู่ลุกขึ้นยืนทันที ท่าทางเหมือนต้องการจะไปถามให้รู้เรื่องด้วยตนเองเสียเดี๋ยวนี้
อู๋ไท่เหอเห็นดังนั้นจึงรีบรั้งหนิงซู่ซู่เอาไว้ทันที ก่อนจะเอ่ยอย่างใจเย็นว่า “ศิษย์น้องหนิง เจ้าให้ศิษย์น้องขงกล่าวให้จบก่อนเถอะ”
หนิงซู่ซู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะได้สติกลับมาแล้วหันไปมองทางขงซิงเจี้ยน
ขงซิงเจี้ยนเลียริมฝีปากเล็กน้อย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยฉีกยิ้มแห้ง ๆ ออกมา
“ศิษย์น้องหนิง ความจริงแล้วก่อนหน้านี้เพื่อรั้งมิให้ท่านเย่จากไป ข้าจำต้องบอกท่านเย่ไปว่าอีกมินานจะมีพิธีแต่งตั้งเจี้ยนอู๋เหิน เป็นประมุขน้อยของนิกายกระบี่สวรรค์……”
ผ่านไปชั่วเวลาจิบชาหนึ่งถ้วย
ขงซิงเจี้ยนก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้หนิงซู่ซู่ฟังอย่างละเอียด
เนื่องจากก่อนหน้านี้หนิงซู่ซู่ได้หายตัวไปอย่างกะทันหัน ดังนั้นเรื่องเกี่ยวกับศิษย์ทรยศเหลิ่งซินหานและราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ ที่มาตามหาตำหนักเทพวาสนาอันใดนั่น หนิงซู่ซู่เองก็ยังมิทราบเช่นกัน
หลังจากที่นางได้รู้เรื่องนี้ สีหน้าพลันเย็นชาลงทันที
“คิดมิถึงว่านิกายกระบี่สวรรค์จะเสียทรัพยากรไปมากมาย เพื่อเลี้ยงดูศิษย์ทรยศเช่นนี้ ! ”
ดวงตาเรียวยาวของหนิงซู่ซู่ปรากฏไอสังหารขึ้น ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นว่า “เหลิ่งซินหานแม้จะดับสูญไปแล้ว แต่ศิษย์ของเขาทุกคนก็มิอาจปล่อยไว้แม้แต่คนเดียว ต้องทำลายรากฐานเต๋า ลบล้างความทรงจำ และขับออกจากสำนักให้หมด”
“โดยเฉพาะซ่งจืออวี่ผู้นั้น ที่มีคุณสมบัติวิถีกระบี่มิเลว ทั้งยังได้รับความโปรดปรานจากเหลิ่งซินหาน ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นศิษย์ทรยศเช่นกัน และเพื่อเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลมต้องสังหารทิ้งซะ ! ”
อู๋ไท่เหอพยักหน้าเห็นด้วย พลางเอ่ยว่า “ศิษย์น้องหนิง เรื่องนี้ข้าได้ให้ศิษย์น้องขงไปจัดการแล้ว แต่ปัญหาที่ข้ากังวลในตอนนี้ ก็คือ หลังจากพิธีแต่งตั้งจบลงแล้ว พวกเราจะรั้งท่านเย่ให้อยู่ต่อด้วยวิธีใดอีก ? ”
ทว่าผู้เฒ่าชุดดำกลับส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาเช่นกันว่า “ในสวรรค์บูรพามิมีผู้ใดสามารถต่อกรข้าได้ก็จริง และข้าก็สามารถหยุดยั้งหายนะที่นิกายกระบี่สวรรค์จะต้องเผชิญในอีกมินานได้อย่างง่ายดาย แต่ข้ามิสามารถเข้าไปแทรกแซงได้”
หนิงซู่ซู่ได้ยินคำตอบนั้นถึงกับกล่าวอันใดมิออก
นางรู้ดีว่าบุคคลไร้เทียมทานระดับนี้ ปฏิเสธออกมาตรง ๆ เช่นนี้ แสดงว่าจะต้องมีสิ่งที่กังวลอย่างแน่นอน
ดังนั้นจึงมิสามารถจะฝืนใจได้
“ผู้อาวุโส พอจะมีวิธีแก้ไขหรือไม่เจ้าคะ ? ” หนิงซู่ซู่ไตร่ตรองดูแล้ว ก็ได้เอ่ยถามหยั่งเชิงออกไป
“วิธีแก้ไขย่อมมี”
ผู้เฒ่าชุดดำยังคงเอ่ยอย่างสบายอารมณ์ ด้วยใบหน้าแฝงรอยยิ้ม “ช่วงเวลานี้เมื่อเซียนทุรชนทยอยตื่นขึ้นมา เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตโบราณที่อยู่ตามแดนต้องห้ามของสิ่งมีชีวิตเองก็พร้อมที่จะสร้างปัญหา ดังนั้นย่อมมิอาจหลีกเลี่ยงความโกลาหลอันดำมืดได้”
“ส่วนนายท่านก็ผนึกตบะบารมีและความจำตนเองเอาไว้ และมายังโลกนี้เพื่อสัมผัสเส้นทางบำเพ็ญเพียรอันยาวนาน ทั้งยังจะต้องเผชิญกับยุคอันดำมืดนี้อีก บางทีทั้งหมดนี้อาจจะถูกจัดวางเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว นี่คือ สาเหตุว่าเหตุใดข้าถึงมิสามารถเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ได้”
“และข้ามองว่าหากนิกายกระบี่สวรรค์ของเจ้า อยากผ่านพ้นเคราะห์กรรมในครั้งนี้ไปให้ได้ คงทำได้เพียงพึ่งพิงนายท่านเท่านั้น”
หนิงซู่ซู่ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะคำนับลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “ผู้อาวุโส เช่นนั้นผู้น้อยควรทำเช่นไรจึงจะสามารถรั้งท่านเย่เอาไว้ จนกว่าจะผ่านพ้นหายนะในครั้งนี้ไปได้เจ้าคะ ? ”
เมื่อได้ยินดังนั้นผู้เฒ่าชุดดำก็ลูบที่เคราตนเอง พลางกลอกตาไปมาอย่างครุ่นคิด
ผ่านไปพักใหญ่
ผู้เฒ่าชุดดำก็เหมือนคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เด็กน้อย ข้ามีแผนการอย่างหนึ่ง เจ้าสามารถลองเอาไปใช้ดูได้”
หนิงซู่ซู่มีสีหน้าเปลี่ยนไป ก่อนจะเอ่ยอย่างร้อนใจว่า “เชิญผู้อาวุโสบอกมาได้เลยเจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าชุดดำเอ่ยอย่างมีเลศนัยว่า “ง่ายมาก ทุกวันนับจากนี้ในยามเช้าและพลบค่ำให้เจ้าดีดเพลง ๆ หนึ่ง”
หนิงซู่ซู่ ? ? ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน