เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 491

ตอนที่ 491 ควรทำเช่นไรดี

หนิงซู่ซู่ฟังคำแนะนำของผู้เฒ่าชุดดำอย่างเชื่อครึ่งมิเชื่อครึ่ง

ทว่าทุกวัน เมื่อขอบฟ้าค่อย ๆ ปรากฏแสงสีขาว หมอกยามเช้าล่องลอย และระหว่างที่ตะวันเลื่อนลับขอบฟ้า หมู่นกกายบินกลับรัง นางจะดีดเพลงหนึ่งซ้ำ ๆ อยู่ในส่วนลึกของป่าไผ่

อีกด้านหนึ่ง

ในทุกวันเย่ฉางชิงจะใช้เวลาบำเพ็ญเพียรอยู่หลายชั่วยาม จากนั้นก็จะไปนั่งดื่มชา หรือดื่มสุราบ้างภายในศาลาเพียงลำพัง

ส่วนเจี้ยนอู๋เหิน นับตั้งแต่ได้เห็นจิตกระบี่หยั่งรู้ของเย่ฉางชิง รวมทั้งคิดไปเองว่าเย่ฉางชิงนั้นเป็นบุคคลในยุคเดียวกันกับประมุขคนแรก เขาก็เอาแต่มุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่อย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ

เนื่องจากภูเขาที่เย่ฉางชิงอยู่มิห่างจากยอดเขาสตรีหยกมากนัก เป็นผลให้ทุกครั้งที่เย่ฉางชิงมานั่งดื่มชาหรือสุรา ก็มักจะได้ยินเสียงพิณลอยมา

ในคราแรกนั้น เย่ฉางชิงรู้สึกชื่นชอบและเคลิบเคลิ้มอย่างมาก เพราะเสียงพิณนั้นไพเราะนุ่มนวล แม้จะยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่เยี่ยงไรซะก็ยังคงพอฟังได้

อีกทั้งเขายังรู้ได้ทันทีว่าผู้ที่ดีดพิณนั้นหาใช่ศิษย์พี่ชวี่ที่มาจากสำนักชิงหยางพร้อมกับเขาไม่ แต่เป็นฝีมือของบรรพจารย์ท่านนั้นแห่งนิกายกระบี่สวรรค์

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เย่ฉางชิงก็เริ่มรู้สึกรำคาญขึ้นมา เพราะหนิงซู่ซู่จะดีดเพลงเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน อีกทั้งข้อบกพร่องที่ได้ยินก็ยังคงเป็นจุดเดิม

ในที่สุดเย่ฉางชิงจึงทนมิไหว

วันนี้เย่ฉางชิงยกมือขึ้นมาคลึงหว่างคิ้วระหว่างนั่งดื่มเพียงลำพังภายในศาลา พร้อมฟังเสียงพิณที่ลอยมา

“เกือบหนึ่งเดือนแล้ว บรรพจารย์นิกายกระบี่สวรรค์ท่านนี้เป็นอันใดกันแน่ เหตุใดถึงเล่นเพลงเดิม ๆ ได้ทุกวัน อีกทั้งข้อบกพร่องก็ยังคงมิได้รับการแก้ไขและพัฒนาขึ้นด้วย”

“หรือเพราะนางมิสมหวังในตัวข้า จึงเลือกวิธีเช่นนี้มาแก้แค้น ? ”

เอ่ยถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็ยกจอกสุราขึ้นมาจิบทีเดียวหมดจอก ก่อนจะเอ่ยงึมงำกับตนเองว่า “ก่อนหน้านี้ได้ยินว่านางบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรี เพลงที่นางเล่นก็นับว่ามิเลว ทว่าเหตุใดถึงยังมีข้อบกพร่องเดิม ๆ ทุกครั้งกัน ? ”

“จริงสิ พรสวรรค์วิถีกระบี่ของข้าเรียกได้ว่าโดดเด่นกว่าผู้อื่น ส่วนความแตกฉานในวิถีดนตรีก็เรียกได้ว่าเป็นระดับปรมาจารย์ หรือแท้ที่จริงแล้วคุณสมบัติในวิถีดนตรีของข้าจะเหนือกว่าวิถีกระบี่เสียอีก ? ”

“อืม คงจะเป็นเช่นนั้น มิเช่นนั้นด้วยตบะบารมีและความแตกฉานในวิถีดนตรีของหนิงซู่ซู่ ข้าจะสามารถฟังและรู้ถึงข้อบกพร่องนี้ได้เยี่ยงไร ? ”

“แต่วิถีดนตรีควรบำเพ็ญเพียรเช่นไรกัน……”

ครุ่นคิดอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็คิดวิธีบางอย่างขึ้นมาได้

หนิงซู่ซู่เฝ้าดีดเพลงนี้แค่เพลงเดียว หรือภายในเพลงนี้จะแฝงพลังลึกลับเอาไว้ ?

หากเป็นเช่นนั้นจริง เช่นนั้นเขาก็จะสามารถรู้แจ้งและอาจได้เคล็ดวิชาในการบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรี จากการดีดเพลงนี้ได้น่ะสิ ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็เพ่งสมาธิแล้วหยิบพิณของเขาออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ ก่อนจะวางไว้บนโต๊ะ

มินานเขาก็คิดทบทวนถึงเพลงที่หนิงซู่ซู่ดีด ก่อนจะนั่งตัวตรงและกรีดนิ้วไปบนสายพิณเบา ๆ

ในตอนแรกนั้นเย่ฉางชิงมองว่าการบำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ และกลายเป็นเซียนกระบี่ที่ไร้เทียมทานแห่งยุคได้ เรียกได้ว่าเป็นความฝันของบุรุษทุกคน

ซึ่งเขาเองก็เช่นกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขามุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่มาโดยตลอด

แต่สำหรับเขาที่เกิดในตระกูลนักปราชญ์ตอนอยู่ที่โลกใบแรก อีกทั้งได้รับการปลูกฝังและซึมซับจากผู้อาวุโสมาตั้งแต่เด็ก จึงพลอยทำให้เขาชื่นชอบในพิณ หมาก อักษรพู่กันและภาพวาดไปด้วย

มิเช่นนั้นตอนอยู่ที่โลกเบื้องล่างก่อนหน้านี้ เขาจะสามารถอดทนต่อความเหงาและความโดดเดี่ยว จากการที่ต้องมาอยู่ในโลกที่มิมีผู้ใดรู้จักได้เยี่ยงไรกัน ?

ดังนั้นหากสามารถบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรีได้ด้วย เขาย่อมรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก

ผ่านไปมิกี่อึดใจ

เมื่อเย่ฉางชิงเริ่มเล่นเพลงของหนิงซู่ซู่

มินานเสียงพิณที่ราวกับเสียงสวรรค์ก็ดังมาถึงยอดเขาสตรีหยก

เมื่อได้ยินดังนั้น หนิงซู่ซู่ที่หลับตาทั้งสองข้างและนั่งอยู่หน้าโต๊ะพิณ ก็ได้กดหยุดสายพิณในทันที

จากนั้นดวงตาคู่งามพลันลืมขึ้น ใบหน้างดงามเผยสีหน้าสับสนออกมา

ตามที่ผู้เฒ่าชุดดำบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้

หากเย่ฉางชิงมีการตอบรับ ก็แสดงว่านางมีหวังบ้างแล้ว

‘ต้องมิใช่เช่นนี้ ! ’

หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็ค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้า ก่อนจะเริ่มดีดพิณต่อ

บรรพจารย์นิกายกระบี่สวรรค์ท่านนี้บำเพ็ญเพียรวิถีดนตรี ตบะบารมียังลึกล้ำสุดจะหยั่ง แต่ทุกวันกลับเอาแต่ดีดเพลงนี้วันละหลายรอบ ดังนั้นภายในเพลงนี้จะต้องแฝงบางอย่างที่ลึกลับเอาไว้อย่างแน่นอน

ส่วนเขาเพิ่งจะดีดไปแค่รอบเดียว กลับหวังที่จะรู้แจ้งในสิ่งที่แฝงอยู่ ดูก็รู้ว่ามิมีทางเป็นไปได้

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าจะดีดเพลงนี้ซ้ำไปซ้ำมา บางทีอาจจะสามารถรู้แจ้งในสิ่งที่แฝงอยู่ก็เป็นได้

ทว่าสิ่งที่เย่ฉางชิงคิดมิถึง ก็คือ ระหว่างที่เขาดีดเพลงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า เพลงที่เดิมทีมีจุดบกพร่องกลับกลายเป็นเพลงที่สมบูรณ์ในที่สุด

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือในเพลง ๆ นี้ได้แฝงจิตแท้ของวิถีดนตรีเอาไว้ ระหว่างที่ดีดก็จะเกิดการสะท้อนกับมหามรรคาที่ไร้รูปร่าง

ทว่าสิ่งนี้กลับทำให้ผู้เฒ่าชุดดำที่อยู่บนยอดเขาสตรีหยกในเวลานี้ และยืนอยู่มิไกลจากหนิงซู่ซู่รู้สึกปวดหัวขึ้นมา

“ควรจะทำเช่นไรดี ! ”

ผู้เฒ่าชุดดำขมวดคิ้วแน่น ด้วยท่าทางร้อนรุ่มใจ

เวลาเดียวกันรอบกายของหนิงซู่ซู่ที่ปกคลุมไปด้วยแสงอันเจิดจ้า ด้านหลังศีรษะปรากฏวงแสงมหามรรคาอันเป็นมงคลหลายวงขึ้น

อีกทั้งบนกายของนางยังมีไอพลังมหามรรคาอันบริสุทธิ์แผ่ออกมามิหยุด จนแทบจะปกคลุมไปทั่วป่าไผ่แห่งนี้เสียแล้ว

นี่ก็หมายความว่านางกำลังจะก้าวเข้าสู่ระดับเทพพิภพได้ตลอดเวลา

และในเวลานี้ความโกลาหลอันดำมืดยังมิเริ่มขึ้น กฎไร้เทียมทานของสวรรค์บูรพายังมิถูกบดบัง

เช่นนั้นหากหนิงซู่ซู่เกิดการบรรลุขึ้นมา ก็จะถูกทัณฑ์สวรรค์พิฆาตฟาดฟันลงมาทันที จนนางจำต้องก้าวสู่เส้นทางโบราณ เพื่อค้นหาโอกาสในการขึ้นแดนเซียนโบราณ

หากเป็นเช่นนั้นสิ่งที่เขาหวังเอาไว้ก็จะจบลงทันที

หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก ผู้เฒ่าชุดดำก็สะบัดแขนข้างหนึ่ง และนำกระดานหมากเฉียนคุนออกมาปกคลุมด้านบนศีรษะของหนิงซู่ซู่เอาไว้……

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน