ตอนที่ 494 ช่วยเล่าให้ละเอียดกว่านี้หน่อยได้หรือไม่ ?
‘เล่นอีกรอบได้หรือไม่ ? ’
‘เขาหมายความว่าเยี่ยงไรกัน ? ’
‘หรือว่ามีข้อบกพร่องอยู่อีกงั้นหรือ ? ’
‘มิใช่กระมัง ! ’
‘แม้ว่าจะมิสามารถบรรเลงเพลงนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นเขา ทว่าจุดสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไป ข้าก็ได้เน้นเป็นพิเศษแล้วนี่นา’
ทันทีที่สิ้นเสียงของเย่ฉางชิง
หนิงซู่ซู่พลันชะงักงัน ก่อนจะกรีดนิ้วไปที่สายพิณอีกครั้ง จนเกิดเสียงอันไพเราะนุ่มนวลขึ้นมา
และเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้แล้ว นางจึงยิ่งระวังมากขึ้นไปอีก
โดยเฉพาะในช่วงที่เย่ฉางชิงได้มีการปรับเปลี่ยนไป
ขณะเดียวกันเมื่อเสียงพิณอันไพเราะนุ่มนวลดังขึ้นอีกครั้ง
เย่ฉางชิงก็หมุนกายกลับเข้ามาภายในศาลา และนั่งลงตรงข้ามกับหนิงซู่ซู่
ขณะเดียวกันก็เพ่งสมาธิแล้วหยิบสุราชิงอี่หนึ่งไหพร้อมจอกสุราหนึ่งใบออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ ก่อนจะรินดื่มคนเดียวเงียบ ๆ
การที่เย่ฉางชิงให้หนิงซู่ซู่เล่นเพลงนี้อีกรอบ มิใช่เพราะตอนหนิงซู่ซู่เล่นเพลงนี้แล้วเกิดปัญหาใหม่แต่อย่างใด
ทว่าเป็นเพราะว่าเขาชอบความรู้สึกที่ห่างหายไปนานเช่นนี้ต่างหาก
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่โลกเบื้องล่าง เขาได้เป็นผู้ไร้พ่ายในความฝัน
จากนั้นจึงได้ออกจากเมืองเสี่ยวฉือ ออกจากแคว้นต้าเอี้ยน และออกจากจงหยวน ท่องไปยังที่ต่าง ๆ กับตูกู๋ชิงเฟิง
ทั้งสองคนเคยนั่งเรือพ่อค้าเดินทางลงใต้ ระหว่างทางก็ช่วยกันแต่งกวีและวาดภาพที่ทรงพลัง และเล่นดนตรีขับกล่อมราวกับแห่งสายน้ำที่ชำระล้างจิตใจผู้คน
อีกทั้งยังเคยนั่งอยู่บนยอดเขา บางคราวก็นั่งอยู่ริมทะเล โดยคนหนึ่งดีดพิณ อีกคนก็ดื่มสุราพลางวาดภาพไป……
ภาพความทรงจำเหล่านั้น ไหลพรั่งพรูออกมาราวกับสายน้ำอยู่ในหัวของเย่ฉางชิง
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาอดมิได้ ที่จะขอร้องให้หนิงซู่ซู่ช่วยเล่นเพลงนี้อีกครั้ง
อีกทั้งเวลานี้จู่ ๆ เย่ฉางชิงก็มีคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวโดยมิได้ตั้งใจ
ภายในโลกบำเพ็ญเพียรใบนี้ สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนแล้วแต่เพียรพยายามบำเพ็ญเพียร และปรารถนาที่จะก้าวไปจุดสูงสุดของวิถีเซียน
‘เช่นนี้ปลายทางของวิถีเซียนคือสิ่งใด ? ’
‘มิแก่ชรา ? ’
‘เป็นอมตะ ? ’
‘อยู่เหนือสรรพสิ่งในใต้หล้า ? ’
‘แต่หากก้าวไปถึงจุดสูงสุดของวิถีเซียน และก้าวไปถึงปลายทางของวิถีเซียนแล้ว จะเป็นเช่นไร ! ’
‘กล่าวอีกนัยหนึ่ง ก็คือ หากอยู่ในระดับนั้นแล้ว จะโดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงาเพียงใดกัน ! ’
‘เมื่อต้องเห็นคนข้างกายทยอยดับสูญ บ้างก็ค่อย ๆ แก่ชรา กลายเป็นเถ้าธุลี’
‘แทนที่จะอยู่ด้วยความโศกเศร้าเช่นนั้น เหตุใดถึงมิรีบตักตวงความสุขเล่า ? ’
‘การบำเพ็ญเพียรสวยงามเช่นนั้นจริงหรือ ? ’
เมื่อคิดได้ดังนั้น มุมปากของเย่ฉางชิงก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะยกสุราชิงอี่ดื่มทีเดียวจนหมดจอก
มิรู้ว่าเหตุใดทุกครั้งที่เขาคิดถึงคำถามนี้ขึ้นมา ก็มักจะรู้สึกเหมือนว่าตนเองนั้นเคยไร้เทียมทานและต้องโดดเดี่ยวมาก่อน
ทว่าเขาเองกลับมิรู้ตัวเลยว่าดวงตาเรียวยาวของเขาเวลานี้ ได้แปรเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกราวกับผ่านโลกมาอย่างโชกโชนเพียงใด
จนกระทั่งมีเสียงนุ่มนวลเสียงหนึ่งดังขึ้น เย่ฉางชิงจึงได้สติขึ้นมา
“ท่านเย่เจ้าคะ”
เมื่อเห็นเย่ฉางชิงนั่งใจลอยอยู่ หนิงซู่ซู่ที่ลังเลอยู่พักใหญ่ ก็ได้ตัดสินใจเอ่ยเรียกเสียงอ่อน
เย่ฉางชิงยิ้มบาง ๆ ออกมา ก่อนจะได้สติและเพิ่งนึกขึ้นได้ ว่าตนยังมิได้เขียนความคิดเห็น ในตำราเพลงให้กับหนิงซู่ซู่
“เจ้ารอสักครู่ ข้าจะเขียนความคิดเห็นให้เดี๋ยวนี้”
เย่ฉางชิงเอ่ยพลางเพ่งสมาธิ ก่อนจะหยิบพู่กันด้ามหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ
จากนั้นก็เปิดตำราเพลงออก ก่อนจะเริ่มเขียนข้อคิดเห็นลงไปในทันที
จนเวลาผ่านไปหนึ่งเคอ
เย่ฉางชิงก็ส่งตำราเพลงไปตรงหน้าหนิงซู่ซู่ พร้อมกับเอ่ยว่า “ข้าเขียนข้อคิดเห็นของข้าให้เรียบร้อยแล้ว แต่หากมีปัญหาใหม่อีกก็สามารถมาหาข้าได้ตลอดเวลา”
‘มาได้ตลอดเวลา ? ’
“เช่นนั้นหรือ”
เย่ฉางชิงถอนหายใจออกมาน้อย ๆ
‘ต้องบอกว่าเรื่องนี้เขาเองประมาทเกินไป ก่อนหน้านี้เขาใช้ตำหนักเทพวาสนาสังหารเซียนทุรชนผู้นั้น และตอนนั้นก็มัวแต่สนใจภาพลักษณ์ของตน จึงทำให้มิได้ใส่ใจชวี่เหวินเซี่ยเท่าที่ควร’
‘แต่ผู้ใดจะไปคิดว่า บิดามารดาของชวี่เหวินเซี่ยจะมาตายด้วยน้ำมือของเซียนทุรชนได้’
“มนุษย์ล้วนมีสุข ทุกข์ พบ พราก ดั่งจันทราที่เต็มดวงบางคราก็เว้าแหว่งเหลือเพียงเสี้ยว ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังเป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนอีกด้วย”
เย่ฉางชิงจึงอดมิได้ที่จะทอดถอนใจออกมา ก่อนจะเอ่ยว่า “แม้จะเป็นเช่นนั้นข้ากับนางเยี่ยงไรซะก็เคยอยู่ร่วมสำนักเดียวกันมาก่อน ย่อมมีมิตรภาพดี ๆ ร่วมกันมามิน้อย พรุ่งนี้ข้าจะไปพบนางก็แล้วกัน”
หนิงซู่ซู่พยักหน้าเห็นด้วย
เย่ฉางชิงลังเลชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “จริงสิ เจ้าบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรี……”
เย่ฉางชิงเอ่ยได้เพียงครึ่งประโยค จู่ ๆ หนิงซู่ซู่ก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อนว่า “ท่านเย่ หากเป็นไปได้เรียกข้าว่าซู่ซู่ได้หรือไม่เจ้าคะ ? ”
หนิงซู่ซู่ ?
ซู่ซู่ ?
เย่ฉางชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอย่างลำบากใจว่า “ซู่……ซู่ซู่ เจ้าบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรีใช่หรือไม่ ? ”
“ถูกต้องเจ้าค่ะ ข้าบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรี”
“คุณสมบัติวิถีดนตรีของเจ้านั้นมิเลว ต่อไปในภายภาคหน้าต้องประสบความสำเร็จเป็นแน่”
“จริงสิ บอกข้าได้หรือไม่ว่าตอนแรกเจ้าเริ่มบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรีได้เยี่ยงไร ? ”
“คือ……”
“มีอันใดที่บอกมิได้เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“มิมีเจ้าค่ะ เพียงแต่……ท่านถามเรื่องพวกนี้ไป เพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ ? ”
“วิถีดนตรีลึกซึ้งและกว้างใหญ่ โอกาสที่ทุกคนเริ่มบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรีก็ล้วนแตกต่างกันไป ส่วนข้าเพียงแค่อยากรู้ก็เท่านั้น”
“เป็นเช่นนั้นจริง ๆ นะเจ้าค่ะ ตอนแรกที่ข้าเข้ามาในนิกายกระบี่สวรรค์ ข้าเองก็เคยบำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่มาก่อน จนกระทั่งบังเอิญได้พบกับผู้อาวุโสระดับสูงท่านหนึ่ง ที่บำเพ็ญเพียรทั้งวิถีดนตรีและวิถีกระบี่”
“ด้วยความบังเอิญจากการชี้แนะของผู้อาวุโสท่านนี้ ข้าจึงได้เปลี่ยนมาบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรีเจ้าค่ะ”
“ช่วยเล่าให้ละเอียดกว่านี้หน่อยได้หรือไม่ ? ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน