ตอนที่ 495 บทเพลงโศกา ควรหาคนรู้ใจที่ใดกัน
“ช่วยเล่าให้ละเอียดมากกว่านี้หน่อยได้หรือไม่ ? ”
จนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูป
หลังจากที่หนิงซู่ซู่เล่ารายละเอียดระหว่างที่นางคอยติดตามผู้อาวุโสท่านนั้น เพื่อบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรีอยู่นั้น
เย่ฉางชิงก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขอร้องให้นางช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังอีกครั้ง
หนิงซู่ซู่กลับรู้สึกงุนงงอย่างมาก
‘นี่มันเรื่องอันใดกัน ? ’
‘ข้ายังเล่าละเอียดมิพออีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘หากเล่าถึงขนาดนี้ยังละเอียดมิพอ หรือจะต้องให้เล่าถึงขั้นตอนว่าผู้อาวุโสระดับสูงสอนนางสัมผัสวิถีดนตรีฟ้าดินเช่นไร ตั้งแต่ต้นจนจบเลยเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘หากเป็นเช่นนั้นจริงจะละเอียดเกินไปหรือไม่ ? ’
หลังจากนิ่งเงียบไปสักพัก หนิงซู่ซู่กลอกตาไปมาพลางตั้งใจนึกย้อนกลับไป เพื่อเตรียมเล่าส่วนที่ก่อนหน้านี้นางได้ข้ามไปให้กับเย่ฉางชิงอีกครั้ง
“จริงสิ หลังจากที่ข้าคารวะผู้อาวุโสท่านนั้นเป็นศิษย์แล้ว นางเคยกล่าวเอาไว้ว่า”
หนิงซู่ซู่นึกย้อนไป พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “วิถีแห่งดนตรีนั้นลึกล้ำและลึกซึ้งอย่างมิอาจเทียบได้ สรรพสิ่งบนโลกดูเหมือนมิมีความเกี่ยวข้องกับวิถีแห่งดนตรี แต่แท้จริงแล้วล้วนเกี่ยวพันและใกล้ชิดกับวิถีแห่งดนตรี”
“อาทิเช่น สายลมพัดมาต้นหญ้ากวัดแกว่ง กิ่งก้านของต้นไม้เก่าแก่ส่งเสียงออกมา หากตั้งใจสัมผัสทุกสิ่งล้วนแฝงวิถีแห่งดนตรีเอาไว้ แม้กระทั่งร่างกายของมนุษย์เมื่อเลือดลมภายในกายไหลเวียน พลังปราณเปลี่ยนแปลงก็สามารถมองเป็นวิถีแห่งดนตรีได้เช่นกัน”
เอ่ยถึงตรงนี้ หนิงซู่ซู่ก็ได้เอ่ยถามเย่ฉางชิงพร้อมรอยยิ้มว่า “ด้วยความแตกฉานในวิถีดนตรีของท่าน เชื่อว่าย่อมสัมผัสได้ใช่หรือไม่ ? ”
“อีกอย่างข้าเคยเข้าไปในแดนลับโบราณแห่งหนึ่ง ในแดนลับโบราณแห่งนั้นเป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรของบูรพาจารย์ผู้ล่วงลับท่านหนึ่ง และเป็นผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานที่บำเพ็ญเพียรวิถีดนตรี”
“และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนของฝ่ายมาร อีกทั้งยังใช้เสียงขลุ่ยอันพิสดารในการโจมตี หากผู้ใดได้ฟังเสียงขลุ่ยพิสดารที่ดังออกจากแดนลับ ผู้บำเพ็ญเพียรเกือบครึ่งต่างก็ต้องดับสูญอยู่ ณ ที่แห่งนั้น และบางส่วนก็ถึงขั้นวิญญาณแตกสลายไปก็มี”
เมื่อได้ยินดังนั้นดวงตาของเย่ฉางชิงก็เปล่งประกายขึ้น
‘ในที่สุดนางก็เอ่ยเข้าประเด็นสำคัญสักที’
‘วิถีดนตรีแฝงอยู่ในทุกสิ่งบนโลก สัมผัสวิถีดนตรีที่แฝงอยู่ในสรรพสิ่งโดยละเอียดจากตื้นสู่ลึก’
‘และหากบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรีสำเร็จแล้ว ก็สามารถใช้การดีดพิณ เป่าขลุ่ย หรืออีกหลากหลายวิธีที่เกี่ยวข้องกับดนตรี ในการส่งผลกระทบต่อสรรพสิ่ง’
‘ถึงขนาดสามารถใช้เสียงดนตรีสังหารศัตรูได้อย่างง่ายดาย’
ในตอนนั้นเองหนิงซู่ซู่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้
นางจึงรีบเพ่งสมาธิแล้วหยิบกล่องหินโบราณใบหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ ก่อนจะวางลงและดันไปตรงหน้าของเย่ฉางชิง
กล่องหินโบราณธรรมดา แม้ว่าลวดลายลึกลับที่สลักเอาไว้ด้านบนจะดูเลือนราง แต่ตัวกล่องหินกลับแผ่กลิ่นอายเก่าแก่ และไอพลังอันกดดันที่ทำให้คนรู้สึกหวาดหวั่นออกมา
“นี่คือ……”
เย่ฉางชิงชำเลืองมองกล่องหินเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองหนิงซู่ซู่
หนิงซู่ซู่เอ่ยเสียงนุ่ม ด้วยใบหน้าที่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “เนื่องจากข้าบำเพ็ญเพียรวิถีดนตรี อีกทั้งคุณสมบัติก็มิได้โดดเด่นอันใด ดังนั้นจึงได้รับเคล็ดวิชาที่สืบทอดมาจากแดนลับที่เต็มไปด้วยไอสังหารแห่งนั้นมาเจ้าค่ะ”
“กล่องหินนี่ คือ เคล็ดวิชาส่วนหนึ่งที่สืบทอดมา แต่ตามที่จิตวิญญาณส่วนหนึ่งของผู้แข็งแกร่งที่ไร้เทียมทานท่านนั้นได้บอกเอาไว้ ก็คือ กล่องหินใบนี้ภายในจะมีตำราเพลงที่เป็นเคล็ดสังหารอันขึ้นชื่อของเขาอยู่”
“หากต้องการเปิดกล่องหินเพื่อเอาตำราเพลงแผ่นนั้นออกมา จำเป็นจะต้องมีระดับที่สูงส่งในวิถีดนตรีเสียก่อน มิเช่นนั้นกล่องหินจะแตกสลาย เคล็ดสังหารนี้ก็จะสูญหายไปจากโลก”
เอ่ยเพียงเท่านั้น หนิงซู่ซู่ก็เผยสีหน้าละอายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า “บัดนี้แม้ว่าข้าจะมีตบะบารมีระดับเซียนขั้นสูงสุดแล้ว และห่างจากระดับเทพพิภพอีกเพียงแค่ก้าวเดียว”
“ทว่าความแตกฉานในวิถีดนตรีของข้า ก็ยังมิได้รับการยอมรับจากผู้แข็งแกร่งที่ไร้เทียมทานท่านนั้น ดังนั้นจึงยังมิสามารถเปิดกล่องนี้ได้เจ้าค่ะ”
เย่ฉางชิง : (°ー°)
‘เจ้าหมายความว่าเยี่ยงไร ? ’
‘จะให้ข้าเป็นผู้เปิดกล่องหินใบนี้เยี่ยงนั้นหรือ ? ’
แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากที่สุด ก็คือ สัญลักษณ์มากมายและลวดลายค่ายกลที่ซับซ้อนนั้น ราวกับถูกจัดเรียงและจัดกลุ่มใหม่ ตามการควบคุมของเย่ฉางชิง
นี่ก็หมายความว่าเย่ฉางชิงหาได้ใช้ความแตกฉานในวิถีดนตรีมไม่ แต่อาศัยความแตกฉานอันสูงส่งของวิชาค่ายกล ทำการเปลี่ยนแปลงค่ายกลโบราณเสียใหม่ เพื่อเปิดกล่องหินแทน
แต่นี่เป็นอิทธิฤทธิ์อันพิสดารเช่นไรกัน ถึงสามารถทำการจัดเรียงค่ายกลและจัดกลุ่มค่ายกลขึ้นมาใหม่ตามใจตนเองเช่นนี้
น่าเหลือเชื่อ !
ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก !
อีกทั้งอิทธิฤทธิ์เช่นนี้ แม้แต่หนิงซู่ซู่ก็ยังมิเคยได้ยินหรือได้เห็นมาก่อน
จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป
เมื่อแสงที่ไหลเวียนรอบกายจางหายไป ในที่สุดเย่ฉางชิงก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“ตอนนี้คงสำเร็จแล้ว เจ้าลองเปิดกล่องหินนี้ดูสิ”
ใบหน้าเย่ฉางชิงแฝงรอยยิ้มอบอุ่นดุจสายลมยามวสันต์ฤดู และเอ่ยกับหนิงซู่ซู่อย่างมั่นใจ
ขณะเดียวกัน เขาก็ดันกล่องหินไปที่ด้านหน้าของหนิงซู่ซู่
ความจริงแล้วเขาเองก็สงสัยเช่นกันว่าจะมีตำราเพลงอยู่ภายในกล่องหินใบนี้จริง ๆ หรือไม่
แต่เวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการแสร้งทำตัวเป็นผู้เก่งกาจต่อหน้าสตรี
ดังนั้นหลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก เขาจึงตัดสินใจเลือกที่ทำตัวเป็นผู้เก่งกาจต่อหน้านางแทน
หนิงซู่ซู่ถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ พร้อมกับอดมิได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองเย่ฉางชิง จากนั้นจึงยื่นมือออกไปเปิดกล่องหินอย่างระมัดระวัง
วินาทีต่อมาก็ได้มีม้วนหนังสัตว์โบราณแผ่นหนึ่งปรากฏสู่สายตา และบนม้วนหนังสัตว์แผ่นนั้น ยังมีตัวอักษรโบราณที่ซับซ้อนแถวหนึ่งปรากฏขึ้นอีกด้วย
บทเพลงโศกา ควรหาคนรู้ใจที่ใดกัน !

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน