เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 496

ตอนที่ 496 เป็นเยี่ยงไรบ้าง ?

เมื่อได้เห็นตัวอักษรโบราณแถวนี้

หนิงซู่ซู่ก็ถึงกับชะงักงัน ก่อนจะเหลือบมองเย่ฉางชิงที่ยังคงมีท่าทีปกติ จากนั้นจึงลุกขึ้นแล้วหยิบม้วนหนังสัตว์ออกมาจากภายในกล่องหินด้วยความระมัดระวัง

จากนั้นนางก็ค่อย ๆ กางม้วนหนังสัตว์แผ่นนั้นออก

บนม้วนหนังสัตว์แผ่นนี้มีเพลงโบราณเพลงหนึ่งอยู่จริง ๆ ด้วย

แต่สิ่งที่แปลกประหลาดอย่างมาก ก็คือ เพียงแค่นางกวาดกวาดตามองเนื้อเพลงคร่าว ๆ ก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะ เลือดลมภายในกายพลุ่งพล่าน จิตสังหารกลุ่มหนึ่งก่อตัวขึ้นภายในใจอย่างน่าประหลาด

ทันใดนั้นนางก็รีบเก็บม้วนหนังสัตว์แผ่นนั้นทันทีอย่างมิรีรอ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อย่างอดมิได้ และพยายามสงบสติอารมณ์ลง

เห็นดังนั้นเย่ฉางชิงที่ภายในใจเต็มไปด้วยความสงสัยอยู่แล้วก็เลิกคิ้วขึ้น ก่อนเอ่ยถามออกไปว่า “มีปัญหาอันใดเยี่ยงนั้นหรือ ? ”

หนิงซู่ซู่สูดลมหายใจเข้าด้วยความหวาดหวั่นอีกครั้ง ก่อนจะตอบกลับไปว่า “มิน่าเล่าด้วยความแตกฉานในวิถีดนตรีของข้า เหตุใดถึงยังมิอาจเปิดกล่องหินใบนี้ได้ ที่แท้เป็นเพราะความสามารถในวิถีเต๋าของข้ายังมิแข็งแกร่งพอที่จะควบคุมเคล็ดสังหารนี้ได้นี่เอง”

เมื่อได้ยินดังนั้นภายในใจของเย่ฉางชิงก็ยิ่งรู้สึกสงสัยมากขึ้นไปอีก

‘หมายความว่าเช่นไรกันแน่ ! ’

‘อันใดคือความแตกฉานในวิถีดนตรีของเจ้ายังมิอาจจะเปิดกล่องหินได้ และยังมิสามารถควบคุมเคล็ดสังหารภายในกล่องหิน ? ’

ขณะที่ภายในใจของเย่ฉางชิงกำลังรู้สึกมึนงงอยู่นั้น

หนิงซู่ซู่ที่ลังเลอยู่สักพัก ก็ได้ดันม้วนหนังสัตว์รวมทั้งกล่องหินไปตรงหน้าของเย่ฉางชิง

บัดนี้แม้ว่ากล่องหินจะถูกเปิดออกแล้ว อีกทั้งเคล็ดวิชาสังหารในตำนานก็อยู่ตรงหน้านี้แล้ว

ทว่าอาศัยความแตกฉานในวิถีดนตรีของนางในเวลานี้ เพียงแค่กวาดตามองเคล็ดสังหารแค่เพียงครู่เดียว ทว่าธาตุไฟก็เกือบจะเข้าแทรกเสียแล้ว

ยิ่งมิต้องคิดที่จะลองใช้เคล็ดสังหารนี้ด้วยซ้ำ !

แต่เวลานี้เมื่อมียอดฝีมือไร้เทียมทาน ที่มีความแตกฉานในวิถีดนตรีอันสูงส่งอย่างเย่ฉางชิงอยู่ด้วย นางย่อมอยากจะสัมผัสสักนิดว่าเคล็ดสังหารนี้แท้จริงแล้วน่ากลัวเพียงใด

“ท่าน……ลองดูสิเจ้าคะ”

หนิงซู่ซู่เหลือบมองเย่ฉางชิง พลางเอ่ยออกมาอย่างมิค่อยเต็มเสียงนัก

เมื่อได้ยินดังนั้นเย่ฉางชิงพลันนิ่งงัน แววตามีประกายบางอย่างที่ยากที่เข้าใจพาดผ่าน

‘เอาอีกแล้ว ! ’

‘เจ้าบอกเองว่าด้วยความแตกฉานในวิถีดนตรีของเจ้า ยังมิสามารถควบคุมเคล็ดสังหารเช่นนี้ได้’

‘แล้วข้าที่ตอนนี้ แม้แต่สิ่งที่เรียกว่าวิถีดนตรีก็ยังมิเข้าใจ เจ้ากลับผลักเรื่องยากเช่นนี้มาให้ข้าเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘หนิงซู่ซู่เอ๊ย ตอนนี้ข้ารู้สึกสงสัยจริง ๆ ว่าแท้จริงแล้วเจ้าชื่นชอบข้าจริงหรือไม่ ? ’

‘หรือเจ้าต้องการแก้แค้นข้าเรื่องก่อนหน้านี้กันแน่’

คิดได้ดังนั้นเย่ฉางชิงก็ลอบชำเลืองมองหนิงซู่ซู่ที่ยังคงจ้องหน้าเขาตาปริบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาน้อย ๆ อย่างอดมิได้

‘ในเมื่อเป็นแค่เพลง ๆ หนึ่ง เช่นนั้นก็ลองดูสักหน่อยจะเป็นไรไป ? ’

‘หรือแค่เปิดดู ตาจะเป็นกุ้งยิงเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

เย่ฉางชิงจึงวางจอกสุราในมือลง จากนั้นก็หยิบม้วนหนังสัตว์แผ่นนั้นขึ้นมาอย่างมิใส่ใจ

พร้อมกับกวาดตามองอักษรโบราณอันซับซ้อนที่อยู่บนม้วนหนังสัตว์ ก่อนจะเปิดตำราเพลงออก

เห็นดังนั้นดวงตาเรียวยาวของหนิงซู่ซู่ก็หรี่ลงเล็กน้อย พลางเผยสีหน้าสับสนออกมาอย่างอดมิได้

หลังผ่านไปมิกี่อึดใจ

เหมือนที่นางคิดเอาไว้มิมีผิด

เมื่อเห็นคิ้วของเย่ฉางชิงขมวดน้อย ๆ ท่าทางสงบนิ่งราวกับมิได้รับผลกระทบใด ๆ จากบทเพลงนั้น

จึงทำให้ยิ่งนางมั่นใจมากขึ้นว่า ความแตกฉานในวิถีดนตรีของเย่ฉางชิงต้องอยู่ในระดับที่นางคาดมิถึงอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกันเย่ฉางชิงกลับมีท่าทางมิรู้สึกรู้สาใด ๆ ภายในใจรู้สึกหมดคำจะเอ่ย

‘แค่นี้เองหรอกหรือ ? ’

‘นี่มันก็แค่ตำราเพลงแผ่นหนึ่งเท่านั้นมิใช่หรือ ? ’

‘จำเป็นจะต้องทำท่าทางตื่นเต้นถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ? ’

‘มิเห็นจะมีอันใดพิเศษเลย ? ’

เมื่อความว่างเปล่าที่อยู่ทางเบื้องหลังทั้งสองคนพังทลายลง ฟ้าดินแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวและดำ ดวงดาวนับพันดวงร่วงลงมา คลื่นพลังที่แผ่ออกมาจากกายของทั้งสองคน ราวกับแฝงพลังต้องห้ามที่น่าสะพรึงกลัวเอาไว้ ทุกที่ที่คลื่นพลังพาดผ่านแม้จะดูสงบนิ่ง ทว่าในเสี้ยววินาทีทุกสิ่งโดยรอบพลันกลายเป็นผุยผงภายในพริบตา

มิเพียงเท่านั้นหลังจากที่ความว่างเปล่าทางด้านหลังของทั้งสองคนพังทลายลง พลังของกฎอันน่าสะพรึงกลัวกลับมิสามารถซ่อมแซมความว่างเปล่านั้นได้ภายในเวลาอันสั้น

มินานแม่น้ำสายยาวหลากสีก็ปรากฏขึ้น ในส่วนลึกของความว่างเปล่าที่พังทลายลง

ทั้งสองคนสบตากันเล็กน้อย ก่อนจะเหาะไปทางแม่น้ำสายนั้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เพื่อกระโจนเข้าสู่การต่อสู้……

ต้องบอกว่าภาพการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนอย่างหนิงซู่ซู่

เพียงแค่มองแวบเดียว ก็อดมิได้ที่จะตัวชาวาบและอกสั่นขวัญแขวนขึ้นมา

นางรู้ดีว่าต่อใช่การต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งที่ไร้เทียมทานสองท่านนั้น เพียงแค่การสังหารหมู่อย่างบ้าคลั่งของผู้คนนับหมื่น และผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนท่านใดท่านหนึ่งในนั้นก็เพียงพอที่จะสังหารนางได้อย่างง่ายดายแล้ว

ทว่าปัญหา ก็คือ บทเพลงนี้แท้จริงแล้วแฝงอันใดไว้บ้าง ถึงได้มีภาพนิมิตของสงครามอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ปรากฏออกมาได้

‘ผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนที่ถูกขนานนามว่าสิ่งต้องห้ามเหล่านี้มาจากที่ใดกัน ? ’

‘แดนเซียนโบราณในตำนาน ? ’

‘อีกอย่างนิมิตอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ หรือว่ามิได้เกิดจากเพลง ๆ นี้ แต่ปรากฏขึ้นมาจากเย่ฉางชิง ? ’

เมื่อคิดถึงตรงนี้หนิงซู่ซู่ก็มีใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่ขมับและอดมิได้ที่จะสูดหายใจเข้า ก่อนจะเบนสายตาไปทางเย่ฉางชิงที่กำลังหลับตาดีดพิณอยู่

‘หากเกิดจากเขาจริง ๆ เช่นนั้นตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นผู้ใดกันแน่ ? ’

‘หรือยังอยู่เหนือกว่าเหล่าผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนที่ถูกขนานนามว่าสิ่งต้องห้ามอีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘เช่นนั้นเขาเป็นผู้ใดกัน ! ’

‘น่าเหลือเชื่อ ! ’

‘น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’

ตอนนั้นเองหลังจากเย่ฉางชิงกดมือลงบนสายพิณ และเสียงพิณก็ได้หยุดลง นิมิตมากมายที่ปกคลุมบนกายของเขาก็มลายหายไปในทันที

“เป็นเยี่ยงไรบ้าง ? ”

เย่ฉางชิงถอนหายใจออกมาน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พลางเอ่ยถามหนิงซู่ซู่ด้วยรอยยิ้ม

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน