ตอนที่ 511 โชคดีที่เจ้าเตือน
“พี่ไป๋……”
เจี้ยนอู๋เหินนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะได้สติขึ้นมา
จากนั้นเขาจึงชำเลืองมองจ้าวปีศาจไป๋จืออย่างระมัดระวัง ก่อนจะถอยหลังไปอีกสองก้าว แล้วจึงโค้งคำนับให้แก่ไป๋จือ
“เจี้ยนอู๋เหินคารวะพี่ไป๋”
เจี้ยนอู๋เหินเอ่ยกับจ้าวปีศาจไป๋จืออย่างนอบน้อม
ผู้แข็งแกร่งที่เทียบเคียงกับบรรพจารย์หนิง ให้เกียรติเขาเช่นนี้
เวลานี้นอกจากคนโง่แล้ว เชื่อว่าคงมิมีผู้ใดปฏิเสธน้ำใจของผู้แข็งแกร่งเช่นนี้หรอกกระมัง ?
ขณะเดียวกัน เมื่อเห็นมนุษย์ที่เรียกตนว่าเจี้ยนอู๋เหินคารวะเขาอย่างนอบน้อมเช่นนี้
จ้าวปีศาจไป๋จือก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้าวมาด้านหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับประคองเจี้ยนอู๋เหินขึ้นมา
แม้ว่าด้วยพลังของเขาอย่าว่าแต่มนุษย์ผู้หนึ่งเลย เกรงว่าทั้งนิกายกระบี่สวรรค์ก็คงมิมีผู้ใดมีคุณสมบัติพอที่จะเรียกเขาว่าพี่ได้
แต่เวลานี้มิเหมือนเดิมอีกแล้ว
ยิ่งกว่านั้นในสายตาของนายท่าน ตัวเขากับมนุษย์ผู้นี้คาดว่าก็คงมิต่างกันเท่าไรนัก
คิดได้ดังนั้น
“น้องเสี่ยวเจี้ยนจำไว้นะ วันหน้าหากมีเรื่องลำบากขอให้บอกพี่ไป๋มาได้เลย”
จ้าวปีศาจไป๋จือแววตาเป็นประกายวาววับขึ้นมา ก่อนจะจับแขนข้างหนึ่งของเจี้ยนอู๋เหิน พลางเอ่ยขึ้นว่า “แต่ว่าน้องเจี้ยน พี่ไป๋เองก็มีเรื่องที่จะรบกวนเจ้าเช่นกัน”
‘มีเรื่องที่จะรบกวนข้า ? ’
‘พี่ไป๋ท่านเอ่ยจริงหรือ ? ’
‘ผู้แข็งแกร่งและไร้เทียมทานเช่นท่าน ในโลกนี้ยังมีเรื่องอันใดที่กวนใจท่านได้อีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘ท่านคงมิได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่ ? ’
หลังจากได้ยินสิ่งจ้าวปีศาจไป๋จือเอ่ยออกมาแล้ว
เจี้ยนอู๋เหินแม้จะเต็มไปด้วยความงุนงง ทว่าก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน
แม้จะยังมิรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการให้ตนช่วยสิ่งใดกันแน่ แต่หากสามารถช่วยอีกฝ่ายได้ นี่จะนับว่าเป็นหนี้บุญคุณครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
ดังนั้นหากวันหน้าเขามีเรื่องที่ต้องขอร้องให้อีกฝ่ายช่วยเหลือ ก็จะได้มิต้องเกรงใจอีก
เมื่อคิดได้ดังนั้น ใบหน้าที่ค่อนข้างซีดเซียวของเจี้ยนอู๋เหินก็ฉีกยิ้มออกมา พลางเอ่ยอย่างเต็มใจว่า “พี่ไป๋ เชิญท่านเอ่ยออกมาได้เลย ข้าจะพยายามช่วยเต็มที่ขอรับ”
“น้องเสี่ยวเจี้ยน ความจริงแล้วก็มิใช่เรื่องใหญ่อันใด”
จ้าวปีศาจไป๋จือพยักหน้าอย่างพออกพอใจ จากนั้นก็แสร้งกดเสียงต่ำลง ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ ว่า “เรื่องมีอยู่ว่าข้าเพิ่งจะคารวะท่านเย่เป็นนายวันนี้ ดังนั้นนายท่านมีนิสัยเช่นไรข้ายังมิรู้อันใดเลย เลยอยากขอคำแนะนำจากเจ้าสักหน่อย”
ทันทีที่สิ้นเสียง เจี้ยนอู๋เหินพลันรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที
‘ที่แท้พี่ไป๋เพียงแค่ต้องการรู้ข้อมูลเกี่ยวกับท่านเย่จากข้าก็นี่เอง’
‘เรื่องนี้มิเหลือบ่ากว่าแรงอยู่แล้ว ! ’
‘เขาติดตามข้างกายท่านเย่มาสักพักแล้ว ก็พอจะรู้เรื่องราวของท่านเย่อยู่บ้าง’
‘และที่พี่ไป๋ก็เป็นมิตรกับข้าเช่นนี้ ก็คงเพราะเหตุผลนี้กระมัง’
‘คิดมิถึงเลย ! ’
‘คิดมิถึงเลยว่าการได้อยู่ข้างกายท่านเย่ มิเพียงแต่จะสามารถรู้แจ้งถึงเจตนาแท้จริงของกระบี่อันไร้เทียมทานแล้ว ยังสามารถผูกมิตรกับผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ได้ง่าย ๆ อีกด้วย’
‘เยี่ยม ! ’
‘เยี่ยมมาก ! ’
‘เยี่ยมจริง ๆ ! ’
“เสี่ยวเจี้ยน พวกเราไปพูดคุยกันตรงนั้นดีหรือไม่ ? ”
จ้าวปีศาจไป๋จือเหลือบมองไปยังศาลาที่ตั้งอยู่มิไกลนัก พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
เจี้ยนอู๋เหินได้สติขึ้นมา จึงตอบกลับด้วยสีหน้าปลื้มปีติว่า “พี่ไป๋เกรงใจเกินไปแล้ว เช่นนั้นก็ไปกันเถอะขอรับ”
จากนั้นทั้งสองคนก็ก้าวเข้าไปในศาลา ก่อนจะนั่งเผชิญหน้ากัน
ทว่าสิ่งที่ทำให้เจี้ยนอู๋เหินประหลาดใจ ก็คือ หลังจากที่ทั้งสองนั่งลงแล้ว จ้าวปีศาจไป๋จือกลับหยิบกระดาษและพู่กันออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ
นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายต้องการจะจดทุกสิ่งที่เขาบอกเอาไว้


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน