ตอนที่ 516 เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่ ?
เพราะเย่ฉางชิงในเวลานี้มีตบะบารมีระดับแดนก่อกำเนิดขั้นกลางแล้ว
แม้ว่าความรู้ในการบำเพ็ญเพียรเขาจะยังคงอยู่ในระดับที่คลุมเครือและตื้นเขิน แต่ด้วยการรับรู้ของเขาจึงสามารถสัมผัสได้ถึงไอพลังวิถีเซียน ที่แผ่ออกมาจากร่างของทุกคนได้อย่างชัดเจน
‘แต่นี่มันเรื่องอันใดกันแน่ ? ’
‘ข้าเพียงแค่ท่องกลอนบทหนึ่งขึ้น เพราะอารมณ์พาไปก็เท่านั้น ! ’
‘ทว่าท่าทางของพวกเขาในเวลานี้เหมือนตกอยู่ในภวังค์ลึกลับบางอย่าง’
‘อีกทั้งยังมีท่าทางเหมือนกันทุกคนอีกด้วย’
‘หรือกลอนบทนี้จะแฝงจิตแท้มหามรรคาอันใดเอาไว้ ทำให้ตอนที่ข้าท่องกลอนบทนี้ออกไป จึงบังเอิญไปไขความลับบางอย่างเข้า ? ’
‘คงมิบังเอิญขนาดนั้นหรอกกระมัง ? ’
‘หากเป็นเช่นนั้นจริงกลอนบทอื่น ๆ ก็ต้องแฝงจิตแท้ของมหามรรคาที่ต่างกันออกไปเอาไว้ด้วยมิใช่หรือ ? ’
‘หากข้าท่องกลอนหลายร้อยบทออกมาจนหมด มิเท่ากับเพียงเสี้ยววินาทีข้าก็จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนที่น่ากลัวได้เลยหรอกหรือ ? ’
หลังจากครุ่นคิดอยู่ในใจสักพัก
มุมปากของเย่ฉางชิงก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน ก่อนจะค่อย ๆ นั่งลง และอดมิได้ที่จะกวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะเติมสุราในจอกจนเต็ม จากนั้นก็ยกขึ้นดื่มทีเดียวจนหมดจอก
ความจริงแล้วนับตั้งแต่ตอนอยู่ที่เมืองเสี่ยวฉือจนขึ้นมายังสวรรค์บูรพา เวลานี้เขารู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนกับความฝัน
มีบางครั้งที่เขาถึงกับอดคิดมิได้ว่าตนนั้นยังมิได้ตื่นขึ้นมาจากความฝัน
ก่อนหลับตา เขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดา
ทว่าพอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทุกสรรพสิ่งบนโลกล้วนแล้วแต่เป็นไปตามที่เขาคิด
และที่น่าเหลือเชื่อ ก็คือ ขนาดประตูสวรรค์ที่ผู้บำเพ็ญเพียรในโลกเบื้องล่างพยายามไขว่คว้ามาตลอดชีวิต เพื่อต้องการจะก้าวเข้าไป เขายังสามารถใช้ความคิดควบคุมได้อย่างง่ายดาย
ตอนนั้นเนื่องจากความสงสัยที่ท่วมท้น เขาจึงตัดสินใจก้าวข้ามสิ่งที่เรียกว่า ประตูสวรรค์ มายังสวรรค์บูรพาแห่งนี้
ทว่าเมื่อมาถึงสวรรค์บูรพา พลังที่สามารถควบคุมทุกสิ่งได้ของเขาก็หายไปอย่างน่าประหลาด แต่ยังโชคดีที่เขาสามารถบำเพ็ญเพียรได้แล้ว
มิเพียงเท่านั้น เขายังได้รับสุดยอดเคล็ดวิชาอย่างเคล็ดเทพปีศาจโบราณและภาพกระบี่ไร้สิ้นสุด มาจากสำนักเซียนลึกลับอย่างสำนักชิงหยางอีกด้วย
แต่ช่วงนี้เขากลับรู้สึกว่าเส้นทางการบำเพ็ญเพียรของตนเองนั้น ดูเหมือนมีบางอย่างที่มิถูกต้องเท่าไรนัก
ประแรก ก็คือ สุดยอดเคล็ดวิชาอย่างเคล็ดเทพปีศาจโบราณและภาพกระบี่ไร้สิ้นสุด เขากลับสามารถฝึกจนสำเร็จได้โดยใช้เวลาเพียงมินาน
จากนั้นก็สามารถถอดจิตกระบี่หยั่งรู้ของเจี้ยนอู๋เหินได้ จนถึงวันนี้ยังสามารถคิดค้นจิตกระบี่แห่งแสงได้เอง จนทำให้เหล่าปีศาจยอมสยบและมาเป็นสมุนคอยรับใช้
และการที่ปีศาจเหล่านี้สามารถบุกมาถึงที่นี่ได้โดยมิหวั่นเกรงนั่น หมายความว่าเหล่าบรรพจารย์ของนิกายกระบี่สวรรค์ก็มิอาจขวางพวกเขาได้
แต่เขาที่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับแดนก่อกำเนิดขั้นกลางผู้หนึ่ง เหตุใดถึงสามารถบีบให้พวกเขายอมลดตัวมาเป็นสมุนได้ ?
บัดนี้เพียงแค่กลอนบทเดียว ก็ทำให้ทุกคนสามารถรู้แจ้งได้
‘นี่มันดูเกินไปมากจริง ๆ ! ’
‘หากว่านี่เป็นเพียงความฝัน ทุกอย่างก็จะสามารถอธิบายได้’
‘เพราะเยี่ยงไรซะในความฝันอันใดก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ! ’
‘แต่หากนี่มิใช่ความฝัน เช่นนั้น……ข้าเป็นผู้ใดกันแน่ ! ’
เมื่อคิดถึงตรงนี้เย่ฉางชิงก็อดมิได้ที่จะลูบหน้าผากไปมา ก่อนจะจมดิ่งอยู่กับความคิดของตนเอง
จนกาลเวลาผ่านไปหลายวัน
เช้าตรู่วันหนึ่ง ทุกคนต่างก็ทยอยลืมตาขึ้นหมดแล้ว แต่มิใช่เพราะเย่ฉางชิงเป็นคนปลุกทุกคนขึ้นมา ทว่าเป็นเพราะเสียงพิณอันไพเราะนุ่มนวลที่ซึมซาบเข้าไปในใจต่างหาก
“ศิษย์น้องหนิง เจ้าก็ตื่นแล้วหรือ ? ”
“ศิษย์พี่อู๋ ขอบอกตามตรงแม้ว่าตบะบารมีและความรู้แจ้งในมหามรรคาของข้าจะถึงระดับที่สมบูรณ์แล้ว แต่เมื่อได้ฟังกลอนบทนั้น กลับพบว่าจิตใจของข้ายังห่างไกลจากความสมบูรณ์มากนัก”
“ซึ่งทำให้ข้าคาดเดาบางอย่างได้อีกด้วย”
“เรื่องใดงั้นหรือ ? ”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน