ตอนที่ 515 นี่เป็นเพียงกลอนบทหนึ่ง
“หมาป่าหิมะ พวกเจ้าไปตามหาผักชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า ผักชี”
จ้าวปีศาจไป๋จือด้านหนึ่งก็เอ่ยตามที่ในตำราเขียนเอาไว้ ส่วนอีกด้านก็ได้ใช้เคล็ดวิชาลับบางอย่าง
นำเอาภาพในตำรามาหลอมโดยใช้รอยประทับจิตวิญญาณดั้งเดิม ก่อนจะผสานเข้าไปที่ระหว่างคิ้วของหมาป่าหิมะ ที่ร่างเป็นสีขาวทั้งตัวราวกับหิมะ ห่อหุ้มไว้ด้วยแสงสีเขียวสายหนึ่งคล้ายกับงูหลามต้นไม้ที่พันเอาไว้ก็มิปาน
ผ่านไปมิกี่อึดใจ
หมาป่าหิมะที่มีร่างกายใหญ่โตก็ก้าวไปด้านหน้า ก่อนจะหมอบลงกับพื้น พร้อมกับเอ่ยเป็นภาษามนุษย์ออกมาว่า
“ท่านจ้าวปีศาจไป๋จือที่เคารพ บนร่างของพวกเรามียาวิเศษมากมาย แม้กระทั่งต้นยาอายุวัฒนะหมื่นปีพวกเราต่างก็มีอยู่หลายต้น”
“หากเป็นไปได้ พวกเรายอมยกต้นยาอายุวัฒนะหมื่นปีเหล่านี้ให้หมดเลยขอรับ”
ทันทีที่สิ้นเสียง จ้าวปีศาจไป๋จือพลันแววตาวาวโรจน์ขึ้นมา พร้อมกับมีสีหน้าเข้มขึ้นทันที
ขณะเดียวกันไอพลังที่ทรงพลานุภาพและน่ากลัวกลุ่มหนึ่งก็แผ่ออกมาในทันที
“เจ้ากำลังสงสัยข้าอยู่เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
จ้าวปีศาจไป๋จือจ้องเขม็งด้วยสายตาเย็นชา พร้อมเอ่ยด้วยเสียงอันน่าเกรงขามว่า “อีกหนึ่งก้านธูปหากมิสามารถหาผักชีมาให้เพียงพอได้ เผ่าหมาป่าหิมะของเจ้าก็จงเฝ้าดินแดนอันห่างไกลแห่งนี้ไปตลอดกาลซะ”
วินาทีต่อมา เหล่าหมาป่าหิมะพลันดวงตาเบิกโพลง ท่าทางของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะทยอยวิ่งแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางอย่างรวดเร็ว
“วานรเพลิงทอง พวกเจ้าไปตามหาผักชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า มันป่า”
จ้าวปีศาจไป๋จือเอ่ยไปก็ใช้รอยประทับจิตวิญญาณดั้งเดิมหลอมภาพในตำรา ก่อนผสานเข้าไปที่ระหว่างคิ้วของวานรเพลิงทอง ที่ลำตัวลุกโชติช่วงไปด้วยเปลวเพลิง
มินานวานรเพลิงทองผู้เป็นหัวหน้า และมีร่างกายขนาดใหญ่ราวกับภูเขาก็คุกเข่าลงกับพื้นพลางเอ่ยว่า “ท่านจ้าวปีศาจไป๋จือที่เคารพ ผู้น้อยมีต้นยาอายุวัฒนะพันปีสิบกว่าต้น ภายนอกมีลักษณะเหมือนกับมันป่าอย่างมากขอรับ”
เอ่ยเพียงเท่านั้น วานรเพลิงทองก็แหวกขนหนา ๆ ที่หน้าอกของตนออก ก่อนจะหยิบของสิ่งหนึ่งที่มีลักษะเป็นหัวโปร่งใส ทว่ามีหมอกสีเขียวลอยวนอยู่ และมีรากขนาดใหญ่ราวกับท่อนแขน ดูราวกับยาวิเศษอันล้ำค่าจำนวนสิบกว่าต้นออกมาจากอก
เห็นดังนั้นจ้าวปีศาจไป๋จือก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “เช่นนั้นเผ่าวานรเพลิงทองของพวกเจ้าไปได้”
……
……
จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป
ปีศาจที่มีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันไป แต่กลับมีร่างกายใหญ่โตและแผ่ไอปีศาจอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจำนวนมาก เมื่อได้รับคำสั่งแล้วต่างก็แยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
เป็นปรากฏการณ์ที่ตระการยิ่งนัก !
และในเวลานี้จ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวกำลังจ้องมองไปที่จ้าวปีศาจไป๋จือที่อยู่มิไกลนัก ใบหน้าชรานั้นเต็มไปด้วยความสับสน
เขารู้ว่าจ้าวปีศาจไป๋จือในตอนนี้กำลังตั้งใจตามหาผักป่าให้นายท่าน ดังนั้นเขาจึงมิสามารถออกไปขัดในตอนนี้ได้ และทำได้เพียงยืนมองอยู่ไกล ๆ เท่านั้น
ขณะเดียวกันหลังจากจัดการแบ่งหน้าที่ออกค้นหาผักป่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ในที่สุดจ้าวปีศาจไป๋จือก็เพิ่งจะสังเกตเห็นจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวที่ยืนอยู่มิไกลนัก จากนั้นก็ได้กระโดดไปตรงหน้าของจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวในทันที
“พี่ไก่ฟ้า ท่านคงมิรู้ว่าหากข้ามาช้ากว่านี้อีกนิดเดียว เจ้าเด็กพวกนี้คงต้องก่อเรื่องใหญ่ขึ้นเป็นแน่”
จ้าวปีศาจไป๋จือหันไปมองทางด้านหลังเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างโล่งอก “ก่อนหน้านี้ระหว่างทางที่มาท่านคงเห็นแล้ว เจ้าเด็กที่มิรู้เรื่องรู้ราวพวกนี้ได้พากันบุกเข้าไปในนิกายกระบี่สวรรค์”
“หากมิใช่เพราะข้าปรากฏตัวและหยุดพวกเขาเอาไว้ได้ทันล่ะก็ คาดว่าเจ้าเด็กพวกนี้คงพังนิกายกระบี่สวรรค์ในเวลามินาน……”
เอ่ยถึงตรงนี้ เขาก็เพิ่งจะสังเกตเห็นท่าทางโศกเศร้าของจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียว ดังนั้นจ้าวปีศาจไป๋จือจึงได้ชะงักลง
“พี่ไก่ฟ้า ท่านเป็นอันใดหรือไม่ขอรับ ? ” จ้าวปีศาจไป๋จือนิ่งเงียบอยู่สักพัก ก็ได้จะเอ่ยถามขึ้นเบา ๆ
จ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะทอดสายตามองเหล่ากองทัพปีศาจ พลางเอ่ยถามขึ้นโดยมิได้หันไปมองหน้าว่า “ไป๋จือ ข้ามีเรื่องจะถามเจ้าสักอย่าง”
จ้าวปีศาจไป๋จือจึงเอ่ยตอบโดยมิต้องคิดว่า “เชิญท่านกล่าวมาได้เลย”
จ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะเอ่ยว่า “หากก่อนหน้านี้พวกเราเลือกที่จะสู้จนตาย จุดจบเช่นนั้นจะดีกว่าหรือไม่ ? ”
“พี่ไก่ฟ้า เหตุใดท่านถึงถามเช่นนี้เล่า ? ”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน