ตอนที่ 523 พวกเราออกเดินทางกันเถอะ
หลังจากเย่ฉางชิงเอ่ยปากเชื้อเชิญ
อวิ๋นจงเอี้ยนหลังจากลังเลอยู่สักพัก ก็ค่อย ๆ ย่างก้าวเดินเข้ามาหาพวกเย่ฉางชิง
ส่วนหนิงซู่ซู่ที่ยืนอยู่ข้างกายเย่ฉางชิง แม้ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้จะมิได้เอ่ยปากเอ่ยสิ่งใดออกมา แต่ดูจากท่าทีที่เปลี่ยนไปของเย่ฉางชิงแล้ว นางก็ตระหนักได้ถึงบางอย่างขึ้นมา
นั่นก็คือ คนของเผ่าสวรรค์ผู้นี้กับเย่ฉางชิงจะต้องมีความสัมพันธ์ที่มิธรรมดาอย่างแน่นอน
ทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น ภายในใจของนางกลับมิได้รู้สึกสั่นคลอนแม้แต่น้อย
นางรู้ดีว่าผู้ที่สูงส่งเช่นเย่ฉางชิง ขอแค่ได้ติดตามอยู่ข้างกายก็นับว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมากพอแล้ว
การคิดที่จะครอบครองเขา เป็นเรื่องที่เพ้อฝันสิ้นดี
“ก่อนหน้านี้ผู้น้อยได้เสียมารยาทอย่างมาก ขอท่านเย่ได้โปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ”
อวิ๋นจงเอี้ยนกระโจนขึ้นก่อนจะลอยไปตรงหน้าเย่ฉางชิง แล้วจึงประสานมือคารวะให้แก่เย่ฉางชิงอีกครั้ง เพื่อเป็นการขออภัย
“ช่างเถอะ”
เย่ฉางชิงโบกมือปัดอย่างมิใส่ใจ ก่อนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “อวิ๋นซี ชื่อนี้เทียบกับชื่อเดิมแล้วนับว่าไพเราะกว่ามากทีเดียว”
“จริงสิ ชิงเฟิง……มิใช่ เหตุใดอวิ๋นซีนางถึงได้กลายเป็นคนของเผ่าสวรรค์ของเจ้าได้ ? ”
เย่ฉางชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา
อวิ๋นจงเอี้ยนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะตอบกลับด้วยความนอบน้อมว่า “เรียนท่านเย่ นับตั้งแต่ที่อวิ๋นซีขึ้นมาจากโลกเบื้องล่าง พวกเราก็สัมผัสได้ทันทีเจ้าค่ะ”
“เพียงแต่สิ่งที่พวกผู้น้อยคาดมิถึงก็คือ ในโลกอื่น ๆ ที่มีอยู่มากมาย จะยังมีลูกหลานของเผ่าสวรรค์ของเราหลงเหลืออยู่ และสิ่งที่น่าเหลือเชื่อกว่านั้นก็คือ สายเลือดของนางยังบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ถึงขนาดมีสัญญาณว่าสายเลือดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกด้วยเจ้าค่ะ”
เอ่ยถึงตรงนี้ ดวงตาของอวิ๋นจงเอี้ยนก็เกิดประกายบางอย่างพาดผ่าน ก่อนจะลอบชำเลืองมองเย่ฉางชิง และมิได้กล่าวสิ่งใดอีก
ทันทีที่สิ้นเสียง เย่ฉางชิงก็พยักหน้าให้ยิ้ม ๆ
‘ความจริงแล้วเรื่องเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์และสายเลือดอันใดพวกนี้ เขามิค่อยเข้าใจเท่าไรนัก’
‘การที่ภายในกายของตู๋กูชิงเฟิงมีสายเลือดของเผ่าสวรรค์ไหลเวียนอยู่ นั่นก็หมายความว่าฝ่ายมารที่อยู่โลกเบื้องล่างก็คงล้วนเป็นลูกหลานของเผ่าสวรรค์ทั้งสิ้น’
‘อีกทั้งฝ่ายมารที่อยู่ในโลกเบื้องล่าง เขาก็ได้ช่วยขจัดพันธนาการที่พวกเขามีมาแต่กำเนิดให้แล้ว’
‘ในเมื่อฝ่ายมารเป็นลูกหลานของเผ่าสวรรค์ เช่นนั้นบนกายของเผ่าสวรรค์คงมิได้มีคำสาปอันใดอีกหรอกกระมัง ? ’
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็ลอบสัมผัสไอพลังบนกายของอวิ๋นจงเอี้ยนอย่างเงียบ ๆ ทว่ากลับมิพบเบาะแสใด ๆ
“จริงสิ ชิงเฟิง……มิใช่ อวิ๋นซีตอนนี้นางสบายดีหรือไม่ ? ”
เย่ฉางชิงนิ่งเงียบอยู่สักพัก ก่อนจะถามขึ้นมา
“ความจริงแล้ว ตอนนี้อวิ๋นซีได้เป็นผู้สืบทอดหญิงของเผ่าสวรรค์ของเราแล้วเจ้าค่ะ”
“ผู้สืบทอดหญิงของเผ่าสวรรค์ ? ”
“ใช่เจ้าค่ะ พรสวรรค์วิถีเซียนของอวิ๋นซีหาได้ยากยิ่ง สายเลือดภายในกายยังมีสัญญาณว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกด้วย ยอดสตรีเช่นนี้ย่อมเหมาะที่เป็นผู้สืบทอดหญิงของเผ่าสวรรค์แล้วเจ้าค่ะ”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง แล้วตอนนี้นางมีตบะบารมีระดับใดแล้วเยี่ยงนั้นหรือ?”
“ระดับมหายานขั้นท้ายเจ้าค่ะ ตอนที่ผู้น้อยจากมานางได้เข้าฌาน เพื่อเตรียมจะบรรลุระดับเทวาแล้วเจ้าค่ะ”
“……”
“……”
มิทันรู้ตัวเวลาก็ผ่านไปเกือบสองชั่วยามแล้ว
พวกเย่ฉางชิงที่ยืนอยู่บนหลังของจ้าวปีศาจคิ้วแดง ได้เดินทางผ่านหลายแคว้นจนกระทั่งในที่สุด พวกเขาก็อยู่ห่างจากมหาสมุทรแท้จริงในตำนานเพียงแค่ร้อยลี้เท่านั้น
มินานพวกเขาก็สามารถมองเห็นน้ำทะเลสีฟ้าครามไกลสุดลูกหูลูกตา และมีเกาะแก่งตั้งอยู่เรียงราย ซึ่งแต่ละเกาะก็จะมีต้นไม้โบราณขึ้นตามที่ต่าง ๆ จนเต็มไปหมด
ถูกต้อง !
ที่นี่ก็คือ มหาสมุทรแท้จริง !
เวลานี้มหาสมุทรแท้จริงนั้นช่างดูสงบเงียบยิ่งนัก ราวกับมิได้มีอันตรายใด ๆ ซ่อนอยู่ แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าหากตรงไปอีกร้อยลี้ เมื่อเข้าไปในเขตแดนต้องห้ามแล้ว บรรยากาศของที่นั่นเรียกได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยก็ว่าได้
มิว่าจะเป็นคนธรรมดาที่ออกไปหาปลา หรือว่าผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียน เมื่อย่างกรายเข้าไปที่แห่งนั้น แทบทั้งหมดล้วนมิอาจกลับออกมาได้อีก
เมื่อถึงชายฝั่ง หลังจากที่พวกเย่ฉางชิงลงไปด้านล่างแล้ว
จ้าวปีศาจคิ้วแดงระเบิดแสงสีแดงราวกับเปลวเพลิงบนกายออก
จนกระทั่งเมื่อแสงสีแดงจางลง เขาก็ได้กลายร่างเป็นมนุษย์อีกครั้ง



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน