ตอนที่ 526 นายท่านช่วยข้าด้วย
เวลาผ่านไปมิถึงหนึ่งก้านธูป
หลังจากปลาคุนที่มีขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ส่วนหลังที่ราบเรียบของมันค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากก้นทะเล
ช่างเป็นภาพที่น่าตื่นตระหนกยิ่งนัก
วินาทีนี้มิเพียงแต่คนอื่น ๆ เท่านั้นที่ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง แม้แต่เย่ฉางชิงเองก็อดมิได้ที่จะตะลึงงันไปเช่นกัน
‘นี่คือปลาคุนในตำนานเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘ปลาคุนมีขนาดลำตัวใหญ่มาก จนมิรู้ว่ามันใหญ่ถึงกี่พันลี้’
‘ปลาคุนตัวเป็น ๆ ! ’
ทว่าระหว่างที่ทุกคนกำลังครุ่นคิดไปต่าง ๆ นานา อยู่นั้น
ร่างประหลาดหลายร่างก็กระโจนขึ้นมาจากก้นทะเลราวกับฝูงปลา ก่อนจะตกลงบนหลังของปลาคุน
เมื่อมองให้ชัด ๆ แล้ว ก็พบว่าแม้ร่างเหล่านี้จะมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ทว่าแต่ละคนกลับมีใบหน้าดุดัน แขนขารวมถึงใบหน้าปกคลุมไปด้วยเกล็ดที่มีสีเข้มแวววาว
อีกทั้งไอพลังของแต่ละตัวยังพลุ่งพล่าน จนมิอาจประมาทได้
ถูกต้อง !
พวกมันก็คือ เหล่าปีศาจทะเลที่ถูกผนึกเอาไว้ที่ก้นทะเลนั่นเอง
“ฮี่ฮี่ คิดมิถึงว่าเพิ่งออกจากผนึกมาได้ ก็จะพบกับเรือวิเศษลำใหญ่เช่นนี้ ดูท่าคนพวกนี้คงมิธรรมดาเป็นแน่ ! ”
ปีศาจทะเลตาเดียวที่มีรูปร่างใหญ่โต รอบกายส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาก็หัวเราะเสียงดังลั่น ก่อนจะส่งเสียงอันแหลมเล็กออกมา
สิ้นเสียง ปีศาจทะเลหลายร้อยตัวก็เริ่มคึกคักขึ้นมาในทันใด
“ท่านหัวหน้า ดูท่าพวกเราจะโชคดีมิน้อยเลยขอรับ ! ”
“ท่านหัวหน้า เรือวิเศษที่มิธรรมดาเช่นนี้ เกรงว่าบนเรือจะต้องมีผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนที่แข็งแกร่งอยู่บนนั้นเป็นแน่ หากสามารถสังหารพวกเขาและกินเข้าได้ ตบะบารมีของท่านจะต้องก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วแน่นอน ถึงตอนนั้นเผ่าเกล็ดดำของเราก็มิต้องเกรงกลัวเผ่าอื่น ๆ อีกแล้ว”
“เรื่องนี้ยังต้องให้เจ้าบอกอีกหรือ ตอนนี้ผนึกถูกปลดออกแล้วนั่นหมายความว่า พวกเราสามารถออกจากมหาสมุทรแท้จริงขึ้นไปบนฝั่ง เพื่อแย่งชิงทรัพยากรบำเพ็ญเพียรจำนวนมากจากเผ่าอื่น ๆ ได้แล้ว”
“ดีจริง ๆ สังหารผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนบนเรือวิเศษนี่ซะ และกอบกู้ความยิ่งใหญ่ให้เผ่าของเรา ! ”
“พี่น้องทั้งหลาย บุก ! ”
“ฆ่ามัน ! ”
“……”
“……”
และในตอนนั้นเอง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการบุกโจมตีของปลาทะเลเหล่านี้
จ้าวปีศาจคิ้วแดง จ้าวปีศาจเสวียนอู๋ และจ้าวปีศาจหน้าหยก เมื่อสัมผัสไอพลังของปีศาจทะเลเหล่านี้ได้เพียงเล็กน้อย ก็ได้ประสานมือคารวะ พร้อมเอ่ยกับเย่ฉางชิงที่ยืนอยู่หน้าราวกั้นว่า
“นายท่าน ครั้งนี้ท่านมิจำเป็นต้องลงมือเองขอรับ ด้วยตบะบารมีของพวกเราก็เพียงพอที่จะต่อกรพวกมันได้แล้วขอรับ ! ”
เย่ฉางชิงถอนสายตากลับมา ปรายตามองพวกจ้าวปีศาจคิ้วแดงเล็กน้อย จากนั้นจึงพยักหน้าให้
พวกจ้าวปีศาจคิ้วแดงเห็นดังนั้น ก็แปลงร่างเป็นเงาขนาดใหญ่สามเงา และหายไปจากบนเรือวิเศษทันที
เพียงพริบตา
พวกเขาสามคนก็ได้ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งตรงหน้าเรือวิเศษ ก่อนที่รอบกายจะมีแสงไหลวนและแผ่พลังมหาศาลออกมา
ทันใดนั้นเมื่อทั้งสามลงมือ ปีศาจทะเลหลายร้อยตนที่บุกเข้ามา ก็ถูกสังหารราวกับใบไม้ร่วง
รอบกายจ้าวปีศาจคิ้วแดงมีเปลวไฟสีแดงลุกโชน สัญลักษณ์โบราณอันซับซ้อนเปล่งประกายขึ้นในดวงตา รอบกายแผ่คลื่นพลังเป็นชั้น ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
มือทั้งสองข้างของเขาทำท่ามุทรา จากนั้นก็อ้าปากกว้างพร้อมพ่นลูกบอลไฟออกมา
ลูกบอลไฟที่ปล่อยออกมานั้นมิธรรมดาเพราะมีอุณหภูมิที่สูงจนน่าตกใจ จนสามารถทำให้ความว่างเปล่าโดยรอบที่ถูกเผาไหม้เปลี่ยนรูปทรงได้
หลังจากที่ลูกบอลไฟลูกนั้นพุ่งไปนับร้อยจั้ง ทุกที่ที่ลูกบอลไฟวิ่งผ่านจะมีปีศาจทะเลนับร้อยตัวถูกเผาจนเป็นผุยผงในเสี้ยววิทันที
จ้าวปีศาจเสวียนอู๋เองก็กลับคืนสู่ร่างเดิม
ร่างเดิมเขาก็คือเต่านิลตัวใหญ่ราวกับภูเขายักษ์ หดแขน หดขา รวมถึงหดหัวอยู่ในกระดอง
เมื่อสัญลักษณ์มากมายบนกระดองเปล่งแสงระยิบระยับ และพ่นหมอกแสงอันเจิดจ้าไร้ที่เปรียบออกมา จากนั้นกระดองขนาดใหญ่ก็กระแทกเข้าใส่กลุ่มปีศาจทะเลอย่างบ้าคลั่ง ราวกับเป็นสุดยอดสมบัติเซียนชิ้นหนึ่งก็มิปาน
ทันใดนั้นเลือดสีแดงฉานก็พุ่งออกมาจากร่างที่แขนขาดขาขาด ระลอกแล้วระลอกเล่า
เวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ
หว่างคิ้วของพวกเขาก็ค่อย ๆ ปรากฏลวดลายเก่าแก่ขึ้นมา ก่อนที่น้ำทะเลที่อยู่กลางวงล้อมของพวกเขาจะพลุ่งพล่านขึ้นมา จนเกิดเสียงดังกึกก้องขึ้นเป็นระลอก
ขณะเดียวกัน ลูกบอลเลือดขนาดเท่าหัวกะโหลกลูกหนึ่งก็เริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อย ๆ โผล่ขึ้นจากท้องทะเล
ลูกบอลเลือดปีศาจส่องแสงริบหรี่ และมีกลิ่นอายเก่าแก่กลุ่มหนึ่งแผ่ออกมา ทำให้ความว่างเปล่าโดยรอบเกิดการบิดเบี้ยวขึ้น
มิเพียงเท่านั้น สีของท้องฟ้าในเวลานี้ก็เปลี่ยนไป พลังหลักเต๋าอันโกลาหลปกคลุมท้องทะเลแห่งนี้เอาไว้ภายในพริบตา
มิกี่อึดใจต่อมา รอบ ๆ ลูกบอลเลือดพลันเกิดปรากฏการณ์พายุงวงช้างขนาดใหญ่ขึ้น
ตอนนั้นเอง เสียงคนชราเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นกลางอากาศ
“เหตุใดต้องใช้เลือดของคนในเผ่า ปลุกข้าให้ตื่นขึ้นมาด้วย ? ”
เสียงอันน่ากลัวยิ่งคำรามออกมา จนแม้แต่สุดยอดผู้แข็งแกร่งอย่างพวกจ้าวปีศาจคิ้วแดงก็ยังอดมิได้ที่จะรู้สึกตื่นตระหนก จนชาวาบไปทั้งตัว
ส่วนเย่ฉางชิงแค่เลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ ราวกับมิได้สัมผัสถึงสิ่งผิดปกติใด ๆ
“ท่านบรรพบุรุษ ผู้แข็งแกร่งเผ่าปีศาจเหล่านี้บังอาจสังหารคนของเผ่าเรา ด้วยความที่ผู้น้อยจนปัญญาจึงต้องตัดสินใจปลุกท่านขึ้นมาก่อนเวลาขอรับ”
หัวหน้าเผ่าเกล็ดดำลืมตาที่มีอยู่ดวงเดียวขึ้นมา พร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างหวาดหวั่น
“เผ่าปีศาจ ? ”
“ช่างบังอาจยิ่งนัก ! ”
“หากมิใช่เพราะเห็นแก่หน้าของตาเฒ่าพวกนั้น หลายแสนปีก่อน ข้าคงบุกไปถล่มแดนปีศาจแล้ว บัดนี้เมื่อข้ากลับมาอีกครั้ง ข้าจะทำให้เผ่าปีศาจหายไปจากสวรรค์บูรพาให้จงได้”
ทันทีที่สิ้นเสียง ท้องทะเลก็เกิดพายุโหมกระหน่ำ เมฆสีครามลอยต่ำ ปราณวิญญาณฟ้าดินและพลังหลักเต๋าต่าง ๆ ก็โกลาหลขึ้นอีกครั้ง
มินานหลังจากพลานุภาพจำนวนมหาศาลแผ่ปกคลุมลงมา ก็มีฝ่ามือขนาดใหญ่ข้างหนึ่งลอยลงมาจากฟากฟ้า ก่อนพุ่งลงมาสะกดพวกจ้าวปีศาจคิ้วแดงเอาไว้
สิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากที่สุด ก็คือ แม้ฝ่ามือขนาดใหญ่มิได้กดทับลงมาจนสุด ทว่าพลานุภาพอันน่าสะพรึงกลัว และพลังหลักเต๋าต่าง ๆ ที่แผ่ออกมา ก็เพียงพอที่จะสะกดพวกจ้าวปีศาจคิ้วแดงเอาไว้ได้แล้ว
เมื่อต้องเผชิญกับความน่ากลัวเช่นนี้ พวกจ้าวปีศาจคิ้วแดงที่มีสีหน้าดุดันก็ตะโกนร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
“นายท่านช่วยข้าด้วย ! ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน