ตอนที่ 527 ข้าเป็นเจ้านายของเขาจริง ๆ หรือ ?
เมื่อเห็นพวกจ้าวปีศาจคิ้วแดงร่างกายสั่นเทา ใบหน้าเต็มไปด้วยความดุดันขณะต้านทานพลานุภาพอันน่ากลัว จากฝ่ามือขนาดใหญ่ที่พุ่งลงมาจากฟากฟ้าข้างนั้น
แม้ว่าภายในใจของเย่ฉางชิงจะรู้สึกตื่นตระหนกมิน้อย ทว่าสีหน้ากลับยังคงเรียบนิ่ง
‘ปีศาจตนนี้เป็นผู้ใดกันแน่ ? ’
‘จนถึงบัดนี้แม้จะยังมิได้ปรากฏกายออกมาให้เห็น แต่กลับแสดงฝีมือได้น่ากลัวถึงเพียงนี้ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับจ้าวปีศาจก็ยังมิสามารถตอบโต้ได้’
‘อีกอย่างผู้แข็งแกร่งระดับจ้าวปีศาจ มิได้เป็นผู้ที่เก่งที่สุดบนสวรรค์บูรพาแห่งนี้แล้วหรอกหรือ ? ’
‘แล้วเหตุใดบนมหาสมุทรแท้จริงแห่งนี้ ถึงมีผู้แข็งแกร่งที่น่ากลัวเช่นนี้ได้ ? ’
‘พวกเจ้าคงมิได้ร่วมมือกันเล่นละครตบตาข้าหรอกกระมัง ? ’
คิดได้ดังนั้นเย่ฉางชิงก็ลอบชำเลืองมองอวิ๋นจงเอี้ยน ที่เผชิญหน้าศัตรูผู้แข็งแกร่งเล็กน้อย ก่อนจะใช้ภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดทอดจิตกระบี่แห่งแสงในทันที
เพียงมิกี่อึดใจ
รอบกายของเย่ฉางชิงมีจิตกระบี่จำนวนมากพุ่งออกมาจากภายใน จนปกคลุมท้องทะเลบริเวณนั้นเอาไว้แทบจะในพริบตา
ขณะเดียวกัน ปลายนิ้วก็เปล่งแสงระยิบระยับออกมา
ก่อนจะแตะลงไปที่กลางอากาศตรงหน้าเบา ๆ จากนั้นลำแสงอันลุกโชนราวกับเปลวเพลิงและแผ่เจตจำนงกระบี่เอาไว้ก็พุ่งออกมาทันที เป้าหมายก็คือฝ่ามือขนาดใหญ่ราวกับภูผาที่พุ่งลงมาจากฟากฟ้าข้างนั้น
วินาทีต่อมา ภาพอันแปลกประหลาดภาพหนึ่งก็บังเกิดขึ้น
เมื่อเสี้ยววินาทีที่จิตกระบี่แห่งแสงที่สร้างขึ้นจากเจตจำนงกระบี่สายนั้น ปะทะเข้ากับฝ่ามือขนาดใหญ่ หลังจากสั่นเทาเล็กน้อยฝ่ามือขนาดใหญ่ข้างนั้นก็พลันระเบิดออกในทันที
ส่วนพลังวิญญาณฟ้าดิน พลังแห่งหลักเต๋าต่าง ๆ ที่พลุ่งพล่าน รวมทั้งพลานุภาพอันมหาศาลและน่ากลัวก็ถูกจิตกระบี่แห่งแสงสะกดเอาไว้
ทันใดนั้นท้องทะเลแห่งนี้รวมถึงเวลาราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้ก็มิปาน ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบมิมีเสียงใด ๆ ดังขึ้นมาอีก
โดยเฉพาะหัวหน้าเผ่าและเหล่าผู้อาวุโสของเผ่าเกล็ดดำ ที่ใช้เคล็ดวิชาลับโบราณปลุกบรรพบุรุษขึ้นมา จนทำให้พลังวิญญาณภายในกายแทบจะเหือดแห้งในเวลานี้
เมื่อพวกเขามองตามจิตกระบี่แห่งแสงไปทางเย่ฉางชิง พวกเขาก็ถึงกับนิ่งค้างราวกับหิน
‘บรรพบุรุษของพวกเขาเก่งกาจเพียงใด พวกเขาย่อมรู้ซึ้งเป็นอย่างดี’
‘แต่บัดนี้อิทธิฤทธิ์ที่ท่านบรรพบุรุษสำแดงออกมากลับถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดาย’
‘บุรุษหนุ่มที่ดูหล่อเหลาและสง่างามผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นผู้ใดกันแน่ ? ’
‘จึงสามารถสำแดงจิตกระบี่อันน่ากลัวเช่นนี้ออกมาได้ ! ’
‘หรือว่า ! ’
‘หรือว่าตบะบารมีของเขาจะเหนือกว่าท่านบรรพจารย์อีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘อืม ! ’
‘คงจะเป็นเช่นนั้น ! ’
‘มิใช่สิ ! ’
‘ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ! ’
‘มิเช่นนั้นจะสามารถทำลายอิทธิฤทธิ์อันน่าสะพรึงกลัวของท่านบรรพบุรุษได้เยี่ยงไรกัน ? ’
‘แต่เช่นนี้มันมิถูกต้อง ! ’
‘สวรรค์บูรพาเหตุใดถึงมีผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้ได้เล่า ? ’
‘เพราะว่าเผ่าปีศาจทะเลของพวกเขาเนื่องจากถูกคำสาปโบราณ นับตั้งแต่เกิดมาก็ต้องอยู่แต่ภายในสวรรค์บูรพา และมิสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางโบราณ ตามหาโอกาสขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณได้’
‘อีกทั้งภายในแดนต้องห้ามแห่งนี้’
‘พลังหลักเต๋าต่าง ๆ โกลาหลไปหมด อีกทั้งยังถูกผนึกโบราณผนึกเอาไว้ สำหรับปีศาจทะเลเผ่าต่าง ๆ แล้ว แดนต้องห้ามจึงเหมือนกับดินแดนที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์’
‘ทว่าในสวรรค์บูรพาทุก ๆ หนึ่งแสนปี กฎของสวรรค์บูรพาจะหยุดลงในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ’
‘ด้วยเหตุนี้ปีศาจทะเลเผ่าต่าง ๆ จึงอาศัยโอกาสนี้เพื่อขึ้นฝั่ง ชิงเลือดและจิตวิญญาณของผู้บำเพ็ญเพียร รวมทั้งทรัพยากรในการบำเพ็ญเพียรได้นั่นเอง’
‘ดังนั้นนานวันเข้าตบะบารมีของเหล่าท่านบรรพบุรุษของปีศาจทะเลเผ่าต่าง ๆ จึงแข็งแกร่งกว่ากฎของสวรรค์บูรพาที่คอยจำกัดพวกเขาเอาไว้เสียอีก’
‘ทว่าบัดนี้บนสวรรค์บูรพา เหตุใดถึงมีผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นได้ ? ’
‘น่าแปลก ! ’
‘ช่างน่าแปลกยิ่งนัก ! ’
ขณะที่หัวหน้าเผ่าและเหล่าผู้อาวุโสของเผ่าเกล็ดดำกำลังครุ่นคิดไปต่าง ๆ นานา
เสียงชราที่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ท่านเป็นผู้ใดกันแน่ ? ”
“แล้วท่านเรียนรู้จิตกระบี่เช่นนี้มาจากที่ใดกัน ? ”
ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างสีดำร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมิไกลนักราวกับภูตผี
เขาคือผู้เฒ่าชุดดำ ที่มีแก้มตอบและเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก
ร่างทั้งร่างอบอวลไปด้วยไอมรณะ เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกก็ทำให้สะพรึงกลัวได้แล้ว มิหนำซ้ำพลังปราณที่แผ่ออกมายังทำให้ห้วงอากาศโดยรอบเกิดรอยแตกร้าวขึ้นอีกด้วย
อีกด้านหนึ่ง
มิใช่แค่พวกอวิ๋นจงเอี้ยนเท่านั้นที่ตกตะลึง แม้แต่เย่ฉางชิงเองก็รู้สึกงุนงงเช่นกัน
‘นี่มันแปลกประหลาดเกินไปแล้วกระมัง ! ’
‘แม้บนกายของบรรพบุรุษเกล็ดดำผู้นี้จะอบอวลไปด้วยไอมรณะ แต่แค่ไอพลังที่แผ่ออกมาก็รู้ได้ทันทีว่าเหนือกว่าทุกคนแล้ว’
‘หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดล่ะก็ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเหนือกว่าระดับเทพพิภพด้วยซ้ำ’
‘ทว่าหลังจากอีกฝ่ายเห็นเย่ฉางชิง กลับน้ำตาไหลพรากและมีท่าทางสับสน ยิ่งไปกว่านั้นยังถึงขั้นคุกเข่าลงคำนับอย่างนอบน้อมอีกด้วย’
‘เช่นนั้นปัญหาก็คือ’
‘ตัวตนที่แท้จริงของเย่ฉางชิงแท้จริงแล้วเป็นผู้ใดกันแน่ ถึงได้มีผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้เป็นสมุน ? ’
ในตอนนั้นเอง เย่ฉางชิงที่นิ่งเงียบมาพักใหญ่ จู่ ๆ ก็มีประกายบางอย่างพาดผ่านดวงตาเรียวยาวคู่นั้น เหมือนกับฉุกคิดอันใดบางอย่างขึ้นมาได้
“เจ้าจงออกมาเดี๋ยวนี้ แล้วช่วยอธิบายให้ข้าฟังสิว่านี่มันเรื่องอันใดกันแน่ ? ”
เย่ฉางชิงจู่ ๆ ก็หันหน้าไปเอ่ยกับความว่างเปล่าทางด้านหลัง
ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างสีดำร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นทางด้านหลังของเย่ฉางชิง
ผู้ที่มานั้น ก็คือ จิตวิญญาณอาวุธของกระดานหมากเฉียนคุน
ผู้เฒ่าชุดดำท่านนั้น
“ผู้น้อยคารวะนายท่านขอรับ”
ผู้เฒ่าชุดดำโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิง พลางเอ่ยขึ้นด้วยความหวาดหวั่น
เย่ฉางชิงกวาดตามองพวกอวิ๋นจงเอี้ยนที่มีท่าทางประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะส่งกระแสจิตออกไปเงียบ ๆ ว่า “บรรพบุรุษปีศาจทะเลตนนี้จู่ ๆ ก็มาคารวะข้าเป็นนาย เจ้าช่วยอธิบายหน่อยสิว่านี่มันเรื่องอันใดกัน ? ”
ผู้เฒ่าชุดดำค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ลอบปรายตามองบรรพบุรุษเกล็ดดำที่อยู่มิไกลนัก
“นายท่าน ท่านก็เป็นเจ้านายของเขาจริง ๆ ขอรับ”
ผู้เฒ่าชุดดำเข้าใจความหมายของเย่ฉางชิง จึงตอบกลับไปในทันที
“อันใดนะ ? ”
เย่ฉางชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความเหลือเชื่อว่า “ข้าเป็นเจ้านายของเขาจริง ๆ หรือ ? ”
ผู้เฒ่าชุดดำลังเลชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักพร้อมด้วยรอยยิ้ม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน