เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 529

ตอนที่ 529 สิ่งที่เย่ฉางชิงคิด

ถูกต้อง !

ครั้งนี้ผู้ที่มา ก็คือ เหล่าผู้แข็งแกร่งจากเผ่าและสำนักเซียนต่าง ๆ ในสวรรค์บูรพา

สาเหตุที่พวกเขามาที่นี่ก็เพราะสัมผัสได้ถึงตำหนักเทพวาสนาก่อนหน้านี้

มิเพียงเท่านั้น เมื่อเหล่าปีศาจทะเลที่กำลังมึนงงกับการกระทำของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหลายในตอนแรก สัมผัสได้ว่าบรรพบุรุษของเผ่าตนเองตื่นขึ้นมาแล้ว พวกเขาจึงเหาะตามมาอย่างติด ๆ

เมื่อทอดมองออกไปก็ได้พบว่าบัดนี้ เหล่าผู้แข็งแกร่งของเผ่าและสำนักต่าง ๆ กำลังเหาะเข้ามาราวกับฝูงตั๊กแตนบินข้ามพรมแดนก็มิปาน

เพราะสำหรับเหล่าผู้แข็งแกร่งที่ไร้เทียมทานแล้ว ตำหนักเทพวาสนานั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขาต่างคิดได้ดังนั้น พลันก็ระเบิดพลังออกมาจนทำให้รอบกายเปล่งแสงจนสว่างไสว ไอพลังอันแข็งแกร่งแทบจะปกคลุมท้องฟ้าบริเวณนั้นเอาไว้ภายในพริบตา

ช่างเป็นปรากฏการณ์อันน่าตื่นตระหนกยิ่งนัก

เมื่อเข้ามาใกล้ พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงไอพลังของตำหนักเทพวาสนาได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าชราเหล่านั้นพลันเต็มไปด้วยรอยยิ้มตื่นเต้นดีใจ

“ตำหนักเทพวาสนา ตำหนักเทพวาสนาในตำนาน ! ”

“ใช่แล้ว ความรู้สึกชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ คิดมิถึงว่าจะมีคนนำตำหนักเทพวาสนามามอบให้ถึงที่นี่ สวรรค์ช่างเมตตาข้าจริง ๆ ”

“ขอเพียงได้ตำหนักเทพวาสนามาครอง พวกเราก็สามารถไปยังเส้นทางโบราณ เพื่อตามหาโอกาสขึ้นแดนเซียนโบราณได้แล้ว”

“จุดสูงสุดของเซียนที่ไร้คู่ต่อกร ขอเพียงได้ตำหนักเทพวาสนามาครอง ก็จะสามารถก้าวขึ้นไปยังจุดสูงสุดของวิถีเซียนได้สำเร็จ”

“ดี ดีมาก ดีจริง ๆ ! ”

“……”

“……”

ทว่ามิกี่อึดใจต่อมา

เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นเย่ฉางชิงที่ยืนอยู่บนเรือวิเศษ และสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่อยู่บนฝ่ามือของเย่ฉางชิงนั้นคือ ตำหนักเทพวาสนาในตำนาน

“ตำหนักเทพวาสนา ! ตำหนักเทพวาสนาอยู่ในมือของบุรุษหนุ่มผู้นั้น ! ”

“เยี่ยมไปเลย ! ”

“บุก ! ”

“……”

“……”

ระหว่างที่ผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนมากหน้าหลายตา พุ่งเข้ามาหาเย่ฉางชิง พลางส่งเสียงคำรามดังกึกก้อง

ภาพที่น่าเหลือเชื่อภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

เมื่อด้านหลังของชายชราที่รอบกายเปล่งแสงออกมา และมีวงแสงหลักเต๋าอยู่ด้านหลัง พลันปรากฏร่างประหลาดร่างหนึ่งขึ้น

จากนั้นก็มีไอพลังอันเย็นยะเยือกพุ่งเข้ามาปะทะ ก่อนที่เลือดจะกระเซ็นไปทั่ว พลังปราณอันน่ากลัวระเบิดออกภายในพริบตา

“ท่านพี่ลู่ สำนักของเราทั้งสองเป็นมิตรกันมานาน เหตุใดท่านต้องลอบโจมตีข้าด้วย ? ”

ชายชราที่เหลือเพียงศีรษะ ดวงตาแดงก่ำ พลางจ้องเขม็งไปยังชายชราร่างผอมที่มือทั้งสองข้างเปื้อนไปด้วยเลือด พร้อมกับคำรามขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด

“ท่านพี่วัง ต้องขออภัยด้วย”

ชายชราร่างผอมมีสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาลุ่มลึกดูเย็นชา พลางเอ่ยพร้อมแสยะยิ้มออกมา “บัดนี้บรรพบุรุษของแต่ละเผ่าและของทุกสำนักเซียนได้มาร่วมตัวกันที่นี่ หากชิงสังหารเจ้าได้ก่อน ก็เท่ากับว่ากำจัดคู่ต่อสู้ของข้าได้แล้วคนหนึ่ง และข้าก็จะมีโอกาสเพิ่มมากขึ้น”

“ลู่จ่านหง เจ้าทำเช่นนี้จะต้องถูกสวรรค์ลงโทษ ! ”

“ท่านพี่วัง เจ้ากับข้าล้วนเป็นตาเฒ่าที่อยู่มานานนับหมื่นปี เจ้าทำเรื่องต่ำช้าอันใดเอาไว้ คิดว่าข้ามิรู้หรือ ? ”

“หากคำเอ่ยแค่ประโยคเดียวจะทำให้ข้าถูกสวรรค์ลงโทษแล้วล่ะก็ เชื่อว่าเจ้าเองก็คงต้องตายอย่างอนาถนับครั้งมิถ้วนแล้วกระมัง ? ”

“……”

“……”

ขณะเดียวกัน มิเพียงแค่คนกลุ่มนี้เท่านั้นที่เข่นฆ่ากันเอง ที่อื่น ๆ ก็ล้วนมีการสังหารเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

ในบรรดาพวกเขาบ้างก็เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักเดียวกัน บ้างก็เป็นพี่น้องแท้ ๆ มิเว้นแม้แต่คนที่เป็นคู่บำเพ็ญเพียรกันอีกด้วย

ที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น บางทีอาจเป็นเพราะพวกเขาอยู่มานานเกินไป จึงทำให้จิตใจของพวกเขาเย็นชาลง ทว่ากลับโหดเหี้ยมมากขึ้น

เมื่อมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง ทุกความสัมพันธ์ล้วนแต่ไร้ความหมาย

ในเวลานี้เย่ฉางชิงที่ยืนอยู่บนหัวเรือ และได้เห็นเหตุการณ์ที่เหลวไหลเช่นนี้ เขากลับรู้สึกมึนงงไปหมด

‘นี่มันหมายความว่าเยี่ยงไรกันแน่ ? ’

และในตอนนั้นเอง ด้านหลังของเขาก็เกิดวงแสงจากมหามรรคาต่าง ๆ รอบกายพลันเปล่งแสงออกมา และมีหมอกระยิบระยับแผ่ปกคลุมร่าง ไอพลังมหามรรคาต่าง ๆ ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ มิว่าจะเป็นคนที่อยู่บนเรือวิเศษ หรือกลุ่มคนที่มิได้อยู่บนเรือต่างก็เกิดจิตใจเลื่อมใสศรัทธา จากนั้นจึงทยอยคุกเข่าลงกราบกรานอย่างควบคุมตนเองมิได้

วินาทีนี้ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนมากมายที่กำลังเข่นฆ่ากันอยู่ต่างก็ชะงักลงทันที ภายในใจเกิดความเลื่อมใสศรัทธา พร้อมกับจ้องมองไปทางเย่ฉางชิงอย่างนิ่งงัน

‘นี่มัน ? ? ? ’

‘นี่มัน ! ! ! ’

‘บุรุษหนุ่มผู้นี้เป็นผู้ใดกันแน่ ! ’

‘เพียงแค่นิมิตที่ปรากฏขึ้นยังดูอัศจรรย์ถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะไอพลังอันเป็นมงคลนั่น ยิ่งทำให้พวกเขาอดมิได้ที่จะเกิดความเลื่อมใสศรัทธาขึ้นมาในทันที’

‘นี่มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วกระมัง ! ’

‘หรือเขามาจากแดนเซียนโบราณในตำนานเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘เป็นไปมิได้ ! ’

‘เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ’

‘แต่ว่า…หากมิได้มาจากแดนเซียนโบราณในตำนานแล้ว ทั่วทั้งสวรรค์บูรพายังจะมีผู้ใดสามารถสำแดงนิมิตเช่นนี้ออกมาได้อีกงั้นหรือ’

‘แล้วตาเฒ่าเหล่านั้นที่อยู่กับเขาอีกเล่า ? ’

‘ไอพลังของพวกเขาลึกล้ำราวกับหุบเหวลึก หรือพวกเขาจะเป็นบรรพบุรุษของปีศาจทะเลจากเผ่าต่าง ๆ ’

‘ด้วยตบะบารมีของพวกเขา เหตุใดยังต้องคุกเข่าอยู่ที่พื้นด้วยเล่า ยิ่งไปกว่านั้นแต่ละคนยังร้องห่มร้องไห้ และกราบกรานบุรุษหนุ่มผู้นั้นอีกด้วย’

‘ตอนนี้มิว่าบุรุษหนุ่มผู้นั้นจะเป็นใครกันแน่’

‘แต่อย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ นั่นก็คือการจะชิงตำหนักเทพวาสนามาจากบุรุษหนุ่มผู้นั้น เห็นทีคงจะเป็นไปมิได้เสียแล้ว’

‘เรื่องมาถึงขั้นนี้คงทำได้เพียงหนีเอาตัวรอดกันก่อนเถอะ’

หลังจากนิ่งเงียบกันอยู่สักพัก เหล่าผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนจากสำนักต่าง ๆ ก็สบตากันเล็กน้อย จากนั้นหมุนกายเตรียมจะหลบหนีทันที

ทว่าตอนนั้นเองในส่วนลึกของแดนต้องห้ามแห่งนี้ จู่ ๆ ก็มีลำแสงสีเลือดที่ดูแปลกประหลาดและน่าตกตะลึงหลายสายพุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนแทบจะฉาบให้ท้องฟ้าเกือบครึ่งกลายเป็นสีแดงฉาน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน