เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 538

ตอนที่ 538 ความกังวลของหลี่เสวียนเทียน

เย่ฉางชิงลอบชำเลืองมองหลี่เสวียนเทียน แต่มิได้เอ่ยสิ่งใด

เพียงแค่เงยหน้าขึ้นทอดสายตามองไกลออกไปราวกับมิใส่ใจ

‘เรื่องผลกรรม’

‘ข้ารู้ดี’

‘ผลกรรมก็คือการที่ทำสิ่งมิดีเอาไว้ ถึงได้มีศัตรูมาตามแก้แค้นมิใช่หรือ ? ’

‘แต่เจ้าแห่งสวรรค์บูรพาเช่นเจ้า ทำเรื่องมิดีเอาไว้แต่กลับจะให้ข้าช่วยแบกรับแทน นี่มันเรื่องอันใดกัน ? ’

‘เจ้าเอ่ยจริงหรือ ? ’

‘ต้องยอมรับว่าการแสดงละครเป็นผู้สูงส่งนั้น ข้าชำนาญอย่างมาก แต่การขจัดผลกรรมนั้น ? ’

‘ขออภัยด้วย’

‘ข้ายุ่งมาก มิมีเวลา และก็มิมีความสามารถที่จะช่วยเจ้าได้ เจ้าไปขอให้ผู้อื่นช่วยน่าจะดีกว่า’

จนเวลาผ่านไปหลายอึดใจ

เนื่องจากหลี่เสวียนเทียนยังมิได้รับคำตอบ จึงเงยหน้าขึ้นเหลือบมองเย่ฉางชิงอีกครั้ง

ทว่าเมื่อเขาเห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างที่สมบูรณ์แบบนั้น ก็ตกตะลึงอย่างอดมิได้

‘เสี้ยวหน้าด้านข้างของผู้อาวุโสท่านนี้ช่างสมบูรณ์แบบยิ่งนัก ! ’

‘มิใช่สิ ! ’

‘ถุย ! ’

‘หลี่เสวียนเทียนเอ๊ยหลี่เสวียนเทียน เหตุใดเจ้าถึงยังฟุ้งซ่านอยู่ได้ ! ’

‘เวลานี้กำลังแบกรับผลกรรมที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ และเจ้าก็กำลังขอผู้อาวุโสท่านนี้ช่วยขจัดผลกรรมให้อยู่ เหตุใดถึงถูกใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติของผู้อาวุโสดึงดูดได้เล่า ! ’

หลังจากได้สติขึ้นมา หลี่เสวียนเทียนก็สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ จากนั้นก็เอ่ยออกมาอย่างระมัดระวังถ้อยคำว่า

“ผู้อาวุโสขอรับ ก่อนหน้านี้ผู้น้อยมุทะลุเกินไปจริง ๆ หากรู้ว่าเป็นท่านมิว่าเยี่ยงไรผู้น้อยก็มิมีทางกล้าทำเช่นนี้เด็ดขาดขอรับ”

ได้ยินดังนั้น ประกายบางอย่างพลันพาดผ่านดวงตาของเย่ฉางชิง

‘เหตุใดฟังดูแล้วสิ่งที่เรียกว่าผลกรรมเหมือนมาจากข้าได้ ? ’

‘ทว่าหากเป็นเช่นนั้นจริง เหตุใดข้าถึงมิรู้ตัวเล่า ? ’

‘ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ก็ยังมิได้ประมือกันด้วย และข้าก็มิได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด’

‘แล้วผลกรรมนี้มาจากที่ใดกัน ? ’

คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็ถอนสายตากลับมา ก่อนจะปรายตามองหลี่เสวียนเทียนที่มีท่าทางหวาดกลัว

ทว่าในตอนนั้นเอง เขาก็บังเอิญสังเกตเห็นร่องรอยบางอย่าง

หลี่เสวียนเทียนมีเครื่องหน้าคมเข้ม ผิวพรรณขาวผ่อง ทว่าหน้าผากของเขากลับปรากฏไอสีดำจาง ๆ กลุ่มหนึ่งขึ้นมา

‘หรือข้าเข้าใจสิ่งที่เรียกว่าผลกรรมนี้ผิดไปเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘และไอสีดำที่เห็นก็คือสิ่งที่เรียกว่าผลกรรมงั้นหรือ ? ’

‘หากเป็นเช่นนั้นจริง ไอสีดำกลุ่มนี้ ข้าควรขจัดเช่นไร ? ’

‘ข้าต้องเป่าให้งั้นหรือ ? ’

‘แต่หากเป่าแล้วมิหายเล่า มิเท่ากับต้องอับอายขายหน้า ต่อหน้าทุกคนเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘จริงสิ ! ’

‘หากเกี่ยวข้องกับข้าจริง เพียงแค่ข้าคิดจะสามารถขจัดมันได้หรือไม่ ? ’

คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็ค่อย ๆ หลับตาลง ขณะเดียวกันก็เพ่งสมาธิลองขจัดไอสีดำที่อยู่บนหน้าผากของหลี่เสวียนเทียน

เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ

ขณะที่เย่ฉางชิงดึงสติกลับมา และลืมตาขึ้นอีกครั้งพลางเหลือบไปมองทางหลี่เสวียนเทียน

ทันใดนั้น ร่างของเขาก็นิ่งงัน

‘ใช่แล้ว ! ’

‘ไอสีดำที่อยู่บนหน้าผากของหลี่เสวียนเทียนหายไปแล้วจริง ๆ ! ’

‘นี่มัน ? ? ? ’

‘นี่มัน ! ! ! ’

‘เป็นไปมิได้ ! ’

‘หายไปง่าย ๆ เช่นนี้เลยหรือ ? ’

หลายวันผ่านไป

ขณะที่หลี่เสวียนเทียนกำลังยืนเอามือไพล่หลังอยู่บนเกาะลอยฟ้า และสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั่วทั้งสวรรค์บูรพา

จู่ ๆ ก็มีร่าง ๆ หนึ่งปรากฏขึ้นทางด้านหลังของเขาอย่างเงียบเชียบ

ผู้ที่มาก็คือ ผู้ควบคุมโลกชางหลัน

ชางหลันลอบสัมผัสไอพลังบนกายของหลี่เสวียนเทียนชั่วขณะ ก่อนจะถามออกมาด้วยความประหลาดใจ “พี่เสวียนเทียน คิดมิถึงว่าผู้แข็งแกร่งท่านนั้นจะยอมขจัดผลกรรมบนกายของท่านให้”

สิ้นเสียง หลี่เสวียนเทียนก็ดึงสติกลับมา ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ทว่าใบหน้าอันหล่อเหลาของเขากลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวล

“พี่ชางหลัน ปราณวิญญาณฟ้าดินของสวรรค์บูรพา รวมทั้งไอพลังมหามรรคามากมายได้ถูกใช้จนถึงขีดสุดแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าสวรรค์บูรพาคงจะต้องกลายเป็นโลกที่ไร้ชีวิตเป็นแน่”

หลี่เสวียนเทียนหันไปมองชางหลัน พลางเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวล

ทว่าชางหลันกลับเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างมิเห็นด้วย “พวกเราต่างก็รู้ดีว่าจุดจบของยุคมิว่าจะเป็นโลกใบใดก็ตาม เมื่อมีการทำลายล้างย่อมมีการกำเนิดใหม่ตามมา และเป็นวัฏจักรอยู่เยี่ยงนั้น นี่เป็นความจริงอันเป็นนิรันดร์ของโลกทุกใบ มิว่าผู้ใดก็มิอาจเปลี่ยนแปลงได้”

“พี่ชางหลัน เหตุผลข้อนี้ข้าย่อมทราบดี”

หลี่เสวียนเทียนถอนหายใจยาวออกมา ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยว่า “แต่ท่านยังมิเคยเห็นโฉมหน้าของยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานท่านนั้นเช่นข้า เมื่อท่านสัมผัสถึงไอพลังมงคลบริสุทธิ์บนกายของเขา บางทีท่านจะเข้าใจความรู้สึกของข้าในเวลานี้ได้เอง”

ชางหลันเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา ก่อนจะถามหยั่งเชิงว่า “พี่เสวียนเทียน ท่านลองบอกข้าหน่อยสิว่า คนผู้นั้นแท้จริงแล้วเป็นคนเช่นไรเยี่ยงนั้นหรือ ? ”

หลี่เสวียนเทียนชะงักงัน จากนั้นก็เผยสีหน้าหวั่นเกรงออกมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ข้าขอเอ่ยเช่นนี้ก็แล้วกัน หลังจากได้เห็นโฉมหน้ารวมทั้งไอพลังบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากกายของบุคคลที่ไร้เทียมทานท่านนั้น ข้าก็รู้สึกว่าตนนั้นมิต่างอันใดจากมดปลวก ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ใด ๆ ”

“สิ่งที่ข้ากังวลก็คือ หากกฎของสวรรค์บูรพาจางหายไป จากนั้นสิ่งมีชีวิตโบราณที่อาศัยอยู่ในแดนอันตรายเหล่านั้นจะทยอยออกมาภายนอก ก็จะทำให้เกิดความโกลาหลอันดำมืดขึ้น หากพวกเขาไปปะทะกับยอดฝีมือที่ไร้เทียมทานท่านนั้นเข้า มิเท่ากับจะทำให้อีกฝ่ายอารมณ์เสียหรอกหรือ ? ”

ชางหลันจ้องเขม็งไปที่หลี่เสวียนเทียนที่ขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาพลันเกิดประกายกังวลขึ้นมา

‘บุคคลที่ไร้เทียมทานมาเยือนโลกเล็ก ๆ เช่น สวรรค์บูรพา เช่นนั้นต่อไปเขาจะไปปรากฏตัวที่โลกชางหลันด้วยหรือไม่’

‘หากเป็นเช่นนี้ข้าคงจะต้องทำให้ยุคปัจจุบันของโลกชางหลันจบลงก่อนกำหนดเสียแล้ว มิเช่นนั้นข้าคงจะต้องปวดหัวเช่นเดียวกับเสวียนเทียนในเวลานี้เป็นแน่’

‘ดูท่าครั้งนี้ข้าคงจะเดามิผิดจริง ๆ ’

‘ยอดฝีมือที่ไร้เทียมทานเช่นนี้เป็นผู้ที่เราคาดมิถึงจริง ๆ ’

‘ทว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นผู้ใดกัน ? ’

คิดได้ดังนั้น สายตาของชางหลันก็เหลือบไปที่หน้าผากของหลี่เสวียนเทียนอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “พี่เสวียนเทียน เช่นนั้นท่านจะยอมรับฟังคำแนะนำของข้าสักอย่างได้หรือไม่ ข้ามองว่าในเมื่อเขาเป็นผู้ที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ เขาคงมิมีทางปล่อยให้สวรรค์บูรพากลายเป็นโลกที่ไร้ชีวิตและย่อยยับลงกับตาเป็นแน่”

หลี่เสวียนเทียนพยักหน้าให้ “ข้ารู้แล้วว่าควรทำเช่นไร”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน