เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 537

ตอนที่ 537 ข้ามีความสามารถเช่นนั้นตั้งแต่เมื่อใดกัน ?

หลังจากที่ลังเลอยู่ชั่วขณะ ในที่สุดเสวียนเทียนก็ตัดสินใจยอมไปคารวะยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานท่านนั้น เพื่อหวังว่าอีกฝ่ายจะให้อภัยและช่วยขจัดผลกรรมบนกายของตนได้

“เฮ้อ ช่างโชคร้ายจริง ๆ ”

“ผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้เหตุใด……ถึงได้ปรากฏตัวขึ้นบนโลกใบเล็ก ๆ เช่นสวรรค์บูรพาได้ ยิ่งกว่านั้นยังถ่อมตนถึงเพียงนี้ หากมิใช่เพราะก่อนหน้านี้ข้าได้ลองหยั่งเชิงดูก่อนแล้วล่ะก็ เกรงว่าคงจะดับสูญไปแล้ว”

เสวียนเทียนยืนอยู่หน้าคันฉ่องหลิงเสวียน มองตนเองที่หน้านิ่วคิ้วขมวดที่สะท้อนอยู่ในคันฉ่อง พลางถอนหายใจออกมายาว ๆ “เสวียนเทียนเอ๊ยเสวียนเทียน แม้ว่าเจ้าจะหล่อเหลาอีกทั้งยังเป็นเจ้าแห่งสวรรค์บูรพา แต่วันหน้าเจ้าต้องระวังให้มาก มิเช่นนั้นการตายของเจ้าจะถือเป็นความเสียหายของโลกทั้งหลายด้วยเช่นกัน”

เอ่ยถึงตรงนี้ เสวียนเทียนก็สะบัดแขนเสื้อเพื่อเก็บคันฉ่องหลิงเสวียน จากนั้นก็หายวับไปในอากาศทันที

อีกด้านหนึ่ง

หลังจากเย่ฉางชิงใช้จิตกระบี่ฟาดฟันใส่สายฟ้าจำนวนมหาศาล นิมิตอันน่าสะพรึงกลัวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็ได้หายไปอย่างรวดเร็ว

เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป

เมื่อเห็นว่าเจ้าแห่งสวรรค์บูรพามิได้ตอบโต้ใด ๆ อีก เย่ฉางชิงก็อดมิได้ที่จะรู้สึกสงสัยขึ้นมา

‘อีกฝ่ายเป็นอันใดกันแน่ ? ’

‘เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูปแล้ว กลับมิมีการตอบสนองใด ๆ ’

‘หรือกระแสจิตของข้าเมื่อครู่ เขามิได้รับเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘แต่มิน่าจะเป็นไปได้นี่นา ! ’

‘ปกติแล้วในเมื่อเป็นถึงเจ้าแห่งสวรรค์บูรพา เช่นนั้นก็ย่อมต้องควบคุมทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในสวรรค์บูรพา แล้วจะมิได้รับกระแสจิตที่ข้าส่งไปได้เยี่ยงไรกัน ? ’

‘หรือว่า……อีกฝ่ายจะรู้สึกว่าข้าอ่อนแอเกินไป จึงดูแคลนและมิคิดที่จะสู้กับข้างั้นหรือ ? ’

‘เช่นนี้มันมิถูกต้องนี่นา ! ’

‘เมื่อครู่ข้าส่งกระแสจิตให้แก่ทุกสรรพสิ่ง หากเขาเพียงแค่ดูแคลนข้า เช่นนั้นสรรพสิ่งอื่น ๆ จะมองเขาเช่นไรกัน ! ’

‘เป็นถึงเจ้าแห่งสวรรค์บูรพา มิมีศักดิ์ศรีแม้แต่นิดเดียวเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘หากมีศักดิ์ศรีสักนิด จะเยี่ยงไรก็ต้องตอบกลับมาบ้าง’

‘แต่ช่างเถอะ ! ’

‘ในเมื่ออีกฝ่ายมิยอมตอบ เช่นนั้นก็เป็นเขาที่เสียชื่อเสียงซะเอง ส่วนข้ามิว่าเยี่ยงไรก็ล้วนได้กำไรแล้ว’

‘แอบหนีเลยก็แล้วกัน ! ’

ทว่าระหว่างที่เย่ฉางชิงเตรียมจะจากไปนั้น

ร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งพลันปรากฏกายขึ้นตรงหน้าของเย่ฉางชิง

“ผู้น้อยหลี่เสวียนเทียนคารวะผู้อาวุโส”

หลี่เสวียนเทียนที่สวมชุดขงจื๊อยืนอยู่กลางอากาศ พลางโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิงด้วยความนอบน้อม

‘หลี่เสวียนเทียน ? ’

‘ผู้ใดกันอีกล่ะนี่ ? ’

‘ข้าเคยรู้จักงั้นหรือ ? ’

‘มิใช่มาขอคารวะข้าเป็นนายอีกกระมัง ? ’

‘จริงสิ ! ’

‘หลี่เสวียนเทียน……สวรรค์บูรพา’

‘คนผู้นี้คงมิใช่เจ้าแห่งสวรรค์บูรพาหรอกกระมัง ? ’

‘แต่ท่าทีเช่นนี้มิถูกต้องนี่นา ! ’

‘เหตุใดข้าถึงกลายเป็นผู้อาวุโสของเจ้าไปได้ ? ’

‘เจ้าเป็นถึงเจ้าแห่งสวรรค์บูรพาเชียวนะ ! ’

‘เจ้า……คงมิใดตั้งใจมากลั่นแกล้งข้าหรอกใช่หรือไม่ ? ’

เย่ฉางชิงมีท่าทีสงบนิ่ง มองหลี่เสวียนเทียนด้วยสายตาครุ่นคิด ภายในใจเต็มไปด้วยความสงสัยมากมาย

“ผู้อาวุโส ก่อนหน้านี้ข้าน้อยมุทะลุเกินไป ขอผู้อาวุโสได้โปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วยขอรับ”

เมื่อเห็นเย่ฉางชิงมิตอบกลับใด ๆ หลี่เสวียนเทียนจึงเอ่ยอธิบายอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน หลี่เสวียนเทียนก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เหลือบมองไปทางเย่ฉางชิง

ทว่าเมื่อเขาได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเย่ฉางชิง ร่างทั้งร่างถึงกับชะงักงันไปทันที

ใช่แล้ว !

เขาถูกใบหน้าอันหล่อเหลาของเย่ฉางชิงสะกดเอาไว้เสียแล้ว !

เจ้าแห่งสวรรค์บูรพาเช่นเขา บัดนี้แทบจะลืมไปแล้วว่าตนเองนั้นอยู่มาเนิ่นนานเพียงใด

ระยะเวลาที่ผ่านมาเขาได้พบเห็นบุรุษรูปงามมามากมาย และยังเคยได้พบยอดฝีมือไร้เทียมทานในงานประชุมเจ้าแห่งโลกต่าง ๆ มานับมิถ้วน

อีกทั้งบุรุษที่รูปงามเช่นเขามิมีผู้ใดกล้าคิดเทียบเคียงว่าตนคือที่หนึ่งอย่างแน่นอน

แต่บัดนี้เมื่อเขาได้เห็นเย่ฉางชิง กลับอดมิได้ที่จะเกิดความรู้สึกละอายใจขึ้นมา

โดยเฉพาะลักษณะท่าทางที่ดูสง่างามและอ่อนโยนนั้น ยิ่งมิมีผู้ใดที่จะเทียบเคียงได้อีกแล้ว

มิเพียงเท่านั้น เมื่อเผชิญหน้ากับเย่ฉางชิง เขากลับมิสามารถสัมผัสถึงไอพลังวิถีเซียนใด ๆ จากกายของอีกฝ่ายได้เลย

ในทางกลับกันกลับมีไอพลังมงคลที่บริสุทธิ์แผ่ออกมา

เย่ฉางชิงโบกมือปัดเบา ๆ พร้อมเอ่ยกับหลี่เสวียนเทียนว่า “นับแต่นี้ต่อไปเจ้าจงระวังตัวให้ดี มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้ามิเตือน”

ขณะเดียวกันตอนที่เอ่ยประโยคนี้ เย่ฉางชิงก็ได้ส่งกระแสจิตไปหาทุกสรรพสิ่งอย่างเงียบ ๆ ด้วย

เจ้าแห่งสวรรค์บูรพากลับถ่อมตนถึงเพียงนี้ เช่นนั้นก็ต้องให้ทุกสรรพสิ่งได้ยินไปด้วย

เช่นนี้แล้วจึงจะสามารถวางมาดเป็นผู้ไร้พ่าย ที่เพียงแค่คิดก็สามารถทำทุกอย่างได้แล้ว

ทันใดนั้น หลังจากเย่ฉางชิงเอ่ยประโยคนี้ออกไป ทั่วทั้งมหาสมุทรแท้จริงก็เกิดความโกลาหลขึ้น

“นี่มัน ! ! ! ”

“นี่ ? ? ? ”

“นี่คือความเก่งกาจของท่านเย่เยี่ยงนั้นหรือ ? คิดมิถึงว่าเจ้าแห่งสวรรค์บูรพาในตำนาน เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็ต้องถ่อมตนถึงเพียงนี้”

“น่าเหลือเชื่อ ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก !”

“สวรรค์ ท่านเย่ผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นผู้ใดกันแน่ เหตุไฉนถึงได้น่ากลัวเพียงนี้ ! ”

“แต่ผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้ เหตุใดจึงปรากฏตัวขึ้นที่นี่ได้ ? ”

“เจ้าดำ เจ้าดูสีหน้าพวกมนุษย์ที่มิเคยเปิดโลกทัศน์พวกนี้สิ ช่างน่าขันยิ่งนัก”

“ก็ใช่น่ะสิ บัดนี้แม้ว่านายท่านจะดูแปลก ๆ แต่ท่าทางที่โดดเด่นและน่าเกรงขามของเขาก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกสรรพสิ่งเลื่อมใสจนอยากจะกราบกรานได้แล้ว”

“พี่ชาย ท่านว่านายท่านเป็นอันใดไปเยี่ยงนั้นหรือ ? ”

“ชูว์ ตอนนี้นายท่านได้ผนึกตบะบารมีและความทรงจำของตนเอาไว้ เพื่อต้องการสัมผัสความยากลำบากในการเริ่มต้นบำเพ็ญเพียรในโลกเล็ก ๆ เช่นนี้ก็เท่านั้น”

“เป็นเช่นนี้นี่เอง ! ”

“มิน่าเล่า นายท่านถึงมิได้สังหารเจ้าแห่งสวรรค์บูรพาอันใดนั่น”

“……”

“……”

ระหว่างที่ผู้คนด้านล่างกำลังวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา

และเมื่อเย่ฉางชิงอนุญาตให้ตนไปได้แล้ว หลี่เสวียนเทียนก็เกิดละล้าละลังขึ้นมา

หลังจากใคร่ครวญดูแล้ว ในที่สุดเขาก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา พลางเอ่ยกับเย่ฉางชิงอย่างนอบน้อมว่า “ผู้อาวุโส……ก่อนหน้านี้ผู้ต่ำต้อยได้แปดเปื้อนผลกรรมอันน่ากลัวอย่างหนึ่งเข้า หวังว่าท่านจะช่วยขจัดให้ได้หรือไม่ขอรับ”

ทันทีที่สิ้นเสียง ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นของเย่ฉางชิงกะพริบปริบ ๆ และมีท่าทางสับสน

‘ผลกรรม ? ’

‘ขจัด ? ’

‘ข้ามีความสามารถเช่นนั้นตั้งแต่เมื่อใดกัน ? ’

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน