ตอนที่ 542 สวรรค์มิยุติธรรม
ทัณฑ์สวรรค์นี้หาใช่สิ่งที่เขาจะสามารถต้านทานได้ไม่ ?
หนิงซู่ซู่พลันรู้สึกมึนงงขึ้นมา
ตามบันทึกในตำราโบราณ หลังจากความโกลาหลอันดำมืดเริ่มขึ้น พลังแห่งกฎทั่วทั้งสวรรค์บูรพาก็จะจางหายไป
ในช่วงเวลานี้ผู้แข็งแกร่งที่ไร้เทียมทานมากมายที่ฝืนสะกดตบะบารมีเอาไว้ ก็เลือกที่จะทะลวงพันธนาการสุดท้ายในเวลานี้ เพื่อเรียกทัณฑ์สวรรค์พิฆาตลงมา
เพราะหากเลือกบรรลุในเวลานี้ ต่อให้ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตจะฟาดฟันลงมา พลานุภาพของมันก็จะลดลงอย่างมาก มีความรุนแรงมิถึงหนึ่งในสาม ก่อนที่จะเกิดความโกลาหลอันดำมืดอีกด้วย
ทว่าบัดนี้เมื่อบรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ตัดสินใจทะลวงพันธนาการสุดท้าย ปรากฏว่าทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่ฟาดฟันลงมา กลับหาใช่ระดับที่ร่างกายของเขาจะสามารถต้านทานได้ไม่ ?
นี่มันเป็นเพราะอันใดกันแน่ ?
หรือบันทึกที่อยู่ในตำราโบราณจะเป็นของปลอม ?
เพราะเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า หนิงซู่ซู่ก็เกิดสับสนขึ้นมา
เวลานี้นางเองก็มีตบะบารมีระดับเซียนขั้นสูงสุด และความรู้แจ้งในเต๋าและจิตวิญญาณก็เกือบจะสมบูรณ์แล้ว
หากมิมีสมบัติเซียนเจิ้นหยวนช่วยสะกดเอาไว้ เกรงว่าก่อนหน้านี้นางคงบรรลุระดับไปแล้ว
บัดนี้ พลานุภาพของทัณฑ์สวรรค์พิฆาตนอกจากมิลดลงแล้ว ทว่ากลับทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอีกด้วย
เช่นนั้นในตอนที่นางทดสอบทัณฑ์สวรรค์ ก็จะมีทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่น่ากลัวเช่นนี้ฟาดฟันลงมา จนนางอาจต้องดับสูญเยี่ยงนั้นหรือ ?
ขณะเดียวกัน หลังจากได้ยินที่อวิ๋นจงเอี้ยนเอ่ยจบ
เย่ฉางชิงเองก็รู้สึกงุนงงเช่นกัน
ทัณฑ์สวรรค์ที่ร่างกายมิสามารถต้านทานได้ ก็หมายความว่าบรรพจารย์ของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ท่านนี้ จะต้องดับสูญภายใต้ทัณฑ์สวรรค์เยี่ยงนั้นหรือ
ทว่าสิ่งนี้เหมือนมีบางอย่างมิถูกต้อง
ทัณฑ์สวรรค์ที่ร่างกายมิสามารถต้านทานได้ เช่นนี้จะมีการทดสอบจากสวรรค์ไว้เพื่ออันใดกัน ?
เท่าที่เขารู้มา แม้การบำเพ็ญเพียรวิถีเซียนคือการแย่งชิงวาสนาอันไร้ที่เปรียบกับฟ้าดิน อันตรายที่ได้พบย่อมมิอาจคาดเดาได้ แต่ก็มีคำกล่าวที่บอกเอาไว้ว่า สวรรค์แม้จะโหดร้าย แต่มิว่าเยี่ยงไรก็จะให้โอกาสสรรพสิ่งได้มีชีวิตรอด
ทว่าหากเกินขอบเขตที่คนจะสามารถต้านทานได้เช่นนี้ มิเท่ากับมิให้โอกาสรอดชีวิตหรอกหรือ ?
คิดได้ดังนั้น ภายในหัวของเย่ฉางชิงก็ปรากฏภาพของหลี่เสวียนเทียนขึ้นมาอย่างประหลาด
‘ดูจากท่าทางหวั่นเกรงที่เจ้าคนนั้นมีต่อตนแล้ว หาได้มีความทะนงตนเช่นเจ้าแห่งสวรรค์บูรพาไม่’
‘ทว่าหากคนผู้นั้นเป็นเจ้าแห่งสวรรค์บูรพาจริง และเกิดกังวลว่าตอนที่บรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่รับการทดสอบจากสวรรค์ จะรบกวนการเดินทางของข้า จึงได้ใช้แผนการลับบางอย่าง’
‘เพราะเยี่ยงไรซะเขาก็เป็นผู้ปกครองสวรรค์บูรพาแห่งนี้ และสามารถควบคุมทุกสิ่งบนสวรรค์บูรพาได้’
‘แต่การทำเช่นนี้มิเท่ากับข้ากลายเป็นบ่อเกิดของหายนะในครั้งนี้หรอกหรือ ? ’
‘คงมิใช่เช่นนั้นหรอกกระมัง ! ’
‘เป็นไปมิได้ ! ’
‘เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ’
ตอนนั้นเอง อวิ๋นจงเอี้ยนก็เหมือนจะคิดถึงผู้ใดบางคนขึ้นมาได้ ดวงตาของนางพลันสว่างวาบขึ้น ก่อนจะรีบเอ่ยออกมาว่า
“จริงสิ ท่านเย่เจ้าคะ ก่อนหน้านี้ตอนที่ผู้น้อยข้ามมหาสมุทรแท้จริง เคยบังเอิญได้พบกับบรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ท่านนี้”
“ในตอนนั้นผู้น้อยได้พกภาพที่อวิ๋นซีวาดให้ท่านมาด้วย และในตอนนั้นบนเรือได้มีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง ที่เพียงแค่เห็นบรรยากาศรอบกายท่านในภาพวาด ก็สามารถจดจำว่าเป็นท่านได้ทันทีค่ะ”
ทันทีที่ได้ยินดังนั้น แววตาของเย่ฉางชิงก็มีประกายบางอย่างวาบผ่าน พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “หรือจะเป็นสหายเก่าคนหนึ่งของข้าตอนอยู่โลกเบื้องล่างเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“คงจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นเขามิน่าจะรู้จักท่านได้เจ้าค่ะ”
อวิ๋นจงเอี้ยนพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “จริงสิ เขาเหมือนจะชื่อว่าซือถู……เจิ้นผิงด้วยเจ้าค่ะ”
‘ซือถูเจิ้นผิง ? ’
หลังจากได้ยินชื่อนี้ เย่ฉางชิงก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมา
‘ซือถูเจิ้นผิง เขาย่อมจำได้อยู่แล้ว’
‘ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่เมืองเสี่ยวฉือ เขายังเคยมอบภาพอักษรพู่กันให้แก่อีกฝ่ายด้วย’
‘อีกทั้งยังได้เห็นอีกฝ่ายขึ้นมายังโลกเบื้องบนกับตาตนเองด้วย……’
‘จริงสิ’
‘ในเมื่อซือถูเจิ้นผิงเดินทางมากับบรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ท่านนี้’
‘อีกทั้งบรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่กำลังรับการทดสอบจากสวรรค์อยู่ที่นี่ เช่นนั้นซือถูเจิ้นผิงจะต้องอยู่มิไกลจากที่นี่อย่างแน่นอน’
คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็เพ่งกระแสจิตแผ่ออกไป มินานก็พบว่าซือถูเจิ้นผิงนั้นอยู่ในมหาสมุทรแห่งนี้ด้วย ซึ่งไกลออกไปหลายสิบลี้

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน