ตอนที่ 544 ผู้อาวุโส ได้โปรดหยุดเถิดขอรับ
ขณะเดียวกัน บนภูเขาเซียนต้องห้ามลูกหนึ่งที่ตั้งอยู่ในส่วนลึกตอนกลางของสวรรค์บูรพา
หลี่เสวียนเทียนและชางหลันกำลังนั่งเผชิญหน้ากันอยู่บนเกาะลอยฟ้าแห่งหนึ่ง ทั้งสองคนกำลังประลองหมากต่อจากคราวก่อน
“พี่เสวียนเทียน ก่อนหน้านี้ท่านได้พบกับผู้อาวุโสท่านนั้นมาแล้ว เขามิได้เอ่ยถึงสาเหตุที่มายังสวรรค์บูรพาบ้างเลยเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก
ชางหลันก็ลอบชำเลืองมองหลี่เสวียนเทียนที่มีท่าทีคิดหนัก พลางเอ่ยถามอ้อม ๆ
ผู้ที่ไร้เทียมทานจนทำให้หลี่เสวียนเทียนผู้เป็นเจ้าแห่งสวรรค์บูรพาถึงกับยอมศิโรราบให้
อีกทั้งเจ้าผู้ปกครองโลกอย่างพวกเขาทั้งสองคน กลับมิเคยได้ยินมาก่อนว่าภายในโลกใบเล็ก ๆ อีกมากมาย จะมีบุคคลที่ไร้เทียมทานเช่นนี้อยู่ด้วย
เพราะทุก ๆ ล้านปีจะมีการประชุมใหญ่ของเจ้าผู้ปกครองโลกขึ้น
ถึงตอนนั้นมิว่าจะเป็นเจ้าเขตแดนที่ดูแลแดนเซียนโบราณทั้งสิบสองแห่ง หรือจะเป็นเจ้าแห่งมารของแดนมารทั้งแปด รวมถึงเจ้าผู้ปกครองโลกใบเล็ก ๆ ทั้งสามพันใบ ก็ล้วนต้องไปเข้าร่วมการประชุมใหญ่นี้ทั้งสิ้น
ทว่านับตั้งแต่พวกเขาขึ้นเป็นผู้ปกครองโลกสองใบนี้มาหลายล้านปี กลับมิเคยได้ยินมาก่อนว่ามีบุคคลที่ไร้เทียมทานเช่นนี้อยู่ด้วย
เช่นนั้นผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้มาจากที่ใดกันแน่ ?
หรือแดนเซียนโบราณจื่อเวยที่สวรรค์บูรพาสังกัดอยู่จะเปลี่ยนเจ้าเขตแดนคนใหม่ ?
แต่ก็มิน่าจะเป็นไปได้นี่นา !
หากเจ้าเขตแดนของแดนเซียนโบราณจื่อเวยมีการเปลี่ยนมือ เพียงแค่ส่งสาสน์สูงสุดลงมาก็พอแล้ว เหตุไฉนจะต้องลงมาที่สวรรค์บูรพาด้วยตนเองเช่นนี้เล่า ?
มิใช่ !
เป็นไปมิได้เด็ดขาด !
สิ้นเสียง หลังจากหลี่เสวียนเทียนใคร่ครวญบางอย่างแล้ว ก็ได้ทวนคำถามอีกครั้งว่า “พี่ชางหลัน เมื่อครู่ท่านว่าเยี่ยงไรนะ ? ”
ชางหลันยิ้มออกก่อนจะถามอีกครั้งว่า “ก่อนหน้านี้ท่านได้พบกับผู้อาวุโสท่านนั้น เขาได้บอกหรือไม่ว่าเหตุใดจึงมายังสวรรค์บูรพา ? ”
“พี่ชางหลัน ท่านประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว”
หลี่เสวียนเทียนถอนหายใจออกมาน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหวาดหวั่นว่า “แม้ภายนอกผู้อาวุโสท่านนั้นจะดูสง่างามและสุภาพอ่อนโยน อีกทั้งไอพลังวิถีเซียนบนกายยังถูกสะกดเอาไว้ จนข้ามิสามารถสัมผัสได้แม้แต่นิดเดียว”
“ทว่าเพียงแค่ความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมา ก็ทำให้คนอดมิได้ที่จะรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนแล้ว”
ชางหลันเลิกคิ้วขึ้น พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “พี่เสวียนเทียน ท่านกล่าวเกินจริงไปหรือไม่ ? ”
หลี่เสวียนเทียนส่ายหน้าพลางโบกมือไปมา “นั่นเป็นเพราะท่านยังมิเคยสัมผัสด้วยตนเอง เมื่ออยู่ในระดับเช่นพวกเราแล้ว แม้จะมิสามารถบรรลุตบะบารมีต่อได้อีก แต่เยี่ยงไรซะก็ยังมีผู้ที่อยู่เหนือกว่าพวกเราอยู่ดี”
“เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่สูงส่งและไร้เทียมทานเช่นนั้น ความหวั่นเกรงมักจะเกิดขึ้นเองโดยสัญชาตญาณ มิใช่เพราะไอพลังวิถีเซียนหรือสัมผัสได้ถึงพลานุภาพแต่อย่างใด ? ”
ชางหลันถึงกับชะงักไปทันที ก่อนจะพยักหน้ารับ
ตู้ม !
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่ทั้งท้องฟ้าจะเริ่มสั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง
“เกิดอันใดขึ้นกันแน่ ! ”
หลี่เสวียนเทียนและชางหลันมีสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืน
การเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ถึงขนาดสั่นสะเทือนมาถึงที่นี่ได้
สิ่งนี้จะประมาทมิได้อย่างเด็ดขาด !
ยิ่งไปกว่านั้นบุคคลไร้เทียมทานท่านนั้นก็ยังอยู่ในสวรรค์บูรพา
เวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ
บุรุษผู้หนึ่งที่มีปีกสองข้าง ร่างทั้งร่างมีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ สวมชุดเกราะสีทอง ก็ได้พุ่งออกมาจากความว่างเปล่า
บุรุษผู้มีหน้าตาอัปลักษณ์เวลานี้กลับมีสีหน้าซีดเผือด เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากรูจมูกมิหยุด
“นายท่าน……”
บุรุษผู้นั้นกำลังจะเอ่ยปากขึ้น
ทว่าหลี่เสวียนเทียนที่มีสีหน้าเคร่งขรึมก็ได้เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน “นี่มันเรื่องอันใดกัน ? ”
บุรุษผู้นั้นเช็ดเลือดที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งว่า “เรียนนายท่าน ตามคำสั่งของท่าน ผู้น้อยได้คอยจับตามองสถานการณ์บนมหาสมุทรแท้จริงอยู่ตลอดเวลา”
“ทว่าก็เป็นดังที่ท่านคาดการณ์ไว้ เพราะมีคนรับการทดสอบจากสวรรค์บนมหาสมุทรแท้จริงจริง ๆ ขอรับ แต่ใครเลยจะคิดว่าคนผู้นี้จะนำสมบัติเซียนชิ้นหนึ่งออกมา และใช้มันโจมตีทัณฑ์สวรรค์พิฆาต ยิ่งไปกว่านั้นยังคิดที่จะทำลายระเบียบและกฎของสวรรค์บูรพาอีกด้วย……”
บุรุษผู้นั้นเอ่ยยังมิทันจบประโยค ก็พบว่าเวลานี้หลี่เสวียนเทียนมีสีหน้ามิสู้ดีอย่างมาก จึงมิกล้าเอ่ยสิ่งที่ตนเองได้ประสบออกมาอีก
“มหาสมุทรแท้จริง มิได้เป็นมหาสมุทรแท้จริงอีกแล้ว”
“สิ่งที่ข้าเป็นกังวลสิ่งนั้นมักจะเกิดขึ้นจริง ๆ ให้ตายเถอะ”
เอ่ยเพียงเท่านั้น หลี่เสวียนเทียนถึงกับยกมือขึ้นมาคลึงหว่างคิ้วของตนเอง พลางปรายตามองทางบุรุษผู้นั้น ก่อนจะหายตัวไปในพริบตา
สามารถโจมตีทัณฑ์สวรรค์พิฆาต และสยบระเบียบและกฎของสวรรค์บูรพาได้
ฝีมือร้ายกาจเช่นนี้ คงมีเพียงผู้อาวุโสท่านนั้นกระมัง
‘เป็นเพราะพรสวรรค์วิถีกระบี่ของพวกเจ้าสูงส่ง ? ’
‘หรือข้าบรรลุวิถีกระบี่ถึงระดับสูงสุดมาตั้งนานแล้วโดยมิรู้ตัวกันแน่ ? ’
‘อีกอย่างพวกเจ้าใช้ภาพอักษรพู่กันของข้าต้านทานทัณฑ์สวรรค์พิฆาต เรื่องเหลวไหลเช่นนี้เจ้าตั้งใจหลอกข้าใช่หรือไม่ ? ’
‘โลกบำเพ็ญเพียรใบนี้เป็นอันใดไปกันหมด ! ’
‘แท้จริงแล้วข้าไร้พ่ายมาตั้งนานแล้วเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘หรือว่ามีผู้สูงส่งบางคน คอยควบคุมทุกสิ่งแล้วจงใจกลั่นแกล้งข้าราวกับลูกไก่ในกำมือเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘สับสนไปหมดแล้ว ! ’
‘น่าปวดหัวชะมัด ! ’
‘ข้าปวดใจยิ่งนัก ! ’
คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็ถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับของตน ก่อนแววตาจะแปรเปลี่ยนไปและแน่วแน่ขึ้น ราวกับได้ตัดสินใจครั้งใหญ่บางอย่าง
มิว่าจะด้วยเหตุใด หรือเพื่อสิ่งใด
แม้เขาจะยังคงรู้สึกงุนงงอยู่ แต่ขอเพียงข้ามุ่งมั่นตามหามิหยุด เชื่อว่าวันหนึ่งความจริงจะต้องเปิดเผยอย่างแน่นอน
สวรรค์บูรพา !
เส้นทางโบราณ !
ปลายทางเส้นทางโบราณ !
แดนเซียนโบราณในตำนาน……
เชื่อว่าทั้งหมดนี้จะต้องมีคำตอบ
เยี่ยงไรซะทุกเรื่องย่อมมีความจริงซ่อนอยู่
ระหว่างที่เย่ฉางชิงกำลังตรึกตรอง ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นลุ่มลึก
ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีร่าง ๆ หนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าของเย่ฉางชิง
“ผู้อาวุโส ได้โปรดหยุดเถิดขอรับ”
ใบหน้าของหลี่เสวียนเทียนเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ก่อนจะคร่ำครวญออกมา
เย่ฉางชิง “……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน