เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 550

ตอนที่ 550 จิ่งจิ่ง…ผู้นี้เป็นเทพธิดาท่านใดกันงั้นหรือ ?

เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป

หลังจากหลี่เสวียนเทียนสำรวจตนเองซ้ำไปซ้ำมา สุดท้ายก็มั่นใจว่าครั้งนี้หาได้แปดเปื้อนผลกรรมใด ๆ ไม่

ฟู่ !

หลี่เสวียนเทียนถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาอย่างโล่งอก

ต้องยอมรับว่าจนถึงตอนนี้ เขาก็ยังประเมินความน่ากลัวของผู้อาวุโสท่านนี้ต่ำเกินไป

เดิมทีคิดว่าจะมิเข้าไปยุ่งกับการเดินทางท่องไปในสวรรค์บูรพาของผู้อาวุโสท่านนี้ แต่ในฐานะเจ้าแห่งสวรรค์บูรพา เยี่ยงไรซะเขาก็มีสิทธิ์ที่จะรับรู้มิใช่หรือ ?

ทว่าสุดท้ายสิ่งที่เขาคาดมิถึงก็คือ เพียงแค่ใช้คันฉ่องหลิงเสวียนสอดแนมก็ยังถูกผู้อาวุโสท่านนี้พบเข้า และได้ทำลายคันฉ่องหลิงเสวียนของเขาอีกด้วย

แม้ว่าครั้งนี้จะมิได้แปดเปื้อนผลกรรมใด ๆ แต่คันฉ่องหลิงเสวียนกลับถูกทำลายและแตกเป็นเสี่ยง ๆ

นี่เป็นของสำคัญที่สุดของเขาเชียวนะ !

คิดได้ดังนั้น หลี่เสวียนเทียนก็อดมิได้ที่จะมีแสดงท่าทางเจ็บปวดรวดร้าวออกมาอีกครั้ง

“พี่ชางหลัน คันฉ่องหลิงเสวียนของข้าถูกทำลายแล้ว ! ”

หลี่เสวียนเทียนเอ่ยกับชางหลันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

ชางหลันเองก็ได้แต่มองหลี่เสวียนเทียน พลางพยักหน้าน้อย ๆ ด้วยความสงสาร

ต้องบอกว่าชางหลันในเวลานี้ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตนนั้นโชคดีอย่างมาก เพราะในบรรดาเจ้าแห่งโลกมากมาย เขาสนิทกับหลี่เสวียนเทียนมากที่สุด

ทว่าสิ่งที่เขาคาดมิถึงก็คือ จะมีผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้มาเยือนสวรรค์บูรพา

แม้จะยังมิรู้ว่าผู้อาวุโสท่านนี้ปรากฏตัวขึ้นที่สวรรค์บูรพา แท้จริงแล้วมีจุดประสงค์อันใด

แต่สิ่งที่มั่นใจได้ก็คือผู้ที่น่ากลัวท่านนี้ จะต้องมิยอมให้ผู้ใดสอดแนมและยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องของเขาอย่างแน่นอน

หากวันหนึ่งผู้ที่น่ากลัวท่านนี้เกิดไปเยือนโลกชางหลันที่เขาดูแลขึ้นมา เช่นนั้นเขาก็ได้รู้แล้วว่า ตนเองมิควรยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องใดทั้งนั้น และห้ามสอดแนมโดยเด็ดขาด

“พี่เสวียนเทียน ท่านทำใจให้สบายเถอะ ภายภาคหน้าข้าจะคอยอยู่เคียงข้างท่านเอง”

หลังจากชางหลันไตร่ตรองดูแล้ว บางทีอาจเพราะภายในใจเกิดความละอายใจ ดังนั้นเขาจึงได้เอ่ยย้ำอีกครั้ง

ทว่าทันทีที่สิ้นเสียง ดวงตาของชางหลันก็มีประกายบางอย่างพาดผ่านในทันที

ในเมื่อผู้อาวุโสท่านนี้เป็นผู้ที่พวกเรามิอาจคาดเดาได้ อีกทั้งมีความเป็นไปได้สูงที่ต้องการเรียนรู้อันใดบางอย่าง จึงได้มายังสวรรค์บูรพา

แต่นี่มิได้หมายความว่าผู้อาวุโสท่านนี้จะหยุดอยู่แค่สวรรค์บูรพาเท่านั้น

ขนาดเจ้าแห่งสวรรค์บูรพาอย่างหลี่เสวียนเทียน ก็ยังเสียท่าให้แก่ผู้อาวุโสท่านนี้มาแล้วหลายครั้ง

เช่นนั้นเจ้าผู้ปกครองโลกใบอื่นเล่า ?

หากนำข่าวนี้ไปขายให้กับเจ้าผู้ปกครองโลกใบอื่น ก็สามารถช่วยให้พวกเขาหลีกเลี่ยงอันตรายนี้ได้

แต่หากพวกเขามิเชื่อ ก็สามารถให้หลี่เสวียนเทียนช่วยเป็นพยานยืนยันได้

‘โอกาส ! ’

‘นี่จะต้องเป็นโอกาสทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน ! ’

‘ข้านี่สมกับเป็นอัจฉริยะจริง ๆ ! ’

เมื่อคิดได้ดังนั้น

“พี่เสวียนเทียน ข้ามีเรื่องสำคัญที่จะต้องไปจัดการ พวกเราไว้ค่อยพบกันใหม่ก็แล้วกันนะ”

ชางหลันประสานมือคารวะให้แก่หลี่เสวียนเทียนที่ยังคงมีสีหน้าหดหู่ ก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว

หลี่เสวียนเทียนปรายตามองไปทางที่ชางหลันหายตัวไป ก่อนจะถอนใจออกมายาว ๆ อีกครั้ง

หลังจากชางหลันจากไป และเวลาผ่านได้ไปประมาณหนึ่งชั่วยาม

ฟิ้ว !

ความว่างเปล่าตรงหน้าของหลี่เสวียนเทียนเกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อย ก่อนที่ร่างใหญ่โตร่างหนึ่งจะปรากฏขึ้นตรงหน้าหลี่เสวียนเทียน

“พี่เสวียนเทียน มิพบกันเสียนาน ! ”

บุรุษรูปร่างสูงใหญ่กำยำ มีแสงเรืองรองไปทั่วร่าง

หลี่เสวียนเทียนที่ถือเศษชิ้นส่วนของคันฉ่องหลิงเสวียนเอาไว้ในมือก็ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง และเมื่อพบหน้าของบุรุษที่มีรูปร่างกำยำแล้ว เขาก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที

“ผู๋ป่อเยว่ เจ้ามาที่สวรรค์บูรพาของข้าเพราะเหตุใดกัน ? ”

หลี่เสวียนเทียนมีสีหน้าเข้มขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนและตะคอกใส่คู่ปรับตัวฉกาจของเขา

“ต้องเช่นนี้สิ”

ผู๋ป่อเยว่หัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยอย่างมิอ้อมค้อมว่า “น้องเสวียนเทียน ขอบอกตามตรงที่ข้ามาวันนี้เพราะมีเรื่องหนึ่งอยากจะถามเจ้า”

หลี่เสวียนเทียนจึงเอ่ยออกไปตรง ๆ ว่า “พี่ผู๋ เชิญถามมาได้เลย”

ผู๋ป่อเยว่พยักหน้ารับ แล้วจึงถามออกมาอย่างลังเลว่า “น้องเสวียนเทียน หากเจ้ามิว่าอันใดข้าอยากจะขอยืมคันฉ่องหลิงเสวียนของเจ้าหน่อยจะได้หรือไม่”

ทันทีที่สิ้นเสียง หลี่เสวียนเทียนพลันมีสีหน้าเข้มขึ้น ก่อนที่มุมปากจะกระตุกพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ผู๋ป่อเยว่ เจ้าตั้งใจมาหาเรื่องข้าใช่หรือไม่ ? ”

“น้องเสวียนเทียน เหตุใดเจ้าถึงเอ่ยเช่นนั้นเล่า”

แววตาของผู๋ป่อเยว่มีประกายบางอย่างเปล่งออกมา แต่ยังคงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ช่างเถอะ ข้าจะมิขอปิดบังใด ๆ อีก”

“ความจริงแล้วหลายวันก่อนฮูหยินของข้าจู่ ๆ ก็อยากให้ข้าทำคันฉ่องเลียนแบบคันฉ่องหลิงเสวียนของเจ้า แต่ข้ามิรู้จะทำเช่นไรเลยต้องมาขอร้องเจ้านี่แหละ”

ผู๋ป่อเยว่จ้องมองหลี่เสวียนเทียนที่มีท่าทางสงสัย ด้วยแววตาที่จริงใจ

หลี่เสวียนเทียนใคร่ครวญอยู่สักพัก พร้อมกับเหลือบมองผู๋ป่อเยว่ จากนั้นก็ได้นำเศษชิ้นส่วนของคันฉ่องหลิงเสวียนยื่นให้

“เกรงว่าคงทำให้ท่านผิดหวังแล้ว คันฉ่องหลิงเสวียนของข้าถูกทำลายไปแล้ว นี่เป็นเศษชิ้นส่วนที่เหลืออยู่”

หลี่เสวียนเทียนถอนหายใจยาวออกมา พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลง “หากเจ้าต้องการก็นำเศษชิ้นส่วนนี่กลับไปก็แล้วกัน”

ผู๋ป่อเยว่กะพริบตาปริบ ๆ ขณะรับเศษชิ้นส่วนสุดท้ายของคันฉ่องหลิงเสวียนมา

“น้องเสวียนเทียน บอกพี่ได้หรือไม่ ผู้ใดกันที่เป็นคนทำลายคันฉ่องหลิงเสวียนของเจ้าเช่นนี้ ? ”

ผู๋ป่อเยว่แสร้งเอ่ยอย่างตื่นตระหนก “เท่าที่ข้ารู้คันฉ่องหลิงเสวียนของเจ้าโดดเด่นที่สุดในบรรดาสมบัติเซียนขั้นสูง”

“ข้ามิอาจบอกได้ ! ”

หลี่เสวียนเทียนปรายตามองผู๋ป่อเยว่ ก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าไปเถอะ ข้าคิดถึงจิ่งจิ่ง[1] ”

“จิ่งจิ่ง ? ”

ผู๋ป่อเยว่จึงเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย “น้องเสวียนเทียน จิ่งจิ่ง……ผู้นี้เป็นเทพธิดาท่านใดกันงั้นหรือ ? ”

หลี่เสวียนเทียนพลันมีท่าทีเดือดดาลขึ้นมา ก่อนจะคำรามเสียงต่ำว่า “ไสหัวไปซะ ! ”

[1] จิ่งจิ่ง เป็นการเล่นคำที่มีหลายความหมายในภาษาจีน โดยประโยคนี้จะสามารถแปลได้สองความหมายนั่นก็คือ ข้าอยากอยู่เงียบ ๆ หรือหมายถึงหญิงสาว ดั่งที่ผู๋ป่อเยว่เข้าใจ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน