ตอนที่ 565 บรรลุต่อเนื่อง
เย่ฉางชิงค่อย ๆ วางหมากสีดำลงไป
ทันใดนั้น พลังมหาศาลก็พวยพุ่งขึ้นมา และแผ่ออกไปทั่วสารทิศภายในพริบตา
ขณะเดียวกัน ด้านหลังของเขาก็ปรากฏวงล้อสีดำขนาดใหญ่วงหนึ่ง และแผ่ไอพลังอันพิสดารออกมา ราวกับสามารถแช่แข็งจิตวิญญาณของคนได้ก็มิปาน
หลังจากวางหมากดำลงไปแล้ว เย่ฉางชิงก็ใช้สองนิ้วคีบหมากขาวขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะวางลงในตำแหน่งที่สอดคล้องกัน
ทันใดนั้น ก็มีพลังมหาศาลอีกกลุ่มหนึ่งพลุ่งพล่านออกมา
อีกทั้งวงล้อสีดำด้านหลังของเขาก็เกิดเปลี่ยนแปลงไป โดยวงล้อครึ่งหนึ่งได้กลายสีขาวอันบริสุทธิ์
ราวกับจุดสมดุลของหยินหยาง แต่พลังทั้งดำและขาวก็ยังคงยังปะทะกันอย่างต่อเนื่อง
แม้เย่ฉางชิงจะมิได้เอ่ยวาจาโอ้อวดตนเอง ทว่าผู้ที่อยู่ ณ ที่นั้นต่างก็มีสีหน้าตื่นตระหนก ท่าทางเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
หากพวกนางอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างสองสิ่งนี้ เกรงว่าคงจะกลายเป็นผุยผงภายในพริบตา
เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ
ภาพอันน่าอัศจรรย์พันลึกก็ปรากฏเกิดขึ้น
บนวงล้อประหลาดที่แบ่งครึ่งด้วยสีขาวและสีดำ ได้มีปลาสีขาวและสีดำปรากฏขึ้นมาข้างละหนึ่งตัว
ทว่าปลาสีดำกลับอยู่ในส่วนสีขาวของวงล้อ ส่วนปลาสีขาวกลับอยู่ในส่วนสีดำของวงล้อแทน
เมื่อปลาสีขาวและสีดำปรากฏ พลังขาวดำของวงล้อประหลาดก็หยุดการปะทะลง
จากนั้นก็เริ่มหมุนช้า ๆ ราวกับว่าอยู่ในจุดที่สมดุลบางอย่างแล้ว
มิเพียงเท่านั้น หลังจากเกิดความสมดุลอันลึกลับขึ้น ไอพลังมหามรรคาอันบริสุทธิ์ยิ่งและมีจำนวนมหาศาลกลุ่มหนึ่งก็พลุ่งพล่านออกมา ก่อนจะปกคลุมเรือวิเศษทั้งลำเอาไว้ภายในพริบตา
‘นี่มัน ? ? ? ’
‘นี่มัน ! ! ! ’
อวิ๋นจงเอี้ยนและหนิงซู่ซู่ต่างมีท่าทางตื่นตระหนกจนถึงขีดสุด
เมื่อเวลานี้ทั้งสองคนราวกับสตรีผู้โชคดีที่ได้รับความเมตตาจากสวรรค์ รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่ามีมหามรรคาอยู่รอบกาย
จนเวลาผ่านไปประหนึ่งเคอ
ทั้งสองก็สบตากันเล็กน้อย เหมือนกับมีการตกลงปลงใจบางอย่างพร้อมกัน
จากนั้นพวกนางก็ได้นั่งขัดสมาธิลงกับพื้น และเริ่มตั้งใจรู้แจ้งในทันที
ถูกต้อง !
พวกนางสองคนตัดสินใจละทิ้งวิถีที่ตนเองบำเพ็ญเพียรก่อนหน้านี้ และเปลี่ยนมาบำเพ็ญเพียรสุดยอดมหามรรคาแทน
มินานรอบกายของพวกนางก็เปล่งประกายขึ้น หมอกแสงลอยอบอวล ด้านหลังปรากฏภาพไท่จี๋สองภาพที่ดูมิต่างกันเท่าไรนัก
ตอนนั้นเอง เย่ฉางชิงที่กำลังพิจารณากลหมากบนกระดาน บนใบหน้าอันหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
บัดนี้มิว่าจะเป็นหมากดำหรือว่าหมากขาว
หลังจากที่เขาวางหมากทั้งสองตัวลงไป หมากบนกระดานก็กลับมาเป็นหมากอีกครั้ง
หมากขาวและหมากดำอย่างละหนึ่งตัวดูเหมือนจะมิส่งผลอันใดมากมายนัก ทว่าความจริงแล้วกลับเกี่ยวพันถึงการแพ้ชนะของทั้งสองฝ่าย
ดังนั้นจึงกลายเป็นกลหมากที่เกิดความสมดุลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“กลหมากนี้เรียกได้ว่าสั่นสะเทือนไปทั่วปฐพีเลยก็ว่าได้ ทั่วทั้งโลกบำเพ็ญเพียรเกรงว่าคงยากจะมีผู้ใดเทียบเคียงได้กระมัง ? ”
เย่ฉางชิงวิพากษ์วิจารณ์กลหมากของตนเองไปพลาง ก่อนจะดึงสมาธิกลับมา ทว่าเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองอวิ๋นหัวฉางที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกผิดสังเกต ก็คือ อวิ๋นหัวฉางกลับมีท่าทางนิ่งงัน สายตาจ้องเขม็งไปบนกระดาน และมิมีการกะพริบตาแม้แต่น้อย
‘นี่มันเรื่องอันใดกัน ? ’
‘ดูแปลก ๆ เยี่ยงไรชอบกล ! ’
‘หรือจะเป็นเหมือนกับที่โลกบำเพ็ญเพียรชอบเรียกกันว่าละสังขารเยี่ยงนั้นหรือ’
‘หรือกลหมากนี้ซับซ้อนเกินไป ทำให้เขาใช้พลังไปจนหมดถึงขั้นดับสูญเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘มิใช่ ! ’
‘เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ’
‘จริงสิ ! ’
‘อาจเป็นเพราะกลหมากนี้ซับซ้อนเกินไป เขาจึงเลือกใช้เคล็ดวิชาบางอย่างสามารถถอดวิญญาณออกจากร่าง เพื่อไปขอคำแนะนำจากยอดฝีมือวิถีหมากตัวจริงท่านใดท่านหนึ่งอยู่’
‘อืม ! ’
‘คงจะเป็นเช่นนั้นกระมัง ! ’
‘เช่นนั้นก็ดีเลย’
‘นับตั้งแต่มายังสวรรค์บูรพาก็มัวแต่มุ่งมั่นบำเพ็ญเพียร จนละเลยการฝึกฝน พิณ หมาก อักษรพู่กัน และวาดภาพไปเสียสนิท’
‘หากเขาสามารถพายอดฝีมือวิถีหมากมาได้จริง ๆ และประลองกับข้าได้’

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน