ตอนที่ 577 คนผู้นี้น่ากลัวเพียงนั้นเชียวหรือ ?
ตู้ม !
ตู้ม !
ตู้ม !
เพียงชั่วประกายไฟแลบ
อวิ๋นชิงเฟิงก็ใช้ทวนอัคคีที่กลั่นจากวิถีพิฆาตที่เขารู้แจ้งในการปะทะเข้ากับแสงสีทองสายแรก
วินาทีต่อมา เสียงอันน่ากลัวก็ดังสนั่นหวั่นไหวกึกก้องไปทั่วบริเวณ
คลื่นพลังอันรุนแรงคลื่นแล้วคลื่นเล่า ตัดทุกสิ่งโดยรอบได้อย่างง่ายดาย
แค่คิดก็รู้แล้วว่าภาพอันพิสดารเช่นนี้ น่าอกสั่นขวัญแขวนมากเพียงใด!
ทว่ามิกี่อึดใจต่อมาภาพที่น่าเหลือเชื่อภาพหนึ่งก็เกิดขึ้น
เมื่อทวนอัคคีที่อวิ๋นชิงเฟิงใช้จิตแท้ของหลักเต๋ากลั่นขึ้นมานั้น กลับสามารถทำลายกิ่งหลิวสีทองที่พุ่งเข้ามา จนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้อย่างง่ายดาย
เพียงพริบตา ทวนอัคคีที่ห่อหุ้มด้วยพลังอันแข็งแกร่งก็พุ่งไปข้างหน้าอีกครั้ง
อวิ๋นชิงเฟิงหัวเราะเยาะออกมา พลางเอ่ยด้วยสีหน้าดูแคลนว่า “เด็กน้อย ดูท่าก่อนหน้านี้ข้าจะประเมินความเก่งกาจของเจ้าสูงเกินไป ที่แท้เจ้าก็มีดีเพียงเท่านี้เองหรอกหรือ”
สิ้นเสียงใบหน้าของเทพหลิวที่มีไอหมอกบดบัง และยังคงยืนอยู่กลางอากาศอย่างมิไหวติงเช่นเดิม
“นายท่านเคยกล่าวเอาไว้ว่า ขอเพียงมีความมุ่งมั่น มิว่าสิ่งใดก็จะสำเร็จ”
แม้น้ำเสียงของเทพหลิวจะเย็นชา ทว่าราวกับเสียงแห่งมหามรรคาก็มิปาน พลางเอ่ยอย่างช้า ๆ ว่า “บัดนี้แม้ข้าจะมีตบะบารมีเพียงระดับเซียน แต่ความรู้แจ้งในวิถีของตนนั้นกลับเหนือกว่าเจ้า”
“วิถีแห่งชีวิต มีดับสูญ มีคงอยู่ และกิ่งหลิวเหล่านี้ของข้าก็เกิดขึ้นมาจากวิถีแห่งชีวิตที่เป็นอมตะ และในเมื่อเป็นอมตะแล้วจะถูกทำลายล้างได้เยี่ยงไร ? ”
อวิ๋นชิงเฟิงแสยะยิ้มออกมาอย่างมิแยแส พลางเอ่ยเสียงเย็นว่า “เด็กน้อย เจ้านี่ช่างคุยโวโอ้อวดซะเหลือเกินนะ”
“ข้ายอมรับว่าเจ้านับว่าเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งจริง ๆ แต่ตอนนี้ดูท่าความแตกต่างระหว่างข้ากับเจ้า……”
อวิ๋นชิงเฟิงมองทวนอัคคีที่ทำลายกิ่งหลิวสีทองอย่างต่อเนื่องไป พลางเอ่ยเยาะเย้ยเสียงเย็น
ทว่าในวินาทีต่อมาเสียงของเขาก็พลันเงียบลง ดวงตาลุ่มลึกคู่นั้นแทบจะถลนออกมาจากเบ้า ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างมาก
เพราะระหว่างที่ทวนอัคคีพุ่งไปด้านหน้า ความว่างเปล่าด้านหลังก็พลันสั่นสะเทือนขึ้นมา
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !
ทันใดนั้น ก็มีแสงสีทองระยิบระยับเปล่งออกมา
จากนั้นก็มีกิ่งหลิวสีทองนับมิถ้วนปรากฏขึ้น ก่อนจะรัดรึงทวนอัคคีเอาไว้ด้วยพลังทำลายล้างอันรุนแรง
ส่วนทวนอัคคีนั้นเกิดจากจิตแท้ของวิถีทำลายล้าง และใช้พลังปราณมหาศาลกลั่นขึ้นมา
แม้ว่าในวินาทีที่กิ่งหลิวเข้าใกล้ตัวทวน จะถูกไอพลังอันน่ากลัวของวิถีทำลายล้าง ทำลายลงแทบจะในพริบตา ทว่ากิ่งหลิวเหล่านี้กลับพิสดารเกินไป
ขอเพียงแค่กิ่งหลิวกิ่งหนึ่งถูกทำลาย เพียงพริบตาเมื่อฝนดาวตกสีทองโปรยปรายลงมา ก็จะกำเนิดเป็นกิ่งหลิวจำนวนมากขึ้น และพุ่งไปกลางอากาศภายในพริบตา
อีกทั้งเห็นได้ชัดว่ากิ่งหลิวที่เกิดใหม่กลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และทำให้ไอพลังของวิถีทำลายล้างเริ่มอ่อนแรงลง
สุดท้ายขณะที่ทวนอัคคีอยู่ห่างจากเทพหลิวมิไกลนัก
และบัดนี้ทวนอัคคีก็มีกิ่งหลิวสีทองมากมายรัดดึงและห่อหุ้มอยู่ ทำให้มิสามารถขยับได้แม้แต่น้อย
มิเพียงเท่านั้น ไอพลังวิถีทำลายล้างอันรุนแรงก็ได้ถูกไอพลังชีวิตอันแข็งแกร่งหลอมละลาย และในที่สุดก็มลายหายไปจนสิ้น
ตอนนั้นเอง ดวงตาของอวิ๋นชิงเฟิงพลันเบิกโพลงและอ้าปากค้าง สายตาจ้องเขม็งไปที่ภาพตรงหน้า
ต้องบอกว่าวินาทีนี้ทวนอัคคีมิได้อยู่ในการควบคุมของเขาอีกแล้ว
เข้าเพิ่งจะสัมผัสได้อย่างลึกซึ้งถึงคำว่าอมตะที่เทพหลิวเอ่ยออกมานั้น แท้จริงแล้วเป็นพลังที่น่ากลัวเพียงใด
ความดีนั้นคงทนเป็นอมตะ ราวกับหญ้าที่ถูกเพลิงเผาไหม้ ก็จะเกิดใหม่อีกครั้งและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
จนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูป อวิ๋นชิงเฟิงก็มีสีหน้าซีดเซียว ดวงตาไหววูบ ท่าทางเต็มไปด้วยความสับสน มิมีกะจิตกะใจที่จะต่อสู้อีก
“เด็กน้อย ข้า……แพ้เจ้าแล้ว”
“นับตั้งแต่ข้าบำเพ็ญเพียรมาจนถึงบัดนี้ ยังมิมีผู้ใดกล้าเอ่ยวาจาอวดดีว่าจะทำลายเผ่าสวรรค์ของข้ามาก่อน”
อวิ๋นซิงหงสะกดไฟโมโหภายในใจเอาไว้มิไหวอีกต่อไป และหอบหายใจพร้อมทั้งเอ่ยออกมาเสียงเข้มว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นข้าจะดูสิว่า เจ้ามีดีสักเท่าไหร่กันถึงได้จองหองถึงเพียงนี้ ! ”
เอ่ยเพียงเท่านั้น
ย๊าก !
อวิ๋นซิงหงแหงนหน้าคำรามขึ้นฟ้า พลังปราณรอบกายพลันพลุ่งพล่าน ไอพลังมหามรรคาแผ่ออกมา
ทว่าขณะที่เขาเตรียมจะสำแดงเคล็ดสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเองออกมานั้น จู่ ๆ ก็มีนิ้วอันเรียวยาวนิ้วหนึ่งกดลงบนหว่างคิ้วของเขาในทันที
“อวิ๋นซิงหง เจ้าอย่าได้วู่วาม”
อวิ๋นจงเอี้ยนมองตรงไป พลางส่งกระแสจิตออกไปว่า “ความแตกฉานบนหลักเต๋าของสตรีลึกลับนางนี้ เหนือกว่าข้าและเจ้า”
“แม้จะมิรู้ว่าคนผู้นี้แท้จริงแล้วมีโอกาสและวาสนาเช่นไรกัน แต่ที่มั่นใจได้ก็คือตบะบารมีของนางยังอยู่เพียงระดับเซียนเท่านั้น”
“หากดึงดันสู้กับนางต่อให้เจ้าและข้าร่วมมือกัน ก็มีผลลัพธ์เพียงสองอย่างเท่านั้น หากจิตเต๋ามิแตกสลายจนธาตุไฟเข้าแทรกเหมือนอวิ๋นชิงเฟิง นางก็คงจะสังหารพวกเราเสีย”
สูด !
โทสะในใจของอวิ๋นซิงหงพลันมลายหายไปทันที ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่
“จงเอี้ยน หรือว่าเผ่าสวรรค์ของเรา เผ่าโบราณอันดับหนึ่งของสวรรค์บูรพา ต้องยอมทนให้ผู้อื่นมาเหยียบย่ำเช่นนี้งั้นหรือ ? ”
อวิ๋นซิงหงเอ่ยถามด้วยความมิพอใจ
“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเรามีเพียงสองทางเลือกเท่านั้น”
อวิ๋นจงเอี้ยนนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยขึ้นว่า “ทางเลือกแรก เปิดค่ายกลโบราณที่ท่านบรรพบุรุษเผ่าสวรรค์ของเราทิ้งเอาไว้ทั้งหมดขึ้นมาเพื่อสู้กับนาง”
“ทางเลือกที่สอง นั่นก็คือไปขอร้องท่านเย่ให้ยื่นมือเข้ามาช่วย ผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้มีเพียงท่านเย่เท่านั้นที่จะสามารถจัดการนางได้”
อวิ๋นซิงหงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย พลางเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย
“คนผู้นี้น่ากลัวเพียงนั้นเชียวหรือ ? ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน