ตอนที่ 576 วิถีพิฆาต ทวนอัคคี
เมื่อเห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวและพลานุภาพที่ต้นหลิวประหลาดต้นนั้นแผ่ออกมา
แม้กระทั่งสุนัขดำที่หน้าด้านไร้ยางอายก็ยังตั้งท่าพร้อมสู้ตาย
ทันใดนั้นเหล่าผู้แข็งแกร่งของเผ่าสวรรค์ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป ก่อนจะหันไปสบตากัน
‘นี่มัน ? ? ? ’
‘นี่มัน ! ! ! ’
‘นี่มันเรื่องอันใดกัน ! ’
‘เหตุใดจู่ ๆ พวกเขาทั้งสองถึงตั้งท่าทางพร้อมสู้ตายเช่นนี้’
‘พวกเรายังมิทันทำอันใดเลยนะ’
‘หรือเป็นเพราะพวกเราสองคนเอ่ยอันใดผิดไป ? ’
‘เป็นไปมิได้ ! ’
‘เมื่อครู่เพิ่งจะเริ่มเอ่ยท้าทายกันเท่านั้น ทุกคนยังมิทันทำสิ่งใดเลย’
‘แต่สตรีลึกลับนางนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก’
‘แม้ว่าไอพลังวิถีเซียนจะอยู่ในระดับเซียนเท่านั้น แต่เหตุใดบนกายของนางจึงแผ่พลานุภาพอันน่าสะพรึงกลัว และจิตแท้ของมหามรรคาจำนวนมหาศาลเช่นนี้ออกมาได้ ? ’
‘นี่คือตบะบารมีระดับเซียนจริงหรือ ? ’
‘ตบะมีระดับเซียนเหมือนกัน แต่พวกเราช่างอ่อนด้อยยิ่งนัก ! ’
‘จริงสิ ! ’
‘นึกออกแล้ว ! ’
‘เมื่อครู่ท่านบรรพบุรุษเอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง ว่าคนที่พวกเขาตามหาเป็นคนน่ารังเกียจอันใดนั่น ! ’
คิดถึงตรงนี้ ทุกคนต่างก็หันไปมองบรรพบุรุษเผ่าสวรรค์ท่านนั้น ที่เวลานี้กลับมีสีหน้าตื่นตระหนก ท่าทางเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อเช่นกัน
เพราะบรรพบุรุษเผ่าสวรรค์ท่านนี้ เป็นผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานที่สะกดตบะบารมีของตนเองมาหลายแสนปี
อีกทั้งเขายังรู้แจ้งในวิถีของตนถึงระดับสูงสุดแล้ว
ทว่าบัดนี้เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงไอพลังมหามรรคาที่แผ่ออกมาจากกายของเทพหลิว จึงได้แต่ลอบทอดถอนใจออกมาอย่างอดมิได้
‘เจ้าเด็กคนนี้มีตบะบารมีเพียงระดับเซียนแท้ ๆ แต่เหตุไฉนถึงสามารถรู้แจ้งในวิถีของตนถึงระดับสูงส่งเช่นนี้ได้’
‘น่าเหลือเชื่อ ! ’
‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’
‘อีกทั้งหลังจากระดับเทวาขึ้นไปแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรล้วนใช้การรู้แจ้งในวิถีของตนในการต่อสู้กัน’
‘ดังนั้นหากสู้กันขึ้นมาจริง ๆ ข้าคงมิอาจเอาชนะได้เลย’
‘ในทางกลับกัน การที่นางจะเอาชนะข้าก็มิใช่เรื่องง่ายเช่นกัน แต่หากนางพุ่งเป้าไปที่คนอื่น ๆ ข้าจะขวางนางได้เยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘อีกอย่างผู้ใดกันที่ไปเอ่ยมิคิด ไปล่วงเกินคนประหลาดเช่นนี้เข้า’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก บรรพบุรุษเผ่าสวรรค์ท่านนี้ก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอ พลางเอ่ยอย่างประนีประนอมว่า “เด็กน้อย ความโกลาหลอันดำมืดได้เริ่มขึ้นแล้ว ผ่านไปอีกชั่วระยะเวลาหนึ่งข้าจะปลดผนึกบนกายออก เพื่อตามหาโอกาสขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณที่เส้นทางโบราณ”
“ดังนั้นพวกเจ้าไปซะเถอะ ข้ามิอยากสู้ในศึกที่ต้องบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่”
แม้ว่าเทพหลิวจะยังมิได้เอ่ยสิ่งใด ทว่าราชันทมิฬที่ดวงตาเป็นประกายสีแดงก่ำ กลับอดทนมิไหวอีกต่อไป
“ตาแก่ เจ้าอย่าได้เอ่ยมากความ”
ราชันทมิฬคำรามเสียงดังใส่บรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ท่านนั้น “กล้าเอ่ยวาจาจาบจ้วงนายท่าน หากเจ้าฆ่าตัวตายตรงนี้ ข้าและพี่ต้นไม้จะยอมปล่อยเผ่าสวรรค์ของพวกเจ้าไป”
“มิเช่นนั้นวันนี้จะเป็นวันตายของเผ่าสวรรค์ของพวกเจ้า”
ได้ยินดังนั้น บรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ท่านนั้น พลันหนังตากระตุกขึ้นมาทันที มุมปากกระตุกยิ้มเย็นออกมา
“ดูเหมือนว่าเรื่องในวันนี้คงจะมิสามารถจบลงได้ด้วยดีอีกแล้ว”
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ ผู้แข็งแกร่งคนอื่น ๆ ของเผ่าสวรรค์ก็มิกล้าชักช้าใด ๆ อีก รีบกระตุ้นพลังวิญญาณภายในกายอย่างบ้าคลั่ง และสำแดงเคล็ดวิชาต่าง ๆ เพื่อหนีเอาตัวรอดทันที
ท้องฟ้าปลอดโปร่งเช่นนี้ ทว่าท่านบรรพบุรุษยังปล่อยเคล็ดสังหารอย่างทวนอัคคีออกมา
นี่ก็หมายความว่าท่านบรรพบุรุษคงต้องการจะสู้ตายจริง ๆ สินะ
“ท่านบรรพบุรุษ ในเมื่อเป็นเช่นนี้พวกเราขอตัวก่อนนะขอรับ”
ทันทีที่สิ้นเสียง เหล่าผู้แข็งแกร่งของเผ่าสวรรค์ต่างก็แปลงร่างเป็นเงาและหนีเอาตัวรอดไปทันที
เห็นดังนั้น ราชันทมิฬก็เงยหน้าขึ้นคำรามเสียงดังลั่น ก่อนจะหันไปเอ่ยด้วยท่าทางจริงจังว่า “พี่ต้นไม้ ตาแก่นี้ยกให้ท่านจัดการก็แล้วกันนะขอรับ”
“วันนี้ต่อให้ข้าต้องสู้จนตัวตาย ก็จะต้องให้โลกบำเพ็ญเพียรใบนี้รู้ว่าผู้ที่กล้าเหยียดหยามนายท่าน จะต้องตายโดยไร้ดินกลบหน้า”
ครั้งนี้ราชันทมิฬรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก จนระเบิดจิตสังหารขึ้นมาจริง ๆ
แม้เขาจะเป็นคนมิเอาไหน หน้าด้านไร้ยางอาย แต่ภายในใจของเขานายท่านถือเป็นสิ่งที่มิอาจล่วงเกินได้โดยเด็ดขาด
กล่าวอีกนัยก็คือ เย่ฉางชิงคือสิ่งที่เขาเทิดทูนและผู้ใดจะแตะต้องมิได้
มิว่าจะเป็นโลกเบื้องล่าง หรือว่าบนสวรรค์บูรพาแห่งนี้
คนบนโลกจะวิพากษ์วิจารณ์เขาเช่นไรก็ได้ แต่หากกล้าวิพากษ์วิจารณ์นายท่านแล้วล่ะก็ ต่อให้เขาจะต้องตายก็ต้องทวงชื่อเสียงของนายท่านคืนมาให้ได้
เพียงพริบตา กายของราชันทมิฬที่มีภาพราชันทมิฬห่อหุ้มอยู่ก็กลายร่างเป็นลำแสงสีดำ ไล่ตามเหล่าผู้แข็งแกร่งของเผ่าสวรรค์ไปทันที
ขณะเดียวกัน เทพหลิวก็เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ว่า “ราชันทมิฬ หากเจ้าเป็นอันใดไป ข้าจะกวาดล้างเผ่าสวรรค์แห่งนี้แก้แค้นให้เจ้าเอง”
เอ่ยเพียงเท่านั้น เทพหลิวก็ค่อย ๆ ยกแขนอันเสลาข้างหนึ่งขึ้นมา
“วิถีแห่งชีวิต อมตะ ! ”
เทพหลิวค่อย ๆ เอ่ยประโยคที่ทรงอำนาจออกมา
ทันใดนั้น ต้นหลิวประหลาดด้านหลังของนางก็เริ่มสั่นน้อย ๆ เมื่อฝนดาวตกร่วงหล่นเต็มท้องฟ้า กิ่งหลิวสีทองนับมิถ้วนก็พุ่งเข้าใส่อวิ๋นชิงเฟิงอย่างไร้ความปรานี……

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน