ตอนที่ 575 สิ่งต้องห้าม
เพียงพริบตา
ชั่วระยะเวลามิถึงหนึ่งเคอ
ไอพลังชีวิตของผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนจากสำนักเซียนใหญ่ต่าง ๆ กลับเหือดแห้งไปจนหมด จิตวิญญาณแตกสลายก่อนจะดับสูญไป
ในระหว่างนั้นพวกเขาต่างก็พยายามดิ้นรนหลายต่อหลายครั้ง
ทว่าจนปัญญา อิทธิฤทธิ์นี้ของเทพหลิวช่างพิสดารยิ่งนัก เพียงพวกเขาก้าวเข้าไปภายในรัศมีร้อยจั้ง พลังวิญญาณภายในกายก็ถูกสะกดไว้จนสิ้น
มิว่าพวกเขาโคจรพลังวิญญาณอย่างสุดชีวิต หรือนำสมบัติเซียนต่าง ๆ ออกมาใช้ก็ล้วนเปล่าประโยชน์
กลับกันเพียงแค่โคจรพลังวิญญาณ ไอพลังชีวิตและจิตวิญญาณกลับเหือดแห้งเร็วขึ้น
ประหลาด !
ทั้งหมดนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก !
แม้แต่ราชันทมิฬที่มีภาพราชันทมิฬติดกาย เมื่อเห็นภาพอันน่าสยดสยองเช่นนี้ ยังอดมิได้ที่จะตัวชาวาบและหนังตากระตุกขึ้นมา
‘นี่คือพลังของพี่ต้นไม้เยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘แม้จะมีตบะบารมีเพียงระดับเซียน ทว่าผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นเมื่อตกอยู่ในเงื้อมมือของนางกลับมิต่างอันใดจากมดปลวก’
ผ่านไปมิกี่อึดใจ
หลังจากเหล่าผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนกลายเป็นเถ้าถ่านและสลายไปจากโลกนี้แล้ว
ราชันทมิฬจึงถอนสายตากลับมา ก่อนจะปาดเหงื่อกาฬเย็นยะเยือกที่ผุดขึ้นมา พลางเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มประจบว่า “พี่ต้นไม้ ตอนนี้ท่านมีตบะบารมีเพียงระดับเซียนจริงหรือขอรับ ? ”
เทพหลิวจึงตอบกลับไปตรง ๆ ว่า “หลังจากขึ้นมาถึงระดับเทวาแล้ว ความแตกต่างของพลังจะขึ้นอยู่กับความรู้แจ้งในวิถีของตนเอง และด้วยความเมตตาจากนายท่าน จึงทำให้ความรู้แจ้งในวิถีชีวิตของข้าลึกซึ้งยิ่ง”
“ทว่าความแตกต่างของตบะบารมีก็มิอาจดูถูกได้ ถึงแม้ความรู้แจ้งในวิถีชีวิตของข้าจะอยู่ในระดับสูงสุดแล้ว แต่ด้วยตบะบารมีทำให้ขอบเขตในการสำแดงพลังวิถีแห่งชีวิตของข้าถูกจำกัดไว้แค่ในรัศมีร้อยจั้งเท่านั้น”
“เอ่ยให้เข้าใจง่าย ก็คือ หากเข่นฆ่ากับคนระดับเดียวกัน ภายในรัศมีร้อยจั้ง ข้านับว่าเป็นผู้ไร้พ่าย ต่อให้ผู้แข็งแกร่งระดับเซียนมีจำนวนมากกว่านี้ ก็มิต่างอันใดกับมดปลวกอยู่ดี”
ราชันทมิฬหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา “พี่ต้นไม้ แม้ข้าจะบำเพ็ญเพียรและอาศัยการรู้แจ้งจากภาพราชันทมิฬ แต่บัดนี้ตบะบารมีกลับอยู่แค่ระดับเทวาขั้นต้นเท่านั้น”
“คำกล่าวที่ท่านเอ่ยมาช่างลึกซึ้งยิ่งนัก จนข้าจินตนาการมิออกเลยขอรับ”
เทพหลิวพยักหน้ารับรู้ จากนั้นจึงเอ่ยว่า “พาข้าไปหานายท่านเถอะ”
ราชันทมิฬขยับร่างกายอันใหญ่โตของตนเอง จากนั้นก็หมอบลง
“พี่ต้นไม้ ขึ้นมาขี่บนร่างของข้าเถอะ เพราะข้าจะใช้ภาพราชันทมิฬพาพวกเราไปหานายท่านที่เผ่าสวรรค์ได้เร็วขึ้น”
ราชันทมิฬแลบลิ้นสีแดงสดออกมา พลางเอ่ยอย่างมั่นใจ
เทพหลิวจึงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบว่า “มิต้องหรอก เจ้านำภาพราชันทมิฬออกมาใช้เองเถอะ ข้าสามารถตามเจ้าทัน”
ราชันทมิฬส่งยิ้มให้ ก่อนจะรีบนำภาพราชันทมิฬออกมาโดยมิกล่าวพร่ำทำเพลงใด ๆ อีก จากนั้นจึงแปลงกายเป็นแสงสีดำสายหนึ่ง และเหาะออกมาอย่างรวดเร็ว
เห็นดังนั้นเทพหลิวก็ก้าวออกไป ความว่างเปล่ารอบกายพลันเลือนลางขึ้นมาภายในพริบตา
วินาทีต่อมา นางก็ได้ปรากฏกายขึ้นบนท้องฟ้าที่ไกลออกไปหลายพันลี้แล้ว
มิกี่ชั่วยามต่อมา
เทพหลิวและราชันทมิฬก็ได้มาถึงแคว้นเทียนหยง อันเป็นที่ตั้งของเผ่าสวรรค์
เวลาผ่านไปอีกประมาณครึ่งชั่วยาม
ทั้งคู่ก็ได้ปรากฏกายขึ้นที่ชายแดนด้านนอกของเผ่าสวรรค์แล้ว
ในตอนนั้นเองบรรพบุรุษท่านหนึ่งของเผ่าสวรรค์ และผู้แข็งแกร่งระดับเซียนอีกหลายท่าน ก็ได้ขวางทางของเทพหลิวและราชันทมิฬเอาไว้
โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเห็นราชันทมิฬที่มีรูปร่างใหญ่โตราวกับพยัคฆ์ สวมกางเกงลายดอกและคลานสี่ขาอยู่นั้น
“ภายในเผ่าสวรรค์ของข้า จะมีคนที่เจ้าตามหาได้เยี่ยงไรกัน ? ”
ผู้แข็งแกร่งระดับเซียนผู้หนึ่งปรายตามองเทพหลิวที่ยืนอยู่ข้างกายราชันทมิฬเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเยาะเสียงเย็นออกมา “ราชันทมิฬ เจ้าคงมิได้จะอาศัยคนผู้นี้เดินวางก้ามเข้าไปในสุสาน เพื่อเหยียดหยามเผ่าของข้าหรอกกระมัง ? ”
“เอ่ยมากความทำไมกัน ลงมือกันเลย”
ทันใดนั้น พลังอันน่ากลัวก็พุ่งขึ้นฟ้าอย่างต่อเนื่อง ไอสังหารแผ่ออกมา พลังปราณมหาศาลสั่นสะเทือน ทำให้บริเวณนี้ราวกับจะพังทลายลงมาก็มิปาน ความว่างเปล่าเกิดรอยแตกร้าวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทว่าในที่สุดเทพหลิวก็ได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจว่า
“ทุกท่าน ข้าและราชันทมิฬมาครั้งนี้ก็เพื่อตามหาคนผู้หนึ่งจริง ๆ ”
บนกายของเทพหลิวมิมีพลังปราณใด ๆ แม้แต่น้อย ขณะเอ่ยด้วยเสียงอันเย็นชาว่า “หากพวกเจ้าจะประมือให้ได้จริง ๆ ข้ามิรับประกันว่าพวกเจ้าจะสามารถมีชีวิตรอดไปได้อีกหรือไม่”
สิ้นเสียง
“เด็กน้อย เจ้าอวดดีเกินไปแล้ว”
บรรพจารย์เผ่าสวรรค์ที่ทั้งร่างอบอวลไปด้วยไอมรณะผู้หนึ่งและนิ่งเงียบอยู่นานก็หัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มว่า “พวกเจ้ามาหาคนงั้นหรือ เช่นนั้นข้าจะบอกให้”
“เผ่าสวรรค์ของข้ามิมีคนน่ารังเกียจที่พวกเจ้าตามหา แต่หากพวกเจ้าอยากตายข้าจะทำให้พวกเจ้าสมปรารถนาเอง……”
ทว่าบรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ท่านนี้ยังเอ่ยมิทันจบ ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ท่าทางเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงสิ่งต้องห้ามบางอย่างเข้า
มิว่าจะเป็นสตรีลึกลับที่ด้านหน้าปกคลุมด้วยไอหมอกผู้นี้ หรือว่าสุนัขดำที่หน้าด้านไร้ยางอาย จู่ ๆ ก็เปลี่ยนไป
เมื่อความว่างเปล่าด้านหลังของสตรีลึกลับเกิดสั่นสะเทือนขึ้น จิตแท้ของมหามรรคาจำนวนมหาศาลแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ต้นหลิวขนาดใหญ่ที่เขียวชอุ่ม แต่กลับมีแสงสีทองส่องลงมาต้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ และแผ่พลานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
ส่วนสุนัขดำตัวใหญ่นั้น พลันหรี่ตาลง และมีประกายสีแดงอันน่าสะพรึงกลัวเปล่งออกมา ด้านหลังมีภาพราชันทมิฬภาพนั้นลอยอยู่ เงาดำอันน่ากลัวที่แทบจะบดบังท้องฟ้าเอาไว้ปรากฏขึ้นกลางอากาศ……

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน