ตอนที่ 581 ควรจะจบลงที่เจ้า
ทำอันใดเอาไว้กันแน่ ?
บอกตามตรง จนถึงตอนนี้อวิ๋นชิงเฟิงเองก็รู้สึกงุนงงเช่นกัน เขาเองก็มิรู้ว่าตนนั้นไปล่วงเกินอันใดสตรีลึกลับนางนี้เข้า ?
ก่อนหน้านี้ เนื่องจากกังวลว่าราชันทมิฬจะหนีไปอีก พวกเขาจึงตัดสินใจรวมกลุ่มกันล้อมเอาไว้
แต่สุดท้ายแค่เอ่ยท้าทายออกไป สตรีลึกลับนางนี้ก็มีท่าทีพร้อมจะสู้ตายขึ้นมาทันทีทันใด
มิหนำซ้ำสุนัขไร้ยางอายอย่างราชันทมิฬ เรียกว่าเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่มันมิคิดจะหนี อีกทั้งยังต้องการสู้ตายไปข้าง……
คิดถึงตรงนี้ ดวงตาของอวิ๋นชิงเฟิงพลันเป็นประกายขึ้นมา ราวกับว่าในที่สุดก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
‘ใช่แล้ว ! ’
‘ข้าจำได้แล้ว’
‘ก่อนหน้านี้ข้าแค่เอ่ยออกไปประโยคหนึ่งว่า นายท่านของพวกเขาเป็นคนน่ารังเกียจอันใดนั่น สตรีลึกลับนางนี้และราชันทมิฬก็โมโหขึ้นมาทันที’
คิดได้ดังนั้น อวิ๋นชิงเฟิงก็เหลือบมองเทพหลิวด้วยความหวาดหวั่น จากนั้นก็ส่งกระแสจิตไปให้เหล่าผู้อาวุโสของเผ่าสวรรค์
“จงเอี้ยน ข้าคิดออกแล้ว”
“คิดอันใดออก ? ”
“คือว่าเรื่องนี้……”
“อวิ๋นชิงเฟิง เจ้ารู้หรือไม่ว่าครั้งนี้เจ้าก่อเรื่องใหญ่เอาไว้เพียงใด ? ”
“อวิ๋นชิงเฟิง เจ้าคงจะยังมิรู้สินะว่าความแตกฉานในวิถีของสตรีลึกลับนางนี้ เกินกว่าที่พวกเราจะจินตนาการได้”
“มิเพียงเท่านั้นนางยังเอ่ยถึงคนผู้หนึ่งอยู่ตลอดเวลา หากมิมีอันใดผิดพลาดแล้วล่ะก็คนผู้นี้คงจะเป็นผู้ที่ไร้เทียมทานระดับเดียวกับท่านเย่เป็นแน่”
“นี่มัน ? ? ? ”
“รีบเอ่ยมาเร็วเข้า ! ”
“เรื่องเป็นเช่นนี้ก่อนหน้านี้เพราะข้ามิทันคิด จึงได้เอ่ยวาจาดูถูกว่านายท่านของพวกเขาเป็นคนน่ารังเกียจออกไป จากนั้นคนผู้นี้และราชันทมิฬก็มีท่าทีพร้อมสู้ตายขึ้นมา”
“อันใดนะ ! ! ! ”
“อวิ๋นชิงเฟิง เจ้าสารเลว ! ”
“ท่านบรรพบุรุษ ที่แท้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะท่านจริง ๆ หรือขอรับ ! ”
“……”
“……”
ขณะที่ความจริงได้ปรากฏออกมา
ทว่าเทพหลิวที่ยืนอยู่มิไกลนักก็หมดความอดทน
นางมิเอ่ยสิ่งใดอีก
แขนเสลาสะบัดเบา ๆ ใบหลิวสีทองมากมายก็กลายเป็นลำแสงอันรุนแรงหลายสายภายในพริบตา ทะลวงฝ่าความว่างเปล่าพุ่งเข้าใส่ม่านแสงขนาดใหญ่ตรงหน้าทันที
ตู้ม !
ตู้ม !
ตู้ม !
ทันใดนั้น ลำแสงที่ทรงพลานุภาพหลายสายก็โจมตีใส่ม่านแสงอย่างต่อเนื่อง และเกิดการระเบิดที่น่ากลัวขึ้นมิหยุด
สายฟ้าฟาดฟันลงมา ความว่างเปล่าเกิดเป็นรอยแยก
คลื่นพลังอันรุนแรงสาดส่องออกมาอย่างต่อเนื่อง
เพียงเสี้ยววินาที บริเวณโดยรอบระหว่างเทพหลิวและม่านแสงขนาดใหญ่ก็เปลี่ยนแปลงไป
ต้นไม้เก่าแก่พังทลาย ภูผาถล่มลงมาจนราบเป็นหน้ากลองภายในพริบตา
เป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตระหนกยิ่งนัก
ทว่าวินาทีต่อมา เทพหลิวก็ได้หายตัวไปก่อนจะปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง โดยอยู่ห่างจากพวกอวิ๋นจงเอี้ยนเพียงมิกี่ร้อยจั้งเท่านั้น
ตอนนั้นเองร่าง ๆ หนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ที่ด้านนอกของม่านแสง
“สาเหตุของเรื่องนี้ ข้าทราบแล้ว”
อวิ๋นจงเอี้ยนขมวดคิ้วแน่น พลางเอ่ยกับเทพหลิวอย่างเคร่งขรึม “ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของคนในเผ่าสวรรค์ของข้าจริง ๆ ”
“เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน ท่านยื่นข้อเสนอมาได้เลย เผ่าสวรรค์ของข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำในสิ่งที่ท่านต้องการให้ได้”
“อีกอย่างข้ามิได้จะขู่ท่าน แต่เผ่าสวรรค์ของข้าตอนนี้มีแขกอยู่ ความเก่งกาจของเขาหาใช่คนเช่นเราจะสามารถจินตนาการได้ หากไปรบกวนเขาเข้าล่ะก็ ต่อให้นายท่านของเจ้าออกหน้า เกรงว่าคงจะต้องบาดเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน”
สิ้นเสียง ร่างของเทพหลิวก็สะดุ้งน้อย ๆ ใบหน้าที่ยังคงมีไอหมอกปกคลุมเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นอย่างควบคุมมิได้
‘แขก ? ’
‘เก่งกาจ ? ’
‘แสดงว่านายท่านอยู่ที่เผ่าสวรรค์จริง ๆ ’
‘ทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่กล้าสบประมาทนายท่านต่อหน้าข้า’
‘ข้าจะปล่อยเผ่าสวรรค์ไปก็ได้ แต่ผู้บำเพ็ญเพียรของเผ่าสวรรค์ผู้นี้จะต้องชดใช้ด้วยชีวิต เพื่อเป็นการขออภัยนายท่านของข้า’
คิดได้ดังนั้น เทพหลิวก็ได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและทรงอำนาจ
จนถึงบัดนี้นางก็ยังมิสามารถที่จะจินตนาการได้
และการที่ของที่นายท่านทิ้งไปจะมีอิทธิฤทธิ์เช่นนี้ ก็สมเหตุสมผลแล้ว
ตอนนั้นเอง ราชันทมิฬจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “พี่ต้นไม้ เจ้าพวกเผ่าสวรรค์กล้าสบประมาทนายท่าน วันนี้พวกเราต้องถล่มเผ่าสวรรค์ให้สิ้นซากเพื่อเป็นตัวอย่างนะขอรับ”
“มิได้ ! ”
เทพหลิวเอ่ยเตือนเสียงเรียบว่า “ราชันทมิฬ พวกเราลืมเรื่องบางอย่างไป ว่าเวลานี้นายท่านก็อยู่ที่เผ่าสวรรค์ด้วยเช่นกัน”
สูด !
ดวงตาของราชันทมิฬเบิกกว้างขึ้น พลางสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ด้วยความหวาดหวั่นทันที
จริงด้วย !
ก่อนหน้านี้เพราะโทสะเข้าครอบงำจิตใจ จึงลืมไปว่าเวลานี้นายท่านอยู่ที่เผ่าสวรรค์
แม้ตอนนี้เขาจะมั่นใจว่าสามารถทำลายเผ่าสวรรค์ได้ แต่หากไปรบกวนนายท่านเข้า ก็จะมีความผิดขึ้นมาได้
“พี่ต้นไม้ ก่อนหน้านี้ท่านเองก็ลืมว่าเวลานี้นายท่านอยู่ที่เผ่าสวรรค์งั้นหรือขอรับ ? ”
ราชันทมิฬชะงักไปเล็กน้อย พลางเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
เทพหลิวลังเลชั่วขณะ จากนั้นก็พยักหน้ารับเบา ๆ
ราชันทมิฬจึงเอ่ยอีกว่า “พี่ต้นไม้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเราจะทำเช่นไรต่อดีขอรับ ? ”
เทพหลิวจึงเอ่ยว่า “ผู้ที่สบประมาทนายท่านต้องตายที่นี่”
ราชันทมิฬจุดยิ้มที่มุมปาก พลางเอ่ยอย่างจนปัญญาว่า “ตอนนี้คงทำได้เพียงเท่านี้สินะ”
ขณะเดียวกัน เมื่อเห็นราชันทมิฬมีสมบัติเซียนนับร้อยชิ้น และเหล่าจิตวิญญาณอาวุธที่อยู่ทางด้านหลังของเขา
สีหน้าของอวิ๋นจงเอี้ยนพลันย่ำแย่จนถึงขีดสุดภายในพริบตา
ในเมื่ออีกฝ่ายยอมถอยให้แล้ว หากนางยังดึงดันที่จะปกป้องอวิ๋นชิงเฟิงต่อ
เช่นนั้นเผ่าสวรรค์คงตกอยู่ในหายนะครั้งใหญ่ไปด้วย
นางมิรู้ว่านิสัยของเทพหลิวแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร แต่ราชันทมิฬที่เอาแน่เอานอนมิได้ผู้นี้ นางนั้นรู้จักเป็นอย่างดี
ยิ่งไปกว่านั้นสมบัติเซียนนับร้อยเหล่านี้ก็ดูเหมือนจะเป็นลูกสมุนของราชันทมิฬจริง ๆ
จนเวลาผ่านไปมิถึงหนึ่งเคอ
อวิ๋นจงเอี้ยนจึงหันไปมองอวิ๋นชิงเฟิงที่อยู่ในค่ายกลป้องกันเผ่า พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจืดเจื่อนว่า “อวิ๋นชิงเฟิง เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะเจ้า ก็ควรจะจบลงที่เจ้า”
สิ้นเสียง คนในเผ่าสวรรค์ต่างก็ตกตะลึง ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน