ตอนที่ 584 เหตุใดบนกายเจ้าถึงมีไอพลังของนายท่าน ?
“ชิงเฟิง ความจริงแล้ว”
เย่ฉางชิงนิ่งเงียบอยู่สักพัก จึงตัดสินใจจะบอกสิ่งที่ตนเองงุนงงสงสัยให้ตู๋กูชิงเฟิงทราบ
“ตอนที่อยู่โลกเบื้องล่าง เพราะข้าไร้รากปราณจึงจำต้องอยู่แต่ภายในเมืองเสี่ยวฉือ”
เย่ฉางชิงสารภาพตามตรง “ต่อมากลับก็มีรากปราณขึ้นมาโดยบังเอิญ จึงได้ก้าวสู่เส้นทางบำเพ็ญเพียร”
“เจ้าก็เห็นแล้วว่ามีเรื่องน่าเหลือเชื่อมากมายเกิดขึ้นกับข้า จนถึงวันนี้ข้าจึงอดคิดมิได้ว่าตนเองจะเป็นอย่างที่ทุกคนคิด”
“บางทีตัวตนที่แท้จริงของข้าอาจไร้พ่ายมาตั้งนานแล้ว บัดนี้เพียงแค่ต้องการสัมผัสเส้นทางบำเพ็ญเพียร เพื่อต้องการยืนยันบางอย่าง”
“และอาจมีความเป็นไปได้ว่าตบะบารมีของข้า ก่อนผนึกความทรงจำอาจเจอทางตันบางอย่าง และบัดนี้กำลังสัมผัสการเป็นมนุษย์ธรรมดาอยู่”
สิ้นเสียง ตู๋กูชิงเฟิงก็ชะงักไปทันที ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นตอนอยู่ที่โลกเบื้องล่าง เจ้าคงรู้สึกหวาดกลัวข้ามากใช่หรือไม่ ? ”
เย่ฉางชิงยิ้มออกมา ก่อนจะตอบตามตรงว่า “ครั้งแรกที่ได้ยินว่าเจ้าคือจักรพรรดิของฝ่ายมารอันใดนั่น ข้ายอมรับว่ารู้สึกหวาดกลัวเจ้าจริง ๆ แต่หลังจากนั้นข้าก็ได้เป็นผู้ไร้พ่ายจริง ๆ แม้จะเป็นเพียงความฝัน และคลายความกังวลลง”
เอ่ยถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็ส่ายหน้าไปมา พลางทอดถอนใจออกมา “หลังจากมายังสวรรค์บูรพา ข้าก็ได้บำเพ็ญเพียรที่สำนักชิงหยางและนิกายกระบี่สวรรค์ หลังจากที่ข้าบรรลุถึงระดับแดนก่อกำเนิด ก็แทบจะเป็นผู้ไร้พ่ายอยู่แล้ว”
“ทว่าก่อนหน้านี้มินานมิรู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ข้าเกิดใจลอยไปชั่วขณะเมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ตบะบารมีของข้ากลับบรรลุและเลื่อนขึ้นมาเช่นปัจจุบันนี้”
“แต่การบำเพ็ญเพียรเช่นนี้ ข้ากลับมิได้ประสบการณ์ใด ๆ เลยแม้แต่น้อย”
ตู๋กูชิงเฟิงเอ่ยออกมาราวกับกลั้นขำเอาไว้มิไหว “หากเป็นเช่นนั้นจริงก็คงมิได้รับประสบการณ์ใด ๆ จริง ๆ นั่นแหละ”
“แม้ครั้งนี้เจ้าจะมิได้รับประสบการณ์อันใด แต่หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ ด้วยตบะบารมีที่แท้จริงของเจ้าแล้ว หากต้องการที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งก็คงจะมิมีปัญหาอันใด”
เอ่ยเพียงเท่านั้น ดวงตาของตู๋กูชิงเฟิงก็มีประกายบางอย่างพาดผ่าน ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “ฉางชิง หากวันหนึ่งเจ้าสามารถเริ่มต้นใหม่ได้จริง ๆ เจ้ารับปากข้าอย่างหนึ่งได้หรือไม่ ? ”
เย่ฉางชิงจึงเอ่ยถามว่า “อันใดงั้นหรือ ? ”
ใบหน้าอันงดงามของตู๋กูชิงเฟิงเผยความสับสนออกมา
“รับปากข้า ว่าจะให้ข้าเป็นเพียงสตรีธรรมดาคนหนึ่ง และเจ้าจะใช้ชีวิตธรรมดาร่วมกับข้าไปตลอดชีวิต เช้าออกไปทำงาน ตกเย็นกลับมาบ้าน เหมือนคู่สามีภรรยาธรรมดาคู่หนึ่ง”
ตู๋กูชิงเฟิงเงยหน้าขึ้น พร้อมกับจับจ้องไปที่เย่ฉางชิง ด้วยท่าทางที่จริงจังยิ่ง
เย่ฉางชิงนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะรับปากพร้อมส่งยิ้มให้ “หากสามารถเริ่มต้นใหม่ได้จริง ข้ารับปากเจ้า”
ตู๋กูชิงเฟิงพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม และก็เหมือนคิดบางอย่างขึ้นมาได้
“ฉางชิง มิพบกันมาหลายปี อีกทั้งเจ้ายังได้เข้าบำเพ็ญเพียรที่สำนักชิงหยางและนิกายกระบี่สวรรค์มาแล้ว ที่ผ่านมามีสตรีที่เจ้าชมชอบบ้างหรือไม่ ? ”
ตู๋กูชิงเฟิงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ชิงเฟิง……”
เย่ฉางชิงใจกระหวัดขึ้นมา เขาลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะถามหยั่งเชิงว่า “ชิงเฟิง หากข้าบอกว่ามี……เจ้าจะว่าอันใดหรือไม่ ? ”
ตู๋กูชิงเฟิงส่ายหน้าน้อย ๆ พร้อมกับเอ่ยราวกับปล่อยวางว่า “ไม่หรอก ขอเพียงใจของเจ้ายังมีข้าอยู่ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว”
นางรู้ว่าในอนาคตอันใกล้ เมื่อนางเข้าไปในหอบรรพชนของเผ่าสวรรค์แล้ว จะต้องเผชิญกับสิ่งใด
ส่วนเย่ฉางชิงหากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ เขาจะต้องก้าวเข้าสู่เส้นทางโบราณในตำนาน เพื่อไปยังแดนเซียนโบราณ
ทว่าแดนเซียนโบราณนั้นจะเป็นปลายทางสูงสุดในวิถีเซียนหรือไม่ ?
คำถามนี้แท้จริงแล้วหามีผู้ใดรู้คำตอบไม่
นั่นก็หมายความว่าเส้นทางต่อจากนี้ของเย่ฉางชิงจะยาวนานเพียงใด ก็มิมีผู้ใดที่จะจินตนาการได้
ในเมื่อนางมิสามารถอยู่เคียงข้างเขาได้ เช่นนั้นข้างกายเขาก็ควรมีสักคนคอยดูแล
ระหว่างที่เย่ฉางชิงมิรู้จะเอ่ยสิ่งใดนั้น
ตู๋กูชิงเฟิงจึงเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า “ฉางชิง นางมีนามว่าอันใดงั้นหรือ ? ”
แม้เย่ฉางชิงยังมิได้ยอมรับเป็นกิจจะลักษณะ เพียงแค่อาศัยความรู้สึกเท่านั้น
แต่นางกลับสามารถคาดเดาได้ทันที ว่าที่ผ่านมาข้างกายของเย่ฉางชิงมีสตรีอื่นอยู่
บางครั้งสตรีก็ไร้เหตุผลเช่นนี้
มิมีเหตุผล อาศัยเพียงแค่ความรู้สึกก็สามารถรู้ได้ทันที
เย่ฉางชิงลังเลอยู่สักพัก จึงเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ ว่า “หนิงซู่ซู่ เป็นบรรพบุรุษผู้หนึ่งของนิกายกระบี่สวรรค์”
……
……
อวิ๋นจงเอี้ยนลังเลอยู่สักพัก จึงเอ่ยเรียกขึ้นเสียงเบา
หนิงซู่ซู่ที่กำลังใคร่ครวญถึงเรื่องต่าง ๆ อยู่นั้นก็ได้สติขึ้นมา จากนั้นจึงหันมาเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนว่า “ผู้อาวุโสอวิ๋น ท่านมาหาข้ายามนี้มีเรื่องอันใดเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
อวิ๋นจงเอี้ยนพยักหน้ารับน้อย ๆ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างยากลำบากว่า “ความจริงแล้วเมื่อได้ยินว่าเจ้าออกจากฌาน ข้าจึงรีบมาหาทันที”
หนิงซู่ซู่เอ่ยตอบอย่างรวดเร็วว่า “ผู้อาวุโสอวิ๋น เชิญท่านเอ่ยออกมาตามตรงได้เลย”
“เทพธิดาหนิง ท่านคงจะยังมิรู้ว่าเวลานี้เผ่าสวรรค์ของข้ากำลังประสบกับหายนะอันน่ากลัว”
“หายนะ ? ”
“ใช่แล้ว เมื่อสองเดือนก่อนบ่าวรับใช้ของท่านเย่สองคนได้ตามมาที่นี่ และบรรพบุรุษท่านหนึ่งของเผ่าสวรรค์ ได้ไปสบประมาทท่านเย่เข้าโดยมิรู้ตัว ผลสุดท้ายพวกเขาทั้งสองกลับ……”
เวลาผ่านไปครึ่งก้านธูป
อวิ๋นจงเอี้ยนก็ได้เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาให้หนิงซู่ซู่ฟังจนหมด
ขณะเดียวกัน ก็เล่าเรื่องที่เย่ฉางชิงและตู๋กูชิงเฟิงจากไปโดยมิลาด้วย
ใบหน้าอันงดงามของหนิงซู่ซู่เผยความสับสนออกมา ก่อนจะพยักหน้าน้อย ๆ “ผู้อาวุโสอวิ๋น เรื่องนี้เกรงว่าผู้น้อยคงมิอาจจะช่วยได้เช่นกันเจ้าค่ะ”
“แต่ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินฉางชิงเล่าว่า เขาและผู้สืบทอดหญิงของพวกท่านรู้จักกันที่เมืองเสี่ยวฉือ ดังนั้นผู้น้อยจึงคิดว่าบางทีพวกเขาสองคนอาจจะกำลังท่องไปในโลกมนุษย์ธรรมดาอยู่ก็เป็นได้”
อวิ๋นจงเอี้ยนราวกับรู้แจ้งขึ้นมาในพริบตา ดวงตาของนางเป็นประกายวาววับ
นิสัยของตู๋กูชิงเฟิงเป็นเช่นไร นางพอจะรู้อยู่
เรื่องที่นางรับปากเอาไว้ จะต้องทำให้ได้
ดังนั้นเย่ฉางชิงและตู๋กูชิงเฟิงคงมิได้ไปไหนไกล แต่มีความเป็นไปได้ที่กำลังท่องไปในโลกมนุษย์อยู่
คิดได้ดังนั้น อวิ๋นจงเอี้ยนจึงฉีกยิ้มกว้างออกมา “เทพธิดาหนิง ขอบคุณที่ช่วยเตือนสติข้า เรื่องในวันนี้ถือว่าเผ่าสวรรค์ของข้าติดหนี้บุญคุณเจ้าแล้ว”
หนิงซู่ซู่จึงโบกมือให้แล้วเอ่ยว่า “ผู้อาวุโสอวิ๋น ท่านกล่าวเกินไปแล้ว”
มินาน อวิ๋นจงเอี้ยนก็ได้หายตัวไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าเมื่ออวิ๋นจงเอี้ยนจากไปแล้ว เพียงครู่เดียวก็มีร่างอีกร่างหนึ่งปรากฏกายขึ้น
“เหตุใดบนกายของเจ้าถึงมีไอพลังของนายท่าน ? ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน