เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 583

ตอนที่ 583 แล้วเจ้ากลับเป็นมนุษย์หรือยัง ?

เมื่อได้ยินคำถามของอวิ๋นจงเอี้ยน

เทพหลิวจึงตอบกลับไปตรง ๆ ว่า “ถูกต้อง เขาแซ่เย่”

ราชันทมิฬฉีกยิ้มมุมปาก พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “นายท่านแซ่เย่จริง ๆ แต่เขามิชอบให้คนอื่นเรียกเขาว่าผู้อาวุโสหรอกนะ ปกติพวกเราจะเรียกเขาว่าท่านเย่”

ทันทีที่สิ้นเสียง มิใช่แค่อวิ๋นจงเอี้ยนที่เกิดรู้สึกเสียใจขึ้นมา แม้แต่คนอื่น ๆ ในเผ่าสวรรค์เองก็มีสีหน้าเสียใจเช่นกัน

‘หากเชิญท่านเย่ออกมาตั้งแต่ต้น อวิ๋นชิงเฟิงก็คงจะมิตาย’

‘เยี่ยงไรซะเขาก็เป็นผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับเทพพิภพ ที่อยู่ในระดับสูงของโลกวิถีเซียนผู้หนึ่งแล้ว’

‘จริงสิ ! ’

‘สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ รวมถึงตอนที่อวิ๋นชิงเฟิงพุ่งขึ้นไปบนฟ้า เพื่อเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์พิฆาต’

‘เสียงดังสนั่นหวั่นไหวเช่นนี้ ผู้ที่เก่งกาจเช่นท่านเย่มิสัมผัสถึงเลยเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘หรือว่าเมื่อถึงระดับเช่นท่านเย่แล้ว จะมิชอบยื่นมือเข้ามายุ่งกับเรื่องเช่นนี้ ? ’

‘อืม ! ’

‘เป็นไปได้ ! ’

‘มิใช่สิ ! ’

‘ต้องเป็นเช่นนี้แน่ ! ’

เวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ

เมื่อเห็นว่าคนของเผ่าสวรรค์มิมีผู้ใดเอ่ยสิ่งใดอีก

ราชันทมิฬจึงหันไปมองเทพหลิว และเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ข้าและพี่ต้นไม้มาตามหานายท่าน ขอเผ่าสวรรค์ของเจ้าช่วยอำนวยความสะดวกให้ด้วย”

อวิ๋นจงเอี้ยนมีสีหน้าเข้มขึ้น ก่อนจะหันไปสบตากับบรรพบุรุษอีกคนของเผ่าสวรรค์อย่างอวิ๋นซิงหงเล็กน้อย

“เจ้าเห็นว่าเช่นไร ? ”

อวิ๋นจงเอี้ยนส่งกระแสจิตถามอวิ๋นซิงหงเงียบ ๆ

“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว จะทำเช่นไรได้อีก ? ”

อวิ๋นซิงหงถอนหายใจออกมาน้อย ๆ ก่อนจะตอบกลับไปอีกว่า “มิว่าจะเป็นท่านเย่ผู้นั้น ราชันทมิฬ หรือสตรีลึกลับนางนี้ ล้วนเป็นผู้ที่เผ่าสวรรค์มิอาจจะขัดขวางได้ ดังนั้นก็คงทำได้เพียงปล่อยพวกเขาเข้าไปหาท่านเย่เท่านั้น”

อวิ๋นจงเอี้ยนจึงเอ่ยตอบว่า “ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน”

ทว่าขณะที่อวิ๋นจงเอี้ยนยินยอมให้ราชันทมิฬและเทพหลิว เข้ามาในดินแดนเผ่าสวรรค์ เพื่อไปพบเย่ฉางชิงนั้น

หัวหน้าเผ่าสวรรค์อย่างอวิ๋นเฉินเฟิงที่เพิ่งจะทราบข่าว ก็รีบส่งกระแสจิตไปให้ทันที “ท่านบรรพบุรุษทั้งสอง เมื่อครู่ข้าได้ลอบส่งผู้อาวุโสของเราสองคนไปเชิญท่านเย่ขอรับ”

“ทว่าสุดท้ายพวกเขาเพิ่งจะมารายงานข้าว่า ท่านเย่และผู้สืบทอดหญิงอวิ๋นซีได้หายตัวไปแล้วขอรับ”

“ว่าไงนะ ! ! ! ”

อวิ๋นจงเอี้ยนและอวิ๋นซิงหงมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะหันมามองหน้ากัน

‘ราชันทมิฬและสตรีลึกลับนางนี้มาที่นี่เพราะต้องการมาหาท่านเย่’

‘อีกทั้งก่อนหน้านี้อวิ๋นชิงเฟิงยังถูกพวกเขาบีบบังคับจนตาย หากเวลานี้ไปบอกพวกเขาว่าท่านเย่มิได้อยู่ที่เผ่าสวรรค์แล้ว’

‘เช่นนั้นสองคนนี้จะคิดเช่นไรกัน ? ’

‘ก็จะคิดว่าพวกเขาเผ่าสวรรค์คิดแค้นอยู่ภายในใจ จึงตั้งใจกลั่นแกล้งพวกเขาหรือไม่ ? ’

‘เห็นได้ชัดว่าคำตอบต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว’

คิดถึงตรงนี้ อวิ๋นจงเอี้ยนและอวิ๋นซิงหงก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว

หรือเรื่องระหว่างพวกเขาทั้งสองและเผ่าสวรรค์จะถูกกำหนดมาแล้ว ว่ามิอาจจะจบกันด้วยดีได้งั้นหรือ ?

“ท่านบรรพบุรุษทั้งสอง ตอนนี้เราจะทำเช่นไรต่อดีขอรับ ? ”

อวิ๋นเฉินเฟิงกุมขมับแล้วเอ่ยต่ออีกว่า “หากบอกทั้งสองไปว่าเวลานี้ท่านเย่มิได้อยู่ที่เผ่าสวรรค์ของพวกเราแล้ว พวกเขาจะต้องคิดว่าพวกเราตั้งใจกลั่นแกล้งเป็นแน่”

“เจ้าราชันทมิฬไร้ยางอายผู้นี้มีนิสัยเช่นไร พวกเราล้วนรู้ดีแก่ใจ ยิ่งไปกว่านั้นสตรีลึกลับข้างกายของเขานางนั้น คิดว่าก็คงมิใช่ผู้ที่เราจะสามารถหลอกได้ง่าย ๆ ”

อวิ๋นจงเอี้ยนนิ่งเงียบอยู่สักพัก จึงส่งกระแสจิตออกไปอีกครั้ง “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ให้พวกเขาทั้งสองเข้ามาในเผ่าสวรรค์ของพวกเราก่อน แล้วค่อยคิดหาวิธีถ่วงเวลากันอีกที”

“และให้รีบส่งคนออกไปตามหาท่านเย่และผู้สืบทอดหญิงโดยเร็วที่สุด”

อวิ๋นซิงหงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “คงทำได้เพียงเท่านี้แล้ว”

บางครา ก็เหมือนสายฝนยามสารทฤดูที่เปลี่ยวเหงา

บางครา ก็เหมือนสายฝนยามเหมันต์โปรยปราย……

เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป

เมื่อตู๋กูชิงเฟิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มือทั้งสองข้างกดบนสายพิณเบา ๆ เสียงทั้งหมดพลันเงียบลง

“ฉางชิง เพลงฤดูทั้งสี่ของข้าเป็นเช่นไรบ้าง ? ”

ใบหน้าตู๋กูชิงเฟิงแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน พลางหันไปมองเย่ฉางชิงที่อยู่มิไกลนัก

เย่ฉางชิงยกกาน้ำชาขนาดประมาณหนึ่งฝ่ามือ ขึ้นจิบเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า

“ในเมื่อบทเพลงนี้ชื่อว่าสี่ฤดู ตัวเพลงจึงมิมีปัญหาอันใด แต่หากท่อนสายฝนยามวสันต์โปรยปรายต่อเนื่อง กับสายฝนยามสารทฤดูช่างเปลี่ยวเหงา เปลี่ยนเป็นสายฝนยามคิมหันต์อันรุนแรง และหิมะที่ตกหนักยามเหมันต์ จะมิดูน่าสนใจกว่าหรือ ? ”

ตู๋กูชิงเฟิงครุ่นคิดอยู่สักพัก จากนั้นก็ได้ลุกขึ้นเดินมาตรงหน้าเย่ฉางชิงอย่างเงียบ ๆ

ก่อนจะย่อตัวลงพร้อมเกยศีรษะลงบนต้นขาของเย่ฉางชิงเบา ๆ

“ฉางชิง เพียงแค่ได้รับการชี้แนะจากเจ้ามิกี่วัน ข้ารู้สึกว่าความรู้แจ้งในวิถีแห่งดนตรีของข้าจะก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับแล้ว”

“อีกทั้งข้ายังรู้สึกว่าชีวิตที่สงบสุขเช่นนี้ กลับทำให้จิตเต๋าของข้ากระจ่างใส สิ่งนี้นับว่าเป็นการกลับคืนสู่จิตใจที่บริสุทธิ์หรือไม่ ? ”

ตู๋กูชิงเฟิงถอนหายใจออกมาเบา ๆ มุมปากประดับไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน พลางเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย

เย่ฉางชิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ยกมือข้างหนึ่งกุมมือนุ่มของตู๋กูชิงเฟิงเอาไว้

“คงใช่กระมัง”

“ข้าจำได้ราง ๆ ว่ามีวิธีการบำเพ็ญเพียรประเภทหนึ่งชื่อว่า กลับเป็นมนุษย์”

เย่ฉางชิงเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้ม “ที่เรียกว่ากลับเป็นมนุษย์ นั่นก็คือเมื่อบำเพ็ญเพียรจนถึงทางตัน เพราะมิสามารถบรรลุต่อได้อย่างที่ต้องการ ดังนั้นจึงลงไปท่องโลกมนุษย์”

“บางทีหลายสิบปีหรือร้อยปี จนจิตเต๋ากลับคืนสู่จุดเดิม และกลายเป็นจิตเต๋าที่ปลดพันธนาการ ด้วยการเปลี่ยนแปลงมากมายของโลก จึงทำให้ค้นพบการพัฒนาวิถีของตนจนเกิดการบรรลุ”

ตู๋กูชิงเฟิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น พลางเอ่ยเชิงหยอกล้อว่า “ฉางชิง แล้วเจ้ากลับเป็นมนุษย์หรือยัง ? ”

เย่ฉางชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาบาง ๆ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน