เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 586

ตอนที่ 586 ฉางชิง เจ้ามีประสบการณ์ด้านนี้หรือไม่ ?

จากนั้นเย่ฉางชิงและตู๋กูชิงเฟิงก็พานันนันกลับมายังเรือนที่พวกเขาทั้งสองซื้อเอาไว้

มินาน หลังจากกลับมาถึงเรือน

เย่ฉางชิงก็ให้ตู๋กูชิงเฟิงพานันนันไปอาบน้ำอาบท่า ส่วนเขาก็แยกไปเตรียมมื้อค่ำในครัว

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม

ขณะที่ตู๋กูชิงเฟิงพานันนันเข้ามาที่ห้องกินข้าวด้วยใบหน้าแฝงรอยยิ้มอ่อนโยน

เย่ฉางชิงเองก็ได้จัดวางอาหารบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

กับข้าวสี่อย่างและน้ำแกงอีกหนึ่งอย่าง

เย่ฉางชิงมองว่าหน้าตาของกับข้าวทั้งสี่อย่างแม้มิได้ดูดีเท่าไรนัก แต่รสชาตินั้นเขามั่นใจว่าแม้แต่หอสุราในเมืองก็มิอาจเทียบเคียงได้

“พี่สาว กลิ่นหอมจังเลยเจ้าค่ะ”

ขณะที่เย่ฉางชิงหมุนกายไปหยิบชามและตะเกียบ ด้านหลังของเขาก็มีเสียงร่าเริงเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

เขาจึงหันกลับไปมอง ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป

เมื่อตู๋กูชิงเฟิงและเด็กน้อยที่มีเครื่องหน้างดงาม ผิวพรรณขาวผ่องคนหนึ่ง กำลังก้าวเข้ามาในห้องกินข้าวอย่างช้า ๆ

แม้เวลานี้นันนันจะสวมชุดที่มิพอดีตัว แต่ก็มิอาจปิดความงามของนางได้เลย

“นันนันคารวะท่านเย่เจ้าค่ะ”

เมื่อเห็นเย่ฉางชิงหมุนกายมองมา นันนันก็รีบโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิงอย่างรู้ความทันที

เย่ฉางชิงได้สติขึ้นมา จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ดูท่าเด็กน้อยผู้นี้จะงดงามตั้งแต่เกิดจริง ๆ ”

ตู๋กูชิงเฟิงมองไปที่นันนัน พลางเอ่ยด้วยเสียงจืดเจื่อนว่า “ปกติข้ามิค่อยได้ซื้ออาภรณ์ใหม่ ๆ ดังนั้นจึงทำได้เพียงนำชุดเก่าชุดหนึ่งมาให้นางเปลี่ยนก่อน”

“วันนี้เย็นมากแล้ว พรุ่งนี้ข้าค่อยไปร้านตัดเสื้อผ้า ตัดชุดให้นางสักสองสามชุด”

ได้ยินดังนั้น นันนันก็ถอนสายตากลับมา หันไปมองตู๋กูชิงเฟิง พลางส่ายหน้าไปมาแล้วเอ่ยว่า “พี่สาว มิต้องหรอกเจ้าค่ะ นันนันมิเคยใส่เสื้อผ้าสวย ๆ เช่นนี้มาก่อน แค่นี้ก็ดีใจมากแล้วเจ้าค่ะ”

เย่ฉางชิงและตู๋กูชิงเฟิงสบตากันเล็กน้อย จากนั้นก็โบกมือให้พลางเอ่ยอย่างมิใส่ใจว่า “นันนัน นับตั้งแต่นี้ไปเจ้าก็คือลูกศิษย์ของข้า ดังนั้นมิต้องเกรงใจข้าอีก”

“เจ้ากับชิงเฟิงนั่งลงก่อนเถอะ ข้าจะไปหยิบชามกับตะเกียบมาให้”

เย่ฉางชิงรีบเปลี่ยนเรื่อง พลางฉีกยิ้มออกมา

ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม

หลังจากกินเสร็จเรียบร้อยแล้ว

นันนันก็มีท่าทางง่วงนอนขึ้นมาทันที

เห็นดังนั้นเย่ฉางชิงจึงให้ตู๋กูชิงเฟิงพานันนันไปพักผ่อน ส่วนตัวเขาก็ได้อยู่เก็บกวาดห้องกินข้าวเพียงลำพัง

จนเมื่อเขาเข้ามาที่เรือนหลัก

ก็พบว่าตู๋กูชิงเฟิงได้นั่งอยู่ที่หน้าโต๊ะพิณแล้ว นิ้วเรียวยาวกดลงบนสายพิณเบา ๆ เหมือนกับรอเขาอยู่ได้สักพักแล้ว

“ฉางชิง ข้าจะเริ่มแล้วนะ”

ตู๋กูชิงเฟิงหันไปเอ่ยกับเย่ฉางชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เย่ฉางชิงจึงเอ่ยตอบเบา ๆ ว่า “นันนันหลับแล้วหรือ ? ”

ตู๋กูชิงเฟิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้ “เด็กคนนี้มิรู้เป็นอันใด พอหัวถึงหมอนก็หลับไปเลย”

เย่ฉางชิงพยักหน้ารับน้อย ๆ เหมือนคิดบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยขึ้นว่า “ชิงเฟิง มิรู้ทำไมนับตั้งแต่ที่ข้าพบกับยัยหนูคนนี้ จนถึงตอนกินข้าวเมื่อครู่ ข้าก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเคยรู้จักนางมาก่อน”

ตู๋กูชิงเฟิงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนเอ่ยออกมาตามที่นางคาดเดาว่า “ก่อนหน้านี้ข้าได้ทำการตรวจสอบหลายครั้ง บนกายของเด็กคนนี้แผ่ไอพลังของวิถีการเวียนว่ายตายเกิดออกมาจริง ๆ ”

“หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ ตัวตนที่แท้จริงของเด็กคนนี้จะต้องเป็นผู้ที่น่ากลัวจนมิอาจคาดเดาได้อย่างแน่นอน อีกทั้งร่างของนางยังแผ่ไอพลังของวิถีการเวียนว่ายตายเกิดออกมาเช่นนี้ แสดงว่าในอนาคตอันใกล้ ความทรงจำเดิมของนางจะต้องฟื้นคืนขึ้นมาอย่างแน่นอน”

เอ่ยถึงตรงนี้ ตู๋กูชิงเฟิงก็มองไปที่เย่ฉางชิง พลางเอ่ยด้วยท่าทางจริงจังว่า “การที่เจ้ามีรู้สึกเช่นนี้กับนางได้ แสดงว่าตัวตนที่แท้จริงของเจ้าและนางจะต้องมีความเกี่ยวข้องกันบางอย่างเป็นแน่”

‘มีความเกี่ยวข้องกันบางอย่าง ? ’

‘หรือเด็กคนนี้จะเป็นหนึ่งในคู่บำเพ็ญเพียรของข้ามาก่อนเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘และการที่นางมาปรากฏกายที่นี่ เป็นเพราะความคิดถึงที่มีต่อข้า ? ’

‘อืม ! ’

‘นี่มันจะกะทันหันเกินไปหรือไม่ ? ’

‘มีบุตรเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘นี่เป็นเรื่องจริงจังยิ่งนัก ! ’

‘แม้จะยังมิรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของข้าเป็นใครกันแน่’

‘แต่ดูจากอายุในตอนนี้แล้ว ก็ถึงเวลาที่ควรจะแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว’

‘อีกทั้งมิว่าจะเป็นโลกเบื้องล่าง หรือว่าบนสวรรค์บูรพาแห่งนี้’

‘ข้าและตู๋กูชิงเฟิงแม้จะนับได้ว่าเป็นคู่ชะตาบำเพ็ญเพียรของกันและกัน แต่กลับมิเคยมีอันใดเกินเลยแม้แต่น้อย’

คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็สูดลมหายใจเข้าเบา ๆ

‘อยู่ตัวคนเดียวมานานเพียงนี้ คงถึงเวลาที่จะลิ้มลองผลไม้ต้องห้ามในตำนานเสียที’

‘ยิ่งไปกว่านั้นตู๋กูชิงเฟิงยังเป็นคนเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนอีกด้วย’

‘หากเขาเอ่ยปฏิเสธออกไป มิแน่อาจจะถูกอีกฝ่ายสงสัยว่าตนทำเรื่องเช่นนี้มิได้ก็เป็นได้’

‘แต่ข้ามาจากโลกใบนั้นเชียวนะ จะบอกว่าทำเรื่องนี้มิเป็นได้เยี่ยงไรกัน ? ’

‘ใช่แล้ว ! ’

‘บุรุษหัวขาดได้ เลือดไหลได้ แต่เรื่องเช่นนี้ห้ามบอกว่าทำมิได้เด็ดขาด’

หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็เอื้อมมือไปกุมมือนุ่มของตู๋กูชิงเฟิงเอาไว้ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ชิงเฟิง เจ้ากล่าวถูกนี่ก็ผ่านมานานแล้ว คงถึงเวลาที่พวกเราควรจะมีบุตรกันเสียที”

เอ่ยเพียงเท่านั้น เย่ฉางชิงก็ดึงตู๋กูชิงเฟิงเข้าสู่อ้อมอก พร้อมกับกอดตู๋กูชิงเฟิงเอาไว้

วินาทีต่อมา เมื่อสายตาของคนทั้งคู่สบกันนั้น

มิว่าจะเป็นเย่ฉางชิงหรือตู๋กูชิงเฟิง ต่างก็รู้สึกว่าใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที

“ฉางชิง เจ้ามีประสบการณ์ด้านนี้หรือไม่ ? ”

ใบหน้าอันงดงามของตู๋กูชิงเฟิงแดงก่ำ พร้อมกับหลบสายตาของเย่ฉางชิงด้วยความเขินอาย พลางถามขึ้นด้วยเสียงอันเบา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน