ตอนที่ 587 น้องสาว ?
‘ประสบการณ์ ? ’
‘ชิงเฟิง คำถามนี้ข้าควรตอบเจ้าเช่นไรดี ? ’
‘มิว่าจะเป็นโลกนั้น หรือว่าตอนอยู่โลกเบื้องล่าง จนขึ้นมาสวรรค์บูรพา’
‘ข้าก็เป็นโสดมาโดยตลอด’
‘ดังนั้นเรื่องเช่นนี้ทำได้เพียงค่อย ๆ ศึกษาเรียนรู้ไปเท่านั้น’
‘ใช่แล้ว ! ’
‘ต้องค่อย ๆ ศึกษาไป’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ อุ้มตู๋กูชิงเฟิงเดินไปทางห้องนอน
จนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม
ตู้ม !
ตู้ม !
ตู้ม !
ตู้ม !
ท้องฟ้าเมืองโบราณเทียนซิน ก็มีลมกระโชกแรงเกิดขึ้น
เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่องจากส่วนลึกของหมู่เมฆ สายฟ้าอันเจิดแลบแปลบปลาบจ้าสว่างวาบขึ้นมาเป็นระยะ ๆ
มินาน เมื่อมีเสียงฟ้าผ่าดังขึ้น !
สายฝนก็กระหน่ำลงมาทั่วทั้งเมืองโบราณเทียนซิน
ไอหมอกล่องลอยขึ้นไป ทำให้เมืองโบราณที่มีอยู่มายาวนานแห่งนี้ ดูลึกลับมากยิ่งขึ้น
ส่วนภายในเรือนที่เย่ฉางชิงอาศัยนั้น
เวลานี้ ไอพลังมหามรรคาอันบริสุทธิ์ไร้ที่เปรียบต่าง ๆ ก็ได้แผ่ออกมา เปล่งประกายระยิบระยับ ราวกับดินแดนแห่งวาสนาอันหาได้ยากยิ่ง
อีกทั้งนิมิตมหาศาลเช่นนี้ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนานหลายชั่วยาม ก่อนจะค่อย ๆ สลายไปในที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อขอบฟ้าค่อย ๆ สว่างขึ้น
เย่ฉางชิงที่อยู่ในชุดสีขาวหลวม ๆ ก็เดินบิดขี้เกียจออกมาจากภายในห้อง
เมื่อเย่ฉางชิงที่มีสีหน้าแดงเรื่อ กำลังจะเข้าไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมมื้อเช้า จากนั้นจะได้ไปสอนหนังสือที่สถานศึกษาต่อ
ก็ได้พบกับร่างเล็กร่างหนึ่งกำลังนอนขดอยู่ใต้ชายคา มองดูสายฝนที่กระหน่ำลงมาเงียบ ๆ
“นันนัน เจ้าตื่นแต่เช้าเลยหรือ ? ”
เย่ฉางชิงชะงักไปเล็กน้อย พลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
ทันทีที่สิ้นเสียง นันนันที่มีท่าทีตื่นตระหนกก็ถอนสายตากลับมา ก่อนจะเอียงหน้ามองเย่ฉางชิง
พร้อมกับชะงักงันไปทันที ดวงตากระจ่างใสราวกับตากวางคู่นั้นเปล่งประกายขึ้นมา
“ท่านเย่……ท่านคือท่านเย่หรือเจ้าคะ ? ”
นันนันเผยรอยยิ้มกระจ่างใสออกมา พลางเอ่ยกับเย่ฉางชิงด้วยความตื่นเต้น
เพราะทุกครั้งที่นางตื่นขึ้นมา
นอกจากชื่อของตนเองแล้ว คนหรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น นางก็จะลืมจนหมดสิ้น
ทว่าครั้งนี้กลับต่างออกไป หลังจากทบทวนดูแล้ว นางกลับจำท่านเย่ผู้นี้ได้
ขณะเดียวกัน เย่ฉางชิงก็ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง
‘เมื่อวานเด็กคนนี้เคยบอกว่าทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมานอกจากชื่อของตนเองแล้ว นางจะลืมทุกสิ่งไปจนสิ้น’
‘ตอนนี้ดูเหมือนว่านางจะลืมทุกอย่างจริง ๆ ’
‘แต่ดูเหมือนว่ายังพอจำข้าได้อยู่บ้าง’
‘อย่างน้อยก็ยังจำได้ว่าต้องเรียกข้าว่าท่านเย่’
คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงจึงเอ่ยด้วยใบหน้าที่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น พร้อมกับพยักหน้ารับและเอ่ยว่า “ถูกต้อง ข้าก็คือท่านเย่ที่เจ้าเอ่ยถึง”
นันนันเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “ท่านเย่ เหตุใดข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วที่นี่คือที่ใดหรือเจ้าคะ ? ”
เย่ฉางชิงหัวเราะออกมา ก่อนจะนั่งลงบนธรณีประตูพลางเอ่ยอธิบายอย่างใจเย็นว่า “ที่นี่คือบ้านของข้า เมื่อคืนข้าเป็นคนพาเจ้ามาที่นี่เอง”
“แน่นอนว่าหากเจ้าชอบ นับตั้งแต่นี้ไปที่นี่ก็จะเป็นบ้านของเจ้าด้วย”
“บ้านของข้าหรือเจ้าคะ ? ”
นันนันส่ายหน้าน้อย ๆ ด้วยความหงุดหงิดใจว่า “ทุกครั้งหลังจากที่นันนันตื่นขึ้นมา ก็จะลืมเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นไปจนสิ้น ต่อให้ที่นี่จะเป็นบ้านของข้าจริง ๆ เกรงว่าข้าก็คงหลงทางกลับมามิถูกอยู่ดี”
เย่ฉางชิงขมวดคิ้วน้อย ๆ เริ่มรู้สึกสงสารเด็กน้อยผู้นี้ขึ้นมาจับใจ
‘อายุยังน้อยแต่กลับประสบกับเรื่องราวที่พิสดารเช่นนี้’
เย่ฉางชิงชะงักงัน ก่อนจะหันไปสบตากับตู๋กูชิงเฟิง พลางขมวดคิ้วน้อย ๆ “ท่านกำลังเอ่ยกับข้าอยู่เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“ข้าออกตามหาท่านไปทั่วทั้งสิบสองแดนเซียนโบราณ ไปจนถึงแดนมารทั้งแปด ทว่าสุดท้ายก็ไร้ทางเลือกจึงยอมตัดทอนตบะบารมีของตนเอง เพื่อหวังว่าเมื่อกำเนิดใหม่อีกครั้งจะได้พบท่านอีก”
“คิดมิถึงว่าในที่สุดข้าก็สมปรารถนาได้พบท่านอีกครั้งในชาตินี้ ตอนนั้นท่านเป็นถึงบุคคลที่ไร้เทียมทาน แต่กลับถูกพวกสารเลวทำร้าย ชาตินี้ข้าหวังว่าท่านจะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา อยู่ให้ห่างจากสำนักเซียน และใช้ชีวิตเรียบง่ายเช่นคนธรรมดา……”
เอ่ยถึงตรงนี้ ใบหน้าของสตรีลึกลับแม้จะดูเลือนราง แต่ในสายตาของเย่ฉางชิง ใบหน้านั้นกลับค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติ
คิ้วโก่งดั่งคันศร นัยน์ตาหงส์เรียวยาว
ดั่งโด่งได้รูป ริมฝีปากเรียบบาง ราวกับผลงานศิลปะอันไร้ที่ติก็มิปาน
มิเพียงเท่านั้น สิ่งที่ทำให้เย่ฉางชิงรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่า ก็คือ ใบหน้าอันงดงามนี้ กลับดูคล้ายกับเขาอยู่หลายส่วน
‘มิใช่กระมัง ! ’
‘หรือนางเป็นน้องสาวของข้าจริง ๆ เยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘นี่ก็หมายความว่าความทรงจำของข้าได้ขาดหายไปจริง ๆ หรือจะเรียกว่าถูกผนึกเอาไว้ก็ได้’
‘แต่เหมือนมีบางอย่างมิถูกต้อง’
‘ตามที่สตรีลึกลับนางนี้กล่าวมา’
‘ในชาตินั้นข้าตายไปตั้งแต่ยังหนุ่ม มิมีโอกาสที่จะกลายเป็นผู้ที่ไร้เทียมทานอันใดนั่น’
‘แต่ในชาตินี้ข้ากลับสามารถทำให้เกิดภาพนิมิตอันยิ่งใหญ่ได้อย่างง่ายดาย’
‘ก่อนหน้านี้มินาน ตบะบารมียังสามารถบรรลุได้หลายระดับอย่างต่อเนื่อง จนก้าวเข้าสู่ระดับเทวาในตำนานได้โดยมิทันรู้ตัวด้วยซ้ำ’
‘หรือนับตั้งแต่ข้าทะลุมิติมานั้น… อีกทั้งยังเคยใช้ชีวิตมาแล้วมากกว่าสองโลกเยี่ยงนั้นหรือ’
‘สวรรค์ ! ’
‘หากเป็นเช่นนี้จริงข้าต้องผนึกความทรงจำมากมายเอาไว้เพียงใดกัน จึงสามารถทำให้ตนเองกลายเป็นคนที่มิรู้เรื่องรู้ราวอันใดเลยเช่นนี้ได้’
คิดถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็เผยรอยยิ้มจืดเจื่อนออกมา พลางส่ายหน้าให้กับสตรีลึกลับ
ทว่ามุมปากของสตรีลึกลับโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนเห็นแล้วใจสั่น ขณะมองมาทางเย่ฉางชิง
“ถึงเวลาของข้าแล้ว”
สตรีลึกลับเอ่ยอย่างอาลัยอาวรณ์ว่า “หากข้ายังท่องไปทั่วเช่นนี้ เกรงว่าโลกนี้คงต้องประสบกับหายนะเป็นแน่”
เอ่ยเพียงเท่านั้น สตรีลึกลับก็โบกมือลาให้แก่เย่ฉางชิง ก่อนจะเลือนรางลง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน