เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 588

ตอนที่ 588 พ่อข้าคือจางเอ่อเหอ

ผ่านไปมิกี่อึดใจ

เมื่อสตรีลึกลับหายตัวไปจนไร้ร่องรอยแล้ว

นิมิตที่ปกคลุมบนกายนันนันก็มลายหายไปด้วยอย่างรวดเร็ว

เมื่อนางค่อย ๆ ลอยลงสู่พื้น ร่างเล็กก็สั่นน้อย ๆ ก่อนจะเป็นลมสลบลงไป

เห็นดังนั้น เย่ฉางชิงก็สะบัดแขนเสื้อหนึ่งครั้ง พลังวิญญาณมหาศาลกลุ่มหนึ่งก็ยกนันนันขึ้นและลอยมาตรงหน้าของเขา

“ฉางชิง สตรีที่น่ากลัวผู้นั้นก็คือตัวตนที่แท้จริงของเด็กคนนี้กระมัง ? ”

ตู๋กูชิงเฟิงเมื่อได้สติขึ้นมาก็ได้เอ่ยถามออกไปอย่างอึกอัก

เย่ฉางชิงอุ้มนันนันเอาไว้แนบอก หลังจากชั่งใจอยู่สักพักก็ได้ตอบกลับไปอย่างอ่อนโยนว่า “เรื่องนี้ข้าควรเอ่ยเช่นไรดี”

“ตัวตนที่แท้จริงของข้าเหมือนจะเป็นพี่ชายของนาง ส่วนนาง เพื่อที่จะตามหาข้าแล้วจึงยอมตัดทอนตบะบารมีของตนเอง และมาเกิดใหม่อีกครั้ง”

เอ่ยถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็มองนันนันที่ยังมิได้สติอยู่ในอ้อมกอดของตนเอง พลางเอ่ยต่อว่า “บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมข้ากับนันนันถึงรู้สึกผูกพันกันตั้งแต่แรกเจอ”

“อีกอย่างเมื่อเช้าตอนที่เด็กคนนี้ตื่นมา นางยังจำข้าได้อีกด้วย”

ตู๋กูชิงเฟิงจึงเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “เช่นนั้นบางทีตัวตนที่แท้จริงของเจ้าอาจจะเป็นพี่ชายของนางจริง ๆ ก็ได้”

เย่ฉางชิงส่ายหน้ายิ้ม ๆ จากนั้นก็อุ้มนันนันเดินเข้าไปหาตู๋กูชิงเฟิง

“นี่ก็สายมากแล้ว เจ้าพานันนันกลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อนเถอะ ข้าจะไปเตรียมอาหารเช้า”

เย่ฉางชิงเอ่ยขึ้นพลางส่งนันนันให้กับตู๋กูชิงเฟิง

และหลังจากที่เขาดึงแขนของตนเองออกมาแล้วนั้น ก็ได้ใช้มือประคองไปที่แก้มทั้งสองข้างของตู๋กูชิงเฟิง ก่อนจุมพิตที่หน้าผากของนางเบา ๆ หนึ่งครั้ง

“ชิงเฟิง ข้าชอบความรู้สึกเช่นนี้จัง” เย่ฉางชิงมองหน้าตู๋กูชิงเฟิงพลางเอ่ยออกมาอย่างอ่อนโยน

ตู๋กูชิงเฟิงแก้มแดงเรื่อขึ้นอีกครั้งด้วยความเขินอาย พลางมองค้อนให้กับเย่ฉางชิงด้วยท่าทางน่าเอ็นดู

“หากจู่ ๆ เด็กคนนี้ตื่นขึ้นมา นางจะมองพวกเราสองคนเช่นไร ? ”

ตู๋กูชิงเฟิงเอ่ยออกมาอย่างเป็นกังวล

เย่ฉางชิงหัวเราะออกมาอย่างมิใส่ใจ “มิต้องกังวล เด็กคนนี้ยังมิตื่นขึ้นมาง่าย ๆ หรอก”

เอ่ยจบ เย่ฉางชิงก็โบกมือให้ ก่อนจะหมุนกายจากไป

ตู๋กูชิงเฟิงมองตามแผ่นหลังของเย่ฉางชิงแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของนางค่อย ๆ จางหายไป พร้อมกับมีสีหน้าสับสนขึ้นมาทันที

เพราะเวลานี้ฐานะของนางคือผู้สืบทอดหญิงของเผ่าสวรรค์

อีกทั้งนางยังเคยรับปากอวิ๋นจงเอี้ยนเอาไว้

ขอเพียงได้พบเย่ฉางชิงอีกครั้ง นางจะยอมเข้าไปยังหอบรรพชนของเผ่าสวรรค์ เพื่อขจัดคำสาปที่มีมาแต่กำเนิดให้เผ่าสววรรค์

บัดนี้นางมิเพียงได้พบกับเย่ฉางชิงอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ใช้ชีวิตร่วมกับเย่ฉางชิงที่เมืองโบราณเทียนซินแห่งนี้มาก็หลายเดือนแล้ว และเมื่อคืนที่ผ่านมานางก็ได้มอบสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดให้แก่เย่ฉางชิงไปแล้ว

หากคนของเผ่าสวรรค์หาที่นี่มิเจอล่ะก็

นางหวังว่าจะสามารถมีลูกกับเย่ฉางชิงสักคนที่นี่

คิดถึงตรงนี้ ดวงตาเรียวยาวของตู๋กูชิงเฟิงก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ท่าทางเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์

เพียงพริบตา หลังจากทั้งสองกินข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เย่ฉางชิงก็จัดแจงล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนชุดใหม่ก่อนจะเดินทางไปสถานศึกษา

ส่วนตู๋กูชิงเฟิง ตัดสินใจรอให้นันนันฟื้นขึ้นมาก่อนค่อยตามเขาไปทีหลัง

จนเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม

นันนันจึงได้ฟื้นขึ้นมา

แม้จะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้มิได้ ทว่าเมื่อเห็นตู๋กูชิงเฟิงที่สวมชุดสีม่วง ใบหน้างดงาม ผิวพรรณขาวนวลกระจ่างราวกับหิมะ

นางจึงอดที่จะเรียกว่า “พี่สาว” ขึ้นมามิได้

อีกทั้งนางยังมีพลังบางอย่างที่สามารถสัมผัสได้ ว่าคนผู้หนึ่งมีเจตนาดีหรือไม่ดีมาแต่กำเนิด

ดังนั้นนางจึงมิมีท่าทีระแวงตู๋กูชิงเฟิงแต่อย่างใด

สิ่งนี้ทำให้ตู๋กูชิงเฟิงรู้สึกชื่นชอบนันนันเป็นพิเศษอีกด้วย

ตู๋กูชิงเฟิงล้างหน้าล้างตาให้นันนันเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองก็เดินจูงมือกันออกไปที่ด้านนอกเรือน เตรียมไปยังสถานศึกษาที่เย่ฉางชิงสอนอยู่

ทว่าเมื่อทั้งสองก้าวออกมาจากเรือน ก็พบว่าทุกที่บนถนนล้วนเต็มไปด้วยทหารที่สวมชุดเกราะ พวกเขาเหมือนกำลังตามหาอันใดบางอย่างอยู่

แต่ละคนถือภาพวาดเอาไว้ในมือ และถามไถ่ชาวบ้านมิหยุด

และกลางถนนได้มีรถม้าหรูหราคันหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ

ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังชี้มาทางนันนันอยู่นั้น

“พวกเจ้ามิมีสิทธิ์พาเด็กคนนี้ไปไหนทั้งนั้น จงกลับไปเสียเถอะ”

ตู๋กูชิงเฟิงมีสีหน้าเย็นชาลงทันที พลางเอ่ยเรียบ ๆ ว่า “ข้ามิต้องการที่จะสังหารผู้ใดที่นี่”

เอ่ยถึงตรงนี้ ตู๋กูชิงเฟิงก็แผ่ไอพลังออกมา

ทหารที่สวมชุดเกราะทั้งสองคนจึงคุกเข่าลงกับพื้นทันที ราวกับถูกภูผาขนาดใหญ่กดทับก็มิปาน เมื่อถูกพลังที่เย็นชาบางอย่างแผ่ออกมากดดัน

ทว่าขณะที่ตู๋กูชิงเฟิงปล่อยไอพลังออกมา และพานันนันเดินจากไปนั้น

ทหารที่สวมชุดเกราะทั้งสองก็หันหน้ากลับไปตะโกนด้วยเสียงอันดังว่า “นายน้อย เจอแล้วขอรับ พวกเราสองคนเจอเด็กคนนั้นแล้วขอรับ”

วินาทีต่อมา

ราวกับหินก้อนหนึ่งที่กระทบผืนน้ำจนเกิดคลื่นนับพัน

รถม้าที่อยู่บนถนนสั่นไหวเบา ๆ ก่อนที่ร่าง ๆ หนึ่งจะพุ่งออกมา

ส่วนทหารที่สวมชุดเกราะและกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ของถนน ก็รีบพุ่งตัวมาล้อมตู๋กูชิงเฟิงและนันนันเอาไว้ทันที

จากนั้นก็มีบุรุษหนุ่มที่สวมชุดหรูหรา ในมือถือพัดเอาไว้ผู้หนึ่ง โรยตัวลงมาตรงหน้าตู๋กูชิงเฟิงอย่างสง่างาม

“โอ๊ะ คิดมิถึงว่าเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองเทียนซินจะมีสตรีที่งดงามราวกับเทพธิดาเช่นนี้ ช่างน่าแปลกใจยิ่งนัก” บุรุษหนุ่มดวงตาเป็นประกาย พลางพิจารณาตู๋กูชิงเฟิงพร้อมฉีกยิ้มชั่วร้ายออกมา

ทว่าตู๋กูชิงเฟิงมีท่าทีเย็นชา หาได้สนใจบุรุษหนุ่มผู้นั้นไม่

และเมื่อนางก้าวออกไปได้เพียงหนึ่งก้าว พลังมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่บุรุษหนุ่มรวมทั้งเหล่าทหารที่ขวางอยู่ด้านหน้ากระเด็นออกไปไกลหลายจั้ง

มิกี่อึดใจต่อมา

บุรุษหนุ่มที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น

“เจ้า……เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านพ่อข้าเป็นใคร ? ”

บุรุษหนุ่มผู้นั้นขบกรามแน่น ก่อนจะเอ่ยว่า “พ่อข้าคือ……จางเอ่อเหอ ! ”

ทว่าดวงตาของตู๋กูชิงเฟิงกลับวาวโรจน์ขึ้น พลางตะคอกเสียงเย็นว่า “ไสตัวไปซะ ! ”

บุรุษหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ พร้อมกับถอยหลังไปเงียบ ๆ

ทว่าก็ยังคงตะโกนออกมาอย่างขลาดกลัวว่า “พ่อข้าคือจางเอ่อเหอ ! ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน