ตอนที่ 589 เหตุใดบุตรชายของท่านถึงมีกล้ามอกใหญ่โตเพียงนี้ ?
บุรุษหนุ่มพร่ำเอาแต่บ่นว่าพ่อข้าคือจางเอ่อเหอ ก่อนจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
ต้องบอกว่าจางติ่งผู้เป็นเจ้าเมืองน้อยแห่งเมืองโบราณเทียนซิน ที่ปกติมีนิสัยยโสโอหัง
ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบสตรีที่งดงามราวกับเทพธิดาเช่นนี้ อีกทั้งนางยังเก่งกาจจนลงมือกับเขาได้อย่างง่ายดาย
“สตรีนางนั้นมิได้ตามมาใช่หรือไม่ ? ”
จางติ่งที่วิ่งหนีป่าราบมาหลายช่วงถนน ถึงกับใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพง ส่วนมืออีกข้างก็กุมท้องของตนเองเอาไว้ พลางเอ่ยถามด้วยความเหนื่อยหอบ
หัวหน้าองครักษ์ที่มีใบหน้าซูบผอมเอ่ยด้วยใบหน้าซีดเซียวว่า “นายน้อย หลังจากที่ท่านวิ่งหนีมา สตรีนางนั้นก็มิได้ตามมาแต่อย่างใด แต่นางกลับเดินเข้าไปในสถานศึกษาแห่งหนึ่งแทนขอรับ”
“สถานศึกษางั้นหรือ ? ”
จางติ่งเงยหน้าขึ้นมาทันที พลางเอ่ยด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นว่า “ผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนเช่นนางเหตุใดถึงต้องไปยังสถานศึกษากัน ? ”
หัวหน้าองครักษ์ยิ้มแห้งออกมา พร้อมกับส่ายหน้าน้อย ๆ
จางติ่งเม้มริมฝีปากเล็กน้อย พลางปัดมืออย่างระอาแล้วเอ่ยว่า “ท่านเฉา ข้ามิได้สนใจเรื่องไร้สาระพวกนั้นหรอก ตอนนี้ที่ข้าอยากรู้ก็คือเทพธิดาท่านนั้น มีตบะบารมีระดับใด แล้วมาจากที่ใดกัน ? ”
หัวหน้าองครักษ์เอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจว่า “นายน้อย เรื่องนี้เกรงว่าผู้น้อยก็มิอาจทราบได้ขอรับ เพราะตอนนี้ผู้น้อยมีตบะบารมีเพียงระดับแดนก่อกำเนิดขั้นต้นเท่านั้น”
“ช่างเถอะ จวนเจ้าเมืองดูแลแขกมากมายเช่นนั้น ถึงเวลาให้พวกเขาได้ทำงานบ้างแล้ว”
จางติ่งถลึงตาใส่หัวหน้าองครักษ์ ก่อนจะเอ่ยพร้อมมุมปากที่กระตุกเล็กน้อย “ครั้งนี้ข้าจะต้องรู้แจ้งวิถีเวียนวายตายเกิดบนกายของเด็กผู้นั้นให้จงได้ ยิ่งไปกว่านั้นข้าจะต้องแต่งเทพธิดาผู้นั้นเข้าจวนให้ได้อีกด้วย”
“ไป กลับจวนได้”
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
หลังจากที่จางติ่งกลับถึงจวนเจ้าเมือง
ก็ได้นำป้ายคำสั่งยื่นให้แก่หัวหน้าองครักษ์ทันที เพื่อถ่ายทอดคำสั่งให้แขกทั้งหมดของจวนเจ้าเมือง ไปช่วยกันจับตัวนันนันและตู๋กูชิงเฟิงมา
ขณะเดียวกัน ภายในห้องรับแขกจวนเจ้าเมือง
เจ้าเมืองจางเอ่อเหอที่สวมชุดผ้าแพรหรูหรา ขมับทั้งสองข้างมีผมขาวแซมขึ้นมา กำลังนั่งเผชิญหน้ากับบุรุษชุดขาวสองคนอยู่
“ที่ท่านเซียนทั้งสองมาวันนี้ มิทราบว่ามีเรื่องอันใดเยี่ยงนั้นหรือขอรับ ? ”
จางเอ่อเหอดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ พลางเอ่ยถามอย่างเจ้าเล่ห์
บุรุษหนึ่งในนั้นที่อายุมากกว่าเอ่ยด้วยใบหน้าแฝงรอยยิ้มว่า “เจ้าเมืองจาง ที่พวกเรามาในวันนี้มิมีอันใดมาก เพียงแค่หวังว่าเจ้าเมืองจางจะช่วยเราตามหาคนผู้หนึ่ง”
“หาคนหรือขอรับ ? ”
จางเอ่อเหอมีท่าทางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา “ท่านเซียนทั้งสองท่านคงจะทราบดีว่าผู้น้อยเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ จะมีความสามารถอันใดช่วยพวกท่านตามหาคนได้เล่าขอรับ”
เมืองโบราณเทียนซินแห่งนี้เป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ อันห่างไกลแห่งหนึ่งเท่านั้น
ส่วนเขาก็เป็นเพียงเจ้าเมืองตัวเล็ก ๆ
แม้จะบำเพ็ญเพียรมานาน ตบะบารมีของตนเองก็มิได้ต่ำต้อยเท่าไรนัก ทว่าเมื่อเทียบกับเผ่าสวรรค์ที่ทำให้คนหวาดกลัวแล้ว ความสามารถของเขาจะมีประโยชน์อันใดเล่า ?
อีกอย่างนี่ก็มิเหมือนวิธีการของเผ่าสวรรค์เลย
‘หรือเวลานี้ภายในเมืองโบราณเทียนซิน ยังมีผู้ที่น่ากลัวจนทำให้เผ่าสวรรค์หวาดหวั่นอยู่ด้วยเยี่ยงนั้นหรือ ?’
‘เผ่าสวรรค์ของพวกเจ้าเป็นถึงเผ่าที่น่ากลัวจนมิมีผู้ใดกล้าล่วงเกิน แล้วผู้บำเพ็ญเพียรระดับมหายานตัวเล็ก ๆ เช่นข้าจะกล้าไปทำให้คนผู้นั้นโมโหได้เยี่ยงไรกัน’
‘พวกเจ้าทำเช่นนี้ เท่ากับหาเรื่องมาให้ข้าชัด ๆ’
เมื่อได้รับคำตอบเช่นนี้จากจางเอ่อเหอ
บุรุษผู้มีใบหน้ากระจ่างใส รูปร่างสูงโปร่งอีกผู้หนึ่งก็เอ่ยออกมาอย่างมิพอใจว่า “เจ้าเมืองจาง ท่านตอบเช่นนี้ต้องการให้เมืองโบราณเทียนซินแห่งนี้เปลี่ยนเจ้าเมืองคนใหม่ใช่หรือไม่ ? ”
สูด !
จางเอ่อเหอสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ด้วยความหวาดหวั่นในทันที
ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับลง ร่างกายสั่นเทา ก่อนเอ่ยด้วยความหวั่นเกรงว่า “ท่านเซียนทั้งสองอย่าได้โมโหไปเลยขอรับ ผู้น้อยมิเคยคิดที่จะมิเชื่อฟังเลยนะขอรับ ! ”
“อวิ๋นฉือ อย่าเสียมารยาท”
บุรุษวัยกลางคนที่มีใบหน้าอบอุ่นขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางส่งกระแสจิตออกมา “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้ท่านเย่และผู้สืบทอดหญิงอยู่ด้วยกัน ทั้งสองท่านนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่พวกเรามิอาจที่จะล่วงเกินได้”
“หากมิใช่เพราะเหตุนี้พวกเราคงมิต้องมาถึงจวนเจ้าเมืองเช่นนี้หรอก ใช้อิทธิฤทธิ์เพียงมิกี่อึดใจก็สามารถค้นเมืองโบราณเทียนซินได้ทั่วแล้ว”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน