ตอนที่ 590 ก่อเรื่องใหญ่
‘ห๊ะ’
เมื่อเห็นจางติ่งมีบาดแผลกลับมา
จางเอ่อเหอที่กำลังจะเอ่ยปากก็ใจสั่นขึ้นมา บนใบหน้าชราเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทันที
เพราะสกุลจางของพวกเขามีลูกโทนมาหลายชั่วอายุคน ยิ่งเมื่อมาถึงรุ่นเขาก็เกือบจะสิ้นสกุลไปแล้ว
หากมิใช่เพราะบังเอิญโชคดีได้ยาวิญญาณมาแล้วล่ะก็ มิแน่ว่าตอนนี้จางติ่งอาจจะยังเป็นเพียงลูกอ๊อดที่วิ่งอย่างไร้จุดหมายอยู่ก็เป็นได้
และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทั้งจวนเจ้าเมืองแทบจะยกจางติ่งเอาไว้เหนือหัวตั้งแต่เขายังเด็ก
เพราะจางติ่งถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้ตอนนี้เขากลายเป็นลูกคนรวยที่ชอบก่อปัญหาไปทั่ว
แต่ต้องยอมรับว่าคุณสมบัติใบการบำเพ็ญเพียรของเขานั้น นับได้ว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์คนหนึ่งเลยทีเดียว
เรื่องนี้ทำให้จางเอ่อเหอยินดีเป็นอย่างมาก
แต่ผู้ใดเลยจะคิดว่า จางติ่งผู้เป็นแก้วตาดวงใจของเขา
วันนี้จะมีคนกล้าลงมือกับจางติ่งภายในเขตเมืองโบราณเทียนซินเช่นนี้
รนหาที่ตาย !
รนหาที่ตายชัด ๆ !
คิดถึงตรงนี้ ประกายสังหารก็พาดผ่านดวงตาของจางเอ่อเหอ ก่อนที่เขาจะรีบเดินเข้าไปหาจางติ่ง
“ลูกพ่อ เจ้ามิเป็นอันใดใช่หรือไม่ ? ”
จางเอ่อเหอเอ่ยถามด้วยสีหน้าเจ็บปวดใจ พลางสำรวจไปทั่วร่างของจางติ่ง
จางติ่งเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยความโมโหว่า “แซ่จาง เจ้าตาบอดงั้นหรือถึงมิเห็นว่าข้าบาดเจ็บห๊ะ ? ”
จางเอ่อเหอยิ้มประจบออกมา “ในเมื่อยังสามารถหยอกล้อพ่อได้ ดูท่าคงมิเป็นอันใดมากแล้ว”
“ภายในเมืองโบราณเทียนซินกล้ามีคนลงมือกับเจ้า ก็แสดงว่ามิเห็นตระกูลจางของเราอยู่ในสายตา แค้นในครั้งนี้พ่อจะชำระให้เจ้าเอง”
เอ่ยถึงตรงนี้ จางเอ่อเหอก็เหลือบมองอวิ๋นอี้ที่อยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะส่งกระแสจิตออกไปว่า “ลูกติ่ง ตอนนี้พ่อมีแขกสำคัญ เจ้าช่วยกลับไปพักผ่อนก่อน อีกสักพักพ่อจะรีบตามไป”
จางติ่งแค่นเสียงเย็นออกมา พลางปรายตามองแล้วเอ่ยขึ้นว่า “แซ่จาง ลูกเจ้าถูกทำร้ายมา พ่ออย่างเจ้ากลับมิสนใจอีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“ในเมื่อเจ้าทำเช่นนี้ข้าจะขอบอกเอาไว้เลยว่า วันนี้หากเจ้ามิทวงความยุติธรรมให้กับข้า ข้าจะตัดพวงสวรรค์ของตนเองทิ้งซะ ให้สกุลจางไร้ผู้สืบทอดวงค์ตระกูลไปซะ”
“ตาเฒ่าจาง เจ้าคิดให้ดี ๆ ก็แล้วกัน ครั้งนี้ข้ามิได้ล้อเจ้าเล่นนะ”
เอ่ยเพียงเท่านั้น จางติ่งก็ถูกเหล่าสาวใช้ประคองเข้ามาภายในห้องรับแขก
จางเอ่อเหอเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะรีบเรียกองครักษ์นายหนึ่งที่อยู่มิไกลนักเข้ามาทันที
เขาเพ่งสมาธิหยิบป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ พลางสั่งกำชับเบา ๆ ว่า “นำป้ายคำสั่งนี้ไปยังจวนผู้เกล้า รวมทั้งค่ายเกราะเหล็ก สั่งพวกเขาให้ออกไปตามล่าหาคนที่ร้ายบุตรชายข้ามาให้จงได้”
“จำเอาไว้ อยู่ต้องพบคน ตายต้องพบศพ”
องครักษ์นายนั้นรับป้ายคำสั่งไปอย่างระมัดระวัง แล้วหมุนกายจากไปทันที
มุมปากของจางเอ่อเหอมุมกระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหมุนกายกลับมาเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านเซียน ช่างขายหน้าท่านยิ่งนัก”
อวิ๋นอี้นั่งอยู่บนเก้าอี้เงียบ ๆ ปรายตามองจางติ่งที่มีท่าทางยโสโอหังเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “คนหนุ่มย่อมมีนิสัยถือดีเป็นธรรมดา”
ทว่าในตอนนั้นเอง สายตาของจางติ่งกลับจ้องเขม็งไปบนภาพวาดที่อยู่บนโต๊ะ พลางพึมพำขึ้นมาว่า “ท่านพ่อ เหตุใดพวกท่านถึงมีภาพวาดของเทพธิดานางนี้ได้ ? ”
เทพธิดา ?
ทันใดนั้น ทั้งจางเอ่อเหอและอวิ๋นอี้ต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อม ๆ กัน ก่อนจะลุกขึ้นและเดินมาหาเขาอย่างรีบร้อน
โดยเฉพาะจางเอ่อเหอที่จู่ ๆ ก็รู้สึกสังหรณ์ใจมิดีอย่างมิทราบสาเหตุ
ในเมื่อจางติ่งรู้จักคนในภาพ ก็แสดงว่าเขาต้องเคยเห็นสตรีนางนี้มาก่อนอย่างแน่นอน
เช่นนั้นบาดแผลบนกายของจางติ่ง ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นฝีมือของสตรีนางนี้
อีกทั้งผู้แข็งแกร่งทั้งสองท่านของเผ่าสวรรค์ที่มาในวันนี้ ก็เพื่อตามหาสตรีนางนี้
คิดถึงตรงนี้ สีหน้าของจางเอ่อเหอก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
‘แย่แล้ว ! ’
‘เจ้าลูกทรพีคนนี้ก่อเรื่องเข้าแล้ว ! ’
‘อีกทั้งยังเป็นเรื่องใหญ่มากอีกด้วย ! ’
คิดได้ดังนั้น จางเอ่อเหอจึงมิลังเลใด ๆ อีก
วินาทีต่อมา
ปั้ง !
ร่างของจางติ่งก็สะดุ้งอย่างแรง ก่อนจะลอยไปไกลหลายจั้ง และกระแทกเข้ากับเสาต้นหนึ่งอย่างแรง
ขณะที่จางติ่งลอบพร่ำบ่นกับตนเองอยู่นั้น
พลังอันน่าสะพรึงกลัวกลุ่มหนึ่งก็ได้แผ่ปกคลุมห้องรับแขกเอาไว้ทันที
“เด็กน้อย ข้ากำลังถามเจ้าอยู่ ! ”
เสียงของอวิ๋นอี้ราวกับอสนีบาต ดังก้องไปทั่วทั้งจวนเจ้าเมือง
จางเอ่อเหอใจกระตุกขึ้นมา พลางรู้สึกเสียวสันหลังวาบในทันใด
อีกฝ่ายเกรี้ยวกราดถึงเพียงนี้ ดูท่าสตรีผู้งดงามนางนี้จะต้องมีที่มาที่ไปมิธรรมดาอย่างแน่นอน
“ท่านเซียน ขอท่านได้โปรดไว้ชีวิตบุตรชายของข้าด้วย ข้าจะยอมทำทุกอย่างตามที่ท่านสั่งขอรับ”
จางเอ่อเหอครุ่นคิดอยู่สักพัก จึงยอมกัดฟันเอ่ยออกมา
“ยอมทำทุกอย่างงั้นหรือ ? ”
อวิ๋นอี้หัวเราะเสียงเย็น “เจ้าเมืองจาง เจ้ารู้หรือไม่ว่าสตรีในภาพนี้เป็นผู้ใด ? ”
“ข้าจะบอกพวกเจ้าทั้งสองเอาบุญ นางเป็นผู้สืบทอดหญิงของเผ่าสวรรค์ของข้า ยังมิต้องเอ่ยว่าตบะบารมีสูงส่งเพียงใด เพียงแค่ฐานะและตำแหน่งในเผ่าสวรรค์ของนาง ก็มิใช่ผู้ที่พวกข้าจะกล้าขัดคำสั่งแล้ว”
“สิ่งนี้หมายความเช่นไร คงมิต้องให้ข้าอธิบายให้มากความแล้วกระมัง”
ทันทีที่สิ้นเสียง มิเพียงแค่จางติ่งเท่านั้นที่มีท่าทีตื่นตระหนก ในโสตประสาทราวกับมีเสียงวิ๊งดังขึ้น และแม้แต่จางเอ่อเหอเองก็ถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างมิอาจควบคุมได้ สมองของเขาขาวโพลนในทันที
‘ครั้งนี้ก่อเรื่องใหญ่มากจริง ๆ ด้วย ! ’
‘ผู้สืบทอดหญิง ! ’
‘นางเป็นถึงผู้สืบทอดหญิงของเผ่าสวรรค์ ! ’
‘แม้แต่สำนักเซียนอันดับหนึ่งในสวรรค์บูรพาก็ยังมิอาจทำอันใดพวกเขาได้ ! ’
ขณะเดียวกัน จู่ ๆ ก็มีเสียงอันเย็นชาและน่าสะพรึงกลัวเสียงหนึ่งดังขึ้นบนท้องฟ้าเหนือจวนเจ้าเมือง
ไอพลังกลุ่มหนึ่งก็เข้าปกคลุมจวนเจ้าเมืองไว้ภายในพริบตา
“เป็นเพียงมดปลวกตัวเล็ก ๆ ช่างกล้าดียิ่งนัก”
“วันนี้ข้าจะดูสิว่าจวนเจ้าเมืองของเจ้าจะเก่งกาจเพียงใดกัน จะสามารถเอาชนะข้าได้หรือไม่ ! ”
ยังมิทันสิ้นเสียง สตรีที่สวมอาภรณ์สีม่วงนางหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นกลางอากาศนอกห้องรับแขก
ขณะเดียวกัน ไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัวก็ได้ผนึกทุกสิ่งโดยรอบเอาไว้ภายในพริบตา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน