เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 591

ตอนที่ 591 สองทางเลือก

ถูกต้อง !

ผู้ที่มาเยือนก็คือ ตู๋กูชิงเฟิง

ก่อนหน้านี้นางเองก็มิอยากจะถือสาพวกมนุษย์สารเลวเหล่านี้ จึงเลือกที่จะให้โอกาสจางติ่งไปครั้งหนึ่งแล้ว

แต่สิ่งที่นางคาดมิถึงก็คือ หลังจากที่นางปล่อยจางติ่งไปแล้ว ผ่านไปมินานกลับมีผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากยกโขยงไปที่ถนนเส้นนั้น

เพียงครู่เดียวก็ทำให้เกิดความโกลาหลย่อม ๆ ขึ้น

มิเพียงเท่านั้น พวกเขายังป่าวประกาศว่าจะพาตัวนางมามอบให้กับเจ้าเมืองน้อยแห่งจวนเจ้าเมืองอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นางรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก

ดังนั้นนางจึงบุกมาที่นี่เสียเอง ทั้งยังนำศพแขกทั้งหมดของจวนเจ้าเมืองกลับมาส่งให้ด้วย

ส่วนจุดประสงค์ที่นางบุกมาในครั้งนี้ก็มิมีอันใดซับซ้อน แค่ต้องการให้เมืองโบราณเทียนซินแห่งนี้เปลี่ยนเจ้าเมืองคนใหม่ซะ

ทว่าเมื่อนางเห็นอวิ๋นอี้ที่มาจากเผ่าสวรรค์ก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย

“อวิ๋นอี้คารวะผู้สืบทอดหญิง ! ”

หลังจากจำตู๋กูชิงเฟิงได้

อวิ๋นอี้ก็รีบโค้งคำนับลงด้วยความเคารพยิ่งอย่างมิรีรอ

ตู๋กูชิงเฟิงเผยสีหน้าสงสัยออกมา พลางเอ่ยถามเสียงเรียบ “เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ? ”

อวิ๋นอี้ยังคงก้มหน้าและตอบกลับไปว่า “เรียนผู้สืบทอดหญิง ข้าได้รับคำสั่งจากท่านบรรพบุรุษ ให้มาเชิญท่านและท่านเย่กลับเผ่าสวรรค์ขอรับ”

“ข้ามิได้ถามเจ้าเรื่องนี้”

ตู๋กูชิงเฟิงแค่นเสียงออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงอันเย็นชาว่า “เจ้าจับตามองข้าอยู่ที่เมืองโบราณเทียนซินแห่งนี้มาโดยตลอดใช่หรือไม่ ? ”

หากการปรากฏกายของอวิ๋นอี้ เพื่อมาคอยจับตามองนางจริง ๆ

เช่นนั้นการกระทำเยี่ยงนี้ของเผ่าสวรรค์ก็ทำให้นางรู้สึกผิดหวังมิน้อย มิหนำซ้ำยังทำให้นางโมโหขึ้นมาอีกด้วย

ทันทีที่สิ้นเสียง อวิ๋นอี้ก็รับรู้ได้ถึงสิ่งที่ตู๋กูชิงเฟิงกำลังเข้าใจผิดในทันที สีหน้าของเขาจึงเปลี่ยน พลางรีบคุกเข่าลงกับพื้น

“เรียนผู้สืบทอดหญิง ข้าหาได้มาจับตาดูท่านและท่านเย่ไม่ขอรับ”

อวิ๋นอี้เอ่ยด้วยเสียงอันสั่นเทาและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกว่า “เรื่องเป็นเช่นนี้ขอรับ บ่าวรับใช้สองคนของท่านเย่ได้บุกมาที่เผ่าสวรรค์ ทว่าพลังของพวกเขาทั้งสองช่างน่ากลัวยิ่งนัก”

“ด้วยความจำเป็นดังกล่าว ท่านบรรพบุรุษจึงจำต้องบอกพวกเขาว่าท่านเย่ยังเข้าฌานอยู่ และส่งพวกเราไปยังที่ต่าง ๆ เพื่อตามหาท่านและท่านเย่ ข้าเองก็จับพลัดจับผลูถึงได้มาที่เมืองเทียนซินแห่งนี้ และเพิ่งมาถึงที่นี่ได้มินานเช่นกันขอรับ”

“บ่าวรับใช้ทั้งสองของฉางชิงงั้นหรือ ? ”

ตู๋กูชิงเฟิงขมวดคิ้วน้อย ๆ พลางเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย

อวิ๋นอี้รีบพยักหน้าหงึกหงัก “เรียนผู้สืบทอดหญิง เป็นบ่าวรับใช้ของท่านเย่จริง ๆ ขอรับ คนหนึ่งคือราชันทมิฬที่มีชื่อเสียงในสวรรค์บูรพา ส่วนอีกคนคือสตรีที่สวมชุดสีเขียวนางหนึ่ง และทำให้ท่านบรรพบุรุษหวาดหวั่นขอรับ”

“ราชันทมิฬ ? ”

ตู๋กูชิงเฟิงเอ่ยอย่างช้า ๆ ว่า “สตรีที่สวมชุดสีเขียว……หรือจะเป็นเทพหลิว ? ”

อวิ๋นอี้ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ใช่แล้วขอรับ ราชันทมิฬเรียกสตรีที่สวมชุดสีเขียวนางนี้ว่าเทพหลิว”

ตู๋กูชิงเฟิงพยักหน้ารับรู้ จากนั้นจึงเบนสายตาไปทางจางติ่งที่นอนจมกองเลือด ทั่วร่างเต็มไปด้วยผ้าพันแผล

วินาทีที่ทั้งสองประสานสายตากันนั้น จางติ่งพลันเบิกตาโพลงในทันที

มิกี่อึดใจต่อมาเพราะตกใจสุดขีดจึงได้สลบไป

“อวิ๋นอี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ให้เจ้าช่วยจัดการที่นี่ด้วยก็แล้วกัน”

ตู๋กูชิงเฟิงหมุนกายและเอ่ยต่ออีกว่า “จากนั้นให้เจ้ากลับไปบอกท่านบรรพบุรุษก่อนว่า พรุ่งนี้ข้าจะกลับไป แต่ข้ามิต้องการให้ผู้ใดมาทำลายความสงบของที่นี่”

เอ่ยเพียงเท่านั้น ร่างของตู๋กูชิงเฟิงก็เลือนรางลงทันที ก่อนจะหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

ผ่านไปพักใหญ่

อวิ๋นอี้ก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

เขาเหลือบมองออกไปนอกห้องรับแขกชั่วครู่ จากนั้นจึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ขณะเดียวกัน จางเอ่อเหอก็ถอนหายใจออกมาเช่นกัน และเหมือนจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะรีบหมอบลงกับพื้นทันที

“ท่านเซียน พวกเรามิได้ตั้งใจล่วงเกินจริง ๆ นะขอรับ ขอท่านเซียนได้โปรดปรานีด้วย”

จางเอ่อเหอหลุบตาลง พลางขอร้องอ้อนวอนออกมา

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ให้นันนันเรียนวาดภาพไปก็แล้วกัน

การวาดภาพมิเหมือนกับการเรียนด้วยตัวอักษร เพราะการวาดภาพอาศัยเพียงทักษะพื้นฐาน

ดังนั้นเย่ฉางชิงจึงมองว่า ขอเพียงนันนันเรียนวาดภาพกับเขาไปเรื่อย ๆ ต่อให้จำมิได้แต่อาศัยความคุ้นชินของกล้ามเนื้อที่ร่างกายทุกฝึกฝนมา ก็จะสามารถจดจำทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้อย่างแน่นอน

“ชิงเฟิง เจ้ากลับมาแล้วหรือ ? ”

เย่ฉางชิงที่กำลังชี้แนะการวาดภาพให้นันนันอยู่นั้น เมื่อเห็นตู๋กูชิงเฟิงที่ค่อย ๆ ก้าวย่างเข้ามาก็หันไปเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ก่อนหน้านี้ได้ยินว่ามีผู้บำเพ็ญเพียรมากมายมาที่ถนนเส้นนี้ คงมิใช่เผ่าสวรรค์ส่งคนมาหรอกกระมัง ? ”

ตู๋กูชิงเฟิงชะงักไป ก่อนจะส่ายหน้าไปมา จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นพยักหน้าให้

“ฉางชิง ได้ยินว่าราชันทมิฬและเสี่ยวหลิวหาเผ่าสวรรค์เจอแล้ว ดังนั้นท่านบรรพบุรุษจึงส่งคนมาตามหาข้า และอยากให้ข้ากลับไป”

ตู๋กูชิงเฟิงเรียบเรียงคำพูดอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยออกมา

สิ้นเสียง ดวงตาของเย่ฉางชิงพลันเปล่งประกายขึ้นมาในทันที ใบหน้าอันหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มยินดีขึ้นมา

ราชันทมิฬ !

เสี่ยวหลิว !

แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว ทว่าเย่ฉางชิงก็ยังคิดถึงพวกเขาอยู่เสมอ

บัดนี้เมื่อได้ยินข่าวของพวกเขาทั้งสองคน เขาจึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก

“ชิงเฟิง เอาเยี่ยงนี้ก็แล้วกัน”

เย่ฉางชิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พวกเราไปเผ่าสวรรค์ด้วยกัน จากนั้นค่อยพาพวกเขามาที่นี่ เจ้าเห็นเป็นเยี่ยงไรบ้าง ? ”

ตู๋กูชิงเฟิงมองเย่ฉางชิงด้วยสายตาลึกซึ้ง พลางส่ายหน้าไปมา “มิจำเป็นหรอก กลับไปครั้งนี้ข้ายังมีเรื่องที่ต้องปรึกษากับท่านบรรพบุรุษ ดังนั้นอาจจะต้องอยู่ที่นั่นสักพัก”

“เยี่ยงนี้นี่เอง”

เย่ฉางชิงกลอกตาไปมา ก่อนจะเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าก็บอกให้พวกเขามาหาข้าที่นี่ก็แล้วกัน จากนั้นเจ้าก็รีบกลับมา เยี่ยงไรซะการสอนเด็กพวกนี้ก็มิสามารถหยุดอย่างกะทันหันได้”

“จริงสิ แล้วเจ้าจะไปวันใดงั้นหรือ ? ”

“คงจะเป็นพรุ่งนี้”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน