เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 592

ตอนที่ 592 มีชีวิตอยู่มิดีหรือเยี่ยงไร ?

เพียงพริบตา

เช้าวันต่อมา

ขณะที่ขอบฟ้าค่อย ๆ สว่างขึ้น

ร่างอรชรในชุดอาภรณ์สีม่วงร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่กลางเรือนอย่างเงียบเชียบ

นางมองไปยังประตูห้องนอนอย่างครุ่นคิด ใบหน้ารูปไข่เวลานี้กลับเต็มไปด้วยความสับสน

ใช่แล้ว !

ร่างที่อยู่ในชุดอาภรณ์สีม่วงก็คือ ตู๋กูชิงเฟิง

หลังจากผ่านค่ำคืนอันหนักหน่วงมา

เย่ฉางชิงเวลานี้ยังคงหลับใหลอยู่

ส่วนนางที่ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่และเตรียมตัวที่จะจากไป

เพียงแต่การจากลาในครั้งนี้

สำหรับนางและเย่ฉางชิง มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นการจากกันชั่วนิรันดร์

เพราะการกลับไปเผ่าสวรรค์ในครั้งนี้ เมื่อนางก้าวเข้าไปในหอบรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ และเปิดค่ายกลโบราณโดยใช้ร่างกายเป็นเครื่องสังเวย เพื่อล้างคำสาปที่มีมาแต่กำเนิดให้แก่เผ่าสวรรค์

เนื่องจากก่อนหน้านี้นางได้ให้สัญญากับท่านบรรพบุรุษอวิ๋นจงเอี้ยน และคนของเผ่าสวรรค์ไปแล้ว

“ฉางชิง มิว่าการจากลาครั้งนี้ เราสองคนจะได้พบกันอีกหรือไม่ ข้าก็หวังว่าเจ้าจะอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข”

เอ่ยเพียงเท่านั้น ตู๋กูชิงเฟิงก็หมุนกายพลันน้ำตาก็ไหลออกมา และเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์

ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงของเด็กเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“พี่สาว ท่านร้องไห้ทำไมหรือเจ้าคะ ? ”

นันนันที่สวมชุดนอนบาง ๆ ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าของตู๋กูชิงเฟิงเงียบ ๆ พร้อมกับแหงนหน้าพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ตู๋กูชิงเฟิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบปาดคราบน้ำตา และพยายามฝืนยิ้มออกมา พลางลูบหัวนันนัน

“นันนัน ตื่นเช้าเพียงนี้เชียวหรือ ? ” ตู๋กูชิงเฟิงเอ่ยขึ้น

“พี่สาว ท่านรู้จักนันนันหรือเจ้าคะ ? ”

ดวงตาดำขลับอันกระจ่างใสของนันนันกะพริบปริบ ๆ และเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย

ตู๋กูชิงเฟิงพยักหน้ารับ และเอ่ยกำชับขึ้นอีกว่า “นันนัน ข้าจะมิอยู่สักพัก”

“เจ้าห้ามวิ่งไปทั่วเด็ดขาด รอเขาตื่นขึ้นมาแล้วเจ้าก็มีหน้าที่ไปสถานศึกษากับเขา และตั้งใจฟังที่เขาสอนด้วยล่ะ”

นันนันนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ

ตู๋กูชิงเฟิงจึงยื่นมือออกไปลูบหัวของนันนันอีกครั้ง จากนั้นก็เดินตรงออกไปนอกเรือน

ส่วนนันนันก็ยังคงจ้องไปยังทิศทางที่ตู๋กูชิงเฟิงเดินจากไป

มิรู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด เมื่อเย่ฉางชิงปรากฏกายขึ้นข้างกายนันนัน

ก็เห็นว่าเด็กคนนี้เอาแต่จ้องเขม็งไปข้างหน้าโดยมิทราบสาเหตุ

อีกทั้งดวงตาดำขลับคู่นั้นของนาง เวลานี้กลับเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา

“นันนัน เจ้าร้องไห้ทำไม ? ”

เย่ฉางชิงย่อตัวลง แล้วเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าให้แก่นันนัน พลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

นันนันส่ายหน้าไปมาแล้วเอ่ยว่า “พี่สาวจากไปแล้ว นันนันเห็นนางเสียใจมาก นันนันสัมผัสได้ถึงความอาลัยอาวรณ์ในใจนาง……”

เย่ฉางชิงส่ายหน้ายิ้ม ๆ พลางเอ่ยปลอบโยนว่า “เด็กโง่ พี่สาวคนนั้นของเจ้าเพียงแค่กลับบ้านก็เท่านั้น อีกมิกี่วันนางก็กลับมาแล้ว”

……

……

ผ่านไปหลายชั่วยาม

เมื่อตู๋กูชิงเฟิงมาถึงด้านนอกเขตแดนของเผ่าสวรรค์ ก็พบว่าพวกอวิ๋นจงเอี้ยน รวมถึงราชันทมิฬและเผ่าสวรรค์ได้มารออยู่นานแล้ว

“ผู้อาวุโส เป็นท่านจริง ๆ ด้วย ! ”

เมื่อเห็นตู๋กูชิงเฟิงเหาะเข้ามา ราชันทมิฬก็หายตัวไป ก่อนจะปรากฏกายขึ้นอีกครั้งตรงหน้าของตู๋กูชิงเฟิง รอยยิ้มของเขาเต็มใบหน้า ปากแทบจะฉีกถึงหู

“ผู้อาวุโส นายท่านเล่าขอรับ ? ”

ราชันทมิฬมองไปรอบ ๆ พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ท่านออกเดินทางไปกับนายท่านมิใช่หรือขอรับ”

ยังมิทันสิ้นเสียง เทพหลิวที่อยู่ในชุดอาภรณ์สีเขียวก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าตู๋กูชิงเฟิงด้วยอีกคน

“มิพบกันเสียนาน”

เทพหลิวเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกเช่นเคย

ตู๋กูชิงเฟิงพยักหน้าให้แล้วเอ่ยว่า “มิได้พบกันนานมากแล้วจริง ๆ นับตั้งแต่ขึ้นมายังสวรรค์บูรพา นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกันอีกครั้ง”

“มิเพียงเท่านั้น ไอพลังอันบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากร่างของนาง เกรงว่านางคงรู้แจ้งในวิถีของตนเองเพิ่มขึ้นอีกระดับเป็นแน่”

“หรือนี่จะเป็นอิทธิฤทธิ์ของท่านเย่ ? ”

“หากมิใช่ท่านเย่ แล้วจะมีผู้ใดที่มีอิทธิฤทธิ์ร้ายกาจเช่นนี้กัน ? ”

“ต้องยอมรับว่าเวลานี้ข้ามิกล้าจินตนาการเลยจริง ๆ ว่าแท้จริงแล้วท่านเย่เป็นผู้ใดกันแน่”

“ใช่แล้ว ท่านเย่เป็นผู้ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก”

“……”

“……”

ระหว่างที่ทุกคนกำลังทอดถอนใจอยู่นั้น

หัวหน้าเผ่าสวรรค์ อวิ๋นเฉินเฟิงก็ขมวดคิ้วแน่น พลางเอ่ยด้วยท่าทางเคร่งเครียดว่า “ท่านบรรพบุรุษ ข้ารู้สึกกังวลขอรับ”

อวิ๋นจงเอี้ยนเบนสายตาไปทางอวิ๋นเฉินเฟิง และนิ่งเงียบอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเคร่งเครียดเช่นกันว่า “เจ้ากังวลว่าหากผู้สืบทอดหญิงใช้ร่างของนางเป็นเครื่องสังเวย จากนั้นหากท่านเย่รู้เข้า เผ่าสวรรค์ของเราจะต้องประสบกับหายนะเยี่ยงนั้นหรือ ? ”

อวิ๋นเฉินเฟิงเม้มริมฝีปากแน่น พร้อมกับพยักหน้ายอมรับ

ทันใดนั้น ทุกคนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ก็พลันเงียบเสียงลงในทันที

‘ใช่แล้ว ! ’

‘หัวหน้าเผ่าเอ่ยถูก !’

‘หากผู้สืบทอดหญิงต้องตายอย่างอนาถภายในหอบรรพบุรุษจริง เช่นนั้นเผ่าสวรรค์ของเราจะต้องถูกกวาดล้างเป็นแน่’

‘ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่สูงส่งเช่นท่านเย่’

‘ต่อให้เหล่าบรรพบุรุษสามารถขจัดคำสาปบนกาย และขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณได้’

‘ทว่าสำหรับผู้ที่เก่งกาจเช่นท่านเย่ การจะตามไปไล่ล่ายังแดนเซียนโบราณจะเป็นไปมิได้เยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็รู้แล้วว่าเป้าหมายที่แท้จริงของคำสาปนี้มีเพื่อสิ่งใดกันแน่’

‘ก็เพื่อต้องการกำจัดเผ่าสวรรค์ให้สิ้นซากเท่านั้น’

‘พวกเรามีชีวิตอยู่ต่อไปเช่นนี้มิดีหรือเยี่ยงไร เหตุใดต้องหาเรื่องใส่ตัวด้วย ? ’

เวลาผ่านไปอีกมิกี่อึดใจ

อวิ๋นจงเอี้ยนก็ถอนหายใจออกมาหนัก ๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่า “พวกเจ้าตามข้ามา”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน