ตอนที่ 595 เจ้าไปหาเขาเถอะ
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากที่พวกอวิ๋นจงเอี้ยนเข้าไปยังหอบรรพชนของเผ่าสวรรค์แล้ว
ผ่านไปมินาน ผู้อาวุโสท่านหนึ่งก็ได้พาตู๋กูชิงเฟิงมายังแดนบำเพ็ญเพียรที่หนิงซู่ซู่พำนักอยู่
“แม่นางหนิง รบกวนแล้ว”
เมื่อทั้งสองมาถึงด้านนอกที่มีหินลอยฟ้าอยู่
ผู้อาวุโสท่านนี้ก็ได้ก้าวออกไปหนึ่งก้าว พลางเอ่ยด้วยความนอบน้อมว่า “ผู้สืบทอดหญิงของเราต้องการขอพบท่าน”
สิ้นเสียง หนิงซู่ซู่ที่เวลานี้กำลังนั่งสมาธิอยู่ในค่ายกลรวมวิญญาณขนาดใหญ่ก็ลืมตาขึ้นมาทันที พร้อมเผยสีหน้าสงสัยออกมา
‘ผู้สืบทอดหญิงของเผ่าสวรรค์ ? ’
‘เวลานี้นางควรจะอยู่กับฉางชิงมิใช่หรือ ? ’
‘นางมาหาข้าทำไมกัน ? ’
‘หรือนางไปได้ยินอันใดมา ? ’
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
หนิงซู่ซู่ก็ราวกับหายตัวไปในอากาศ
นางรู้ว่ามิช้าก็เร็วเยี่ยงไรซะก็ต้องได้พบกับผู้สืบทอดหญิงของเผ่าสวรรค์ท่านนี้
ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็สู้ไปพบหน้านางให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
อีกทั้งนางเองก็มีความสงสัยในตัวของผู้สืบทอดหญิงเผ่าสวรรค์ผู้นี้มาโดยตลอด
ส่วนเรื่องที่พวกนางสองคนเมื่อพบหน้ากันแล้ว จะมีการประมือกันขึ้นหรือไม่นั้น
นางหาได้ใส่ใจไม่ และมิมีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ผ่านไปมิกี่อึดใจ
หนิงซู่ซู่ก็ได้ปรากฏกายขึ้นที่ด้านนอกค่ายกลรวมวิญญาณราวกับภูตผีก็มิปาน
จากนั้นก็ได้พบกับตู๋กูชิงเฟิงที่มีรูปร่างอรชร สวมกระโปรงสีม่วงอันมีเสน่ห์ กำลังยืนอยู่บนยอดเขาที่ตั้งอยู่มิไกลนัก
“หนิงซู่ซู่คารวะผู้สืบทอดหญิงเผ่าสวรรค์”
หนิงซู่ซู่ขยับเพียงเล็กน้อยก็สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ไกลนับสิบกว่าจั้ง ก่อนประสานมือคารวะให้แก่ตู๋กูชิงเฟิง
“ตู๋กูชิงเฟิง”
ตู๋กูชิงเฟิงถอนสายตากลับมา พลางเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ขณะหมุนกายกลับมา
ทันทีที่สิ้นเสียง วินาทีที่ทั้งสองได้ประสานสายตากัน ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาแทบจะพร้อม ๆ กัน
หนิงซู่ซู่สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ เครื่องหน้าหมดจด ท่าทางงดงามไร้ที่ติ ราวกับเทพธิดาที่ลงมาจากสวรรค์ชั้นฟ้าก็มิปาน
ส่วนตู๋กูชิงเฟิงนั้นมีท่าทางสง่างาม แววตาลุกโชน ทั้งยังแผ่ความน่าเกรงขามออกมาอีกด้วย ราวกับจักรพรรดิหญิงที่ดูน่าเกรงขามก็มิปาน
หลังจากนิ่งเงียบไปสักพัก หนิงซู่ซู่ก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “มิทราบว่าผู้สืบทอดหญิงมาวันนี้มีเรื่องอันใดหรือ ? ”
ตู๋กูชิงเฟิงมิได้ตอบคำถามนั้นของนาง แต่กลับพูดเรื่องอื่นขึ้นมาแทน “ฉางชิงชมท่านเอาไว้มิน้อย ดังนั้นวันนี้ที่ข้ามาก็เพียงเพื่อต้องการชมความงามของท่านด้วยตาตนเองก็เท่านั้น”
ห๊ะ !
หนิงซู่ซู่ถึงกับชะงักงัน พลางเอ่ยออกมาอย่างสงสัยว่า “หรือว่าที่ผู้สืบทอดหญิงมาในวันนี้ ก็เพื่อมาดูหน้าข้าเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“ย่อมมิใช่เพราะเรื่องนี้อย่างแน่นอน”
ใบหน้าอันเย็นชาของตู๋กูชิงเฟิงมิได้เผยสีหน้าใด ๆ ออกมา นางเพียงแค่ทอดสายตาไกลออกไปเท่านั้น
“เจ้าอาจจะยังมิรู้ว่าเผ่าสวรรค์แม้จะเป็นเผ่าโบราณอันดับหนึ่งของสวรรค์บูรพา แต่คนของเผ่าสวรรค์ทุกคนล้วนมีคำสาปติดตัวมาตั้งแต่เกิด”
“กล่าวอีกนัยก็คือ คนในเผ่าสวรรค์ต่อให้จะแข็งแกร่งเพียงใด พวกเราก็จะมิสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางโบราณ เพื่อตามหาโอกาสในการขึ้นแดนเซียนโบราณได้ มิเช่นนั้นจะต้องถูกสวรรค์ลงโทษและดับสูญ”
เอ่ยถึงตรงนี้ ประกายโศกเศร้าก็พาดผ่านดวงตาของตู๋กูชิงเฟิง พลางถอนหายใจออกมา “แม้ข้าจะมาจากโลกเบื้องล่าง ทว่าภายในกายกลับมีสายเลือดของเผ่าสวรรค์ไหลเวียนอยู่ อีกทั้งเนื่องจากสายเลือดเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงทำให้มิได้รับผลกระทบจากคำสาป”
“ซึ่งเจ้าก็มิจำเป็นจะต้องเสียสละตนเองโดยไร้เหตุผลเช่นนี้ เพื่อแลกกับความรุ่งเรืองของเผ่าสวรรค์”
หนิงซู่ซู่ยอมรับว่าเวลานี้นางรู้สึกประทับใจในตัวตู๋กูชิงเฟิงเป็นอย่างมาก
คุณธรรมหนักแน่น !
เพื่อรักษาสัญญาที่ตนเองเคยให้ไว้ ถึงกับยอมใช้ร่างกายเป็นเครื่องสังเวย เพื่อช่วยคนในเผ่าสวรรค์ทั้งเผ่า แต่ด้วยความอาลัยอาวรณ์ในตัวเย่ฉางชิง จึงทำให้ต้องยอมบากหน้ามาพบศัตรูหัวใจเช่นนาง
คิดดูก็รู้แล้วว่าภายในของนางนั้นเจ็บปวดมากเพียงใด
ตอนนั้นเอง มุมปากของตู๋กูชิงเฟิงก็โค้งขึ้น พลางส่ายหน้าราวกับเย้ยหยันตนเอง
“เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่”
“หากฉางชิงรู้เข้าแล้วมิสามารถช่วยได้ แต่เขาคงมิยอมให้ข้าสังเวยชีวิตตนเองเพื่อช่วยเผ่าสวรรค์เป็นแน่ จากนั้นจะเกิดอันใดขึ้น คิดว่าเจ้าก็คงพอเดาออกกระมัง ? ”
“เอ่อ……”
หนิงซู่ซู่พลันเอ่ยมิออกขึ้นมา มิรู้ว่าตนควรจะเอ่ยเช่นไร
ตู๋กูชิงเฟิงส่ายหน้ายิ้ม ๆ แล้วเอ่ยต่อว่า “เจ้านั้นนับว่ามิเลวทีเดียว การที่เจ้าได้รับความสนใจจากฉางชิง แสดงว่าเจ้านั้นโดดเด่นและมีเมตตามากพอ”
“และเจ้าคงจะพอคาดเดาได้ว่า ฉางชิงเขาได้ผนึกความทรงจำและตบะบารมีของตนเอาไว้ จากนั้นก็ได้ลงไปยังโลกเบื้องล่าง ก่อนจะขึ้นมายังสวรรค์บูรพา การที่เจ้าได้พบกับเขาบางทีอาจจะเป็นพรหมลิขิตที่ถูกลิขิตเอาไว้นานแล้วก็เป็นได้”
“เส้นทางต่อจากนี้ของเขายังอีกยาวไกลนัก ผู้ใดก็มิสามารถคาดเดาได้ ดังนั้นข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถคอยอยู่เคียงข้างเขาตราบนานเท่านาน”
“แน่นอนว่าสิ่งนี้ถือเป็นโอกาสและวาสนาอันไร้ที่เปรียบของเจ้าเช่นกัน”
เอ่ยเพียงเท่านั้น แม้ตู๋กูชิงเฟิงจะยังคงยกยิ้มออกมา ทว่านัยน์ตาหงส์คู่นั้นกลับเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
นางหมุนกายเพื่อเช็ดคราบน้ำตาอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยต่ออีกว่า “เวลานี้ฉางชิงอยู่ที่เมืองโบราณเทียนซิน เจ้าไปหาเขาเถอะ”
“อีกอย่างข้าหวังว่าเจ้าจะช่วยรักษาความลับนี้ให้ข้า และช่วยบอกเขาด้วยว่าข้าได้ไปจากสวรรค์บูรพาแล้ว หวังว่าพวกเราจะได้พบกันอีก”
เอ่ยจบ ตู๋กูชิงเฟิงที่มีใบหน้าโศกเศร้าก็ได้ลอยห่างออกไปไกลหลายร้อยจั้งภายในพริบตา……
ส่วนหนิงซู่ซู่นั้นกลับยังคงนิ่งงัน ขณะมองตามแผ่นหลังของตู๋กูชิงเฟิงที่ห่างออกไปทุกขณะ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน