เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 602

ตอนที่ 602 ผู้น้อยมาพบท่านแล้วขอรับ

ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยฝนดาวตก ที่ร่วงหล่นลงไปยังเบื้องล่าง

จากนั้นก็ผสานเข้าไปภายในร่างกาย และลึกถึงจิตวิญญาณของพวกอวิ๋นจงเอี้ยนได้อย่างน่าประหลาด

ผ่านไปมิกี่อึดใจ

เมื่อความเจ็บปวดรวดร้าวปะทุขึ้น

จู่ ๆ กลางฝ่ามือของพวกเขาก็ค่อย ๆ ปรากฏรอยคนบาปสีเลือดขึ้น

บางคนก็ปรากฏขึ้นที่หน้าท้อง

สรุปก็คือ ส่วนใดของร่างกายที่เกิดความเจ็บปวดขึ้น ก็จะมีรอยเช่นนี้ปรากฏขึ้นที่ส่วนนั้น

เวลานี้มิใช่แค่พวกอวิ๋นจงเอี้ยนเท่านั้น ผู้ใดก็ตามที่มีสายเลือดของเผ่าสวรรค์ ร่างกายก็จะปรากฏรอยที่แปลกประหลาดและน่ากลัวเช่นนี้ขึ้นมาทุกคน

อีกทั้งเมื่อรอยนี้ได้ปรากฏขึ้นบนกายแล้ว

การรับรู้ถึงปราณวิญญาณฟ้าดิน การสัมผัสถึงมหามรรคาของพวกเขาก็ล้วนถูกสะกดเอาไว้

ส่วนเหล่าผู้อาวุโสของเผ่าสวรรค์

ตบะบารมีของพวกเขากลับลดลงอย่างรวดเร็ว และตกลงถึงระดับมหายานขั้นต้นจึงได้หยุดลง

กล่าวอีกนัยก็คือ นับแต่นี้ไปคนของเผ่าสวรรค์ที่มีรอยคนบาปปรากฏขึ้นบนกาย ก็จะมิสามารถบรรลุพันธนาการเกินกว่าระดับมหายานได้อีก

และที่นี่หาใช่โลกเบื้องล่างไม่ แต่เป็นสวรรค์บูรพา

ย่อมหมายความว่า นับแต่นี้ไปเผ่าสวรรค์ก็มีแต่จะเสื่อมถอยลง มิอาจจะผงาดขึ้นมาได้อีก

เย่ฉางชิงกวาดสายตามองอวิ๋นจงเอี้ยนที่ยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น แต่เวลานี้ทั้งหัวกลับเต็มไปด้วยผมสีขาวโพลน และอบอวลไปด้วยไอมรณะ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “เสี่ยวหลิว ราชันทมิฬ พวกเราไปกันเถอะ”

ครั้งนี้เย่ฉางชิงมิได้สำแดงอิทธิฤทธิ์หายตัวไปตามที่ใจคิด แต่เลือกที่เหาะกลับไปแทน

เขาอยากจะเห็นสถานที่ที่ตู๋กู๋ชิงเฟิงเคยบำเพ็ญเพียรอีกครั้ง เพราะมิรู้ว่าเมื่อใดจะได้พบกันอีก

“ผู้น้อยหลี่เสวียนเทียนน้อมส่งท่านเย่ขอรับ”

หลี่เสวียนเทียนโค้งคำนับ จากนั้นก็เฝ้ามองพวกเย่ฉางชิงจากไป

จนเมื่อทั้งสามคนได้หายลับไปจากสายตาแล้ว เขาจึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ใบหน้าเผยรอยยิ้มมีเลศนัยออกมา

และในตอนนั้นเองด้านล่างพลันเกิดเสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น

“ท่านบรรพบุรุษทั้งสอง ! ”

“ท่านหัวหน้าเผ่า ! ”

เมื่อคนของเผ่าสวรรค์ที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ต่างเดินมาล้อมพวกอวิ๋นจงเอี้ยนที่อยู่ด้านหน้าสุด

โดยที่พวกอวิ๋นจงเอี้ยนยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นมิขยับเขยื้อนไปไหน ร่างกายปกคลุมไปด้วยไอมรณะอันรุนแรง

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาได้แก่ตายไปเรียบร้อยแล้ว

เยี่ยงไรซะพวกเขาทั้งสามก็มีชีวิตอยู่มานานมากแล้ว กินเวลาเกือบสองยุค

เนื่องจากรอยตราบาปบนกายทำให้ตบะบารมีของพวกเขาลดลง อีกทั้งยังสะกดการรับรู้มหามรรคาของพวกเขาเอาไว้

ดังนั้นเมื่อตบะบารมีของพวกเขาลดลงจนถึงระดับมหายาน จึงทำให้พลังแห่งกฎของโลกใบนี้เข้าครอบงำ จนสุดท้ายก็ต้องแก่ตายในที่สุด

หลี่เสวียนเทียนเห็นภาพตรงหน้า ก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ “เผ่าสวรรค์ของพวกเจ้าตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็นับว่าเป็นไปตามกรรม เพราะผลกรรมของบางคนมิใช่สิ่งที่พวกเจ้าควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยจริง ๆ ”

“อีกอย่างอย่าว่าแต่เผ่าสวรรค์เล็ก ๆ ของพวกเจ้าเลย แม้แต่ข้าที่เป็นเจ้าผู้ปกครองสวรรค์บูรพา ผลกรรมบางอย่างข้ายังมิกล้าเข้าไปแตะต้องเช่นกัน”

เอ่ยถึงตรงนี้ หลี่เสวียนเทียนก็เหมือนคิดบางอย่างขึ้นได้ จึงอดมิได้ที่เอ่ยเสียงเบาว่า “แต่จะว่าไปแล้ว ครั้งนี้นับว่าข้าติดหนี้บุญคุณเผ่าสวรรค์ของพวกเจ้าแล้ว”

“หากท่านเย่ไปจากสวรรค์บูรพาได้โดยเร็ว ข้าก็จะหมดความกังวลไปหนึ่งอย่าง……”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

หลี่เสวียนเทียนก็หายตัวไปทันที ก่อนจะปรากฏกายขึ้นอีกครั้งตรงหน้าคนของเผ่าสวรรค์

“ทุกท่าน เรื่องมาถึงขั้นนี้คงได้แต่เอ่ยว่าเผ่าสวรรค์ของพวกเจ้านั้นคาดการณ์ผิดตั้งแต่ต้นแล้ว”

“มิควรไปล่วงเกินคนข้างกายของท่านเย่ และยิ่งมิควรที่จะต้องมาแปดเปื้อนผลกรรมอันน่ากลัวนี้”

หลี่เสวียนเทียนยืนเอามือไพล่หลัง ร่างของเขาแผ่ความน่าเกรงขามออกมา พลางเอ่ยเสียงเรียบว่า “เผ่าสวรรค์ของพวกเจ้าบัดนี้คงเดินทางมาถึงจุดจบที่แท้จริงแล้ว”

“เอาเช่นนี้ก็แล้วกันหากพวกเจ้าต้องการ ข้าจะผนึกดินแดนเผ่าสวรรค์ของพวกเจ้าเอาไว้ ให้เผ่าสวรรค์ของพวกเจ้าได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไปได้”

สิ้นเสียง เหล่าผู้อาวุโสที่เหลืออยู่ของเผ่าสวรรค์ก็สบตากัน จากนั้นจึงโค้งคำนับให้แก่หลี่เสวียนเทียน

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน