ตอนที่ 603 ผู้เฒ่าชุดดำกลับมา
ทันทีที่สิ้นเสียงของหลี่เสวียนเทียน
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเคอ
ภายในหุบเหวที่ตั้งอยู่ในส่วนลึกที่สุดก็มีการตอบสนองกลับมา
“หลังจากครั้งก่อนที่เจ้ามา เวลาก็ได้ผ่านไปเกือบหนึ่งยุคสมัยแล้วกระมัง ? ”
เสียงอันน่ากลัวและฟังดูแหบแห้งเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
หลี่เสวียนเทียนมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย พร้อมกับรีบใช้ความคิดในทันที
หลังจากใคร่ครวญอยู่สักพัก จึงรีบตอบกลับไปว่า “ผู้อาวุโส ท่านก็รู้ดีว่าผู้น้อยเป็นเจ้าแห่งสวรรค์บูรพา มีเรื่องที่ต้องจัดการมากมาย ดังนั้นจึงยากที่จะหาเวลาว่างมาเยี่ยมเยียนท่านได้ขอรับ”
“เช่นนั้นเหตุใดวันนี้ถึงมีเวลาว่างได้เล่า ? ”
เสียงอันน่ากลัวดังขึ้นอีกครั้ง และถามออกไปตรง ๆ “เป็นเพราะเจ้าสัมผัสได้ว่าข้าใกล้จะทะลวงข้อต้องห้ามสุดท้ายได้แล้วกระมัง ถึงมาพบข้าได้เช่นนี้ ? ”
หลี่เสวียนเทียนมีสีหน้าเปลี่ยนไป ก่อนจะโค้งคำนับและเอ่ยว่า “เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ขอรับ วันนี้ที่ผู้น้อยมาก็เพื่อแสดงความยินดีกับผู้อาวุโสที่จะทะลวงข้อต้องห้ามสุดท้ายได้แล้ว และออกไปสู่โลกภายนอกอีกครั้งขอรับ”
“ช่างเถอะ เห็นแก่ที่เจ้าเป็นผู้ปกครองโลกใบนี้ ข้าจะมิถือสาเจ้าก็แล้วกัน”
“แต่เจ้ามาก็ดีแล้ว ข้ามีเรื่องจะถามเจ้าอยู่พอดี”
เสียงอันน่ากลัวเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง
หลี่เสวียนเทียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบตอบกลับพร้อมรอยยิ้มว่า “ผู้อาวุโสเชิญเอ่ยมาได้เลยขอรับ ผู้น้อยจะมิปิดบังใด ๆ แน่นอนขอรับ”
เสียงอันน่ากลัวจึงเอ่ยถามขึ้นทันทีว่า “นับตั้งแต่ยุคนี้เริ่มต้นขึ้น ภายในโลกที่เจ้าปกครองใบนี้ เคยมีผู้แข็งแกร่งที่แซ่เย่ปรากฏตัวขึ้นหรือไม่ ? ”
“แซ่เย่ ? ”
ดวงตาของหลี่เสวียนเทียนหรี่ลง ภายในหัวปรากฏภาพของเย่ฉางชิงขึ้นมาทันที
‘นี่มันเรื่องอันใดกันอีก’
‘หรือสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวผู้นี้กับท่านเย่จะมีความแค้นอันใดต่อกันเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘หรือการที่ผู้ยิ่งใหญ่เช่นพวกเขาทั้งสองทยอยปรากฏตัวขึ้นที่สวรรค์บูรพา ก็เพื่อจะมาเปิดศึกใหญ่กันเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘แต่หากเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันจริง เช่นนั้นเมื่อข้อต้องห้ามของที่นี่ถูกเปิดออก’
‘สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวผู้นี้จะต้องเปิดศึกทำลายล้างกับท่านเย่อย่างแน่นอน’
‘และเมื่อผู้ที่น่ากลัวเช่นพวกเขาเปิดศึกขึ้นมาจริง ๆ มิแน่อาจจะทำให้สวรรค์บูรพาพังพินาศลงก็เป็นได้’
‘บัดซบ ! ’
‘ข้า หลี่เสวียนเทียน ไปทำกรรมอันใดเอาไว้กันแน่ ถึงต้องมาแปดเปื้อนผลกรรมที่น่ากลัวเช่นนี้ได้ ! ’
ขณะที่หลี่เสวียนเทียนมิรู้ว่าควรจะจัดการบุญคุณความแค้นของทั้งสองคนเช่นไรดีนั้น
เสียงอันน่ากลัวก็ดังออกมาจากภายในหุบเหวอีกครั้ง
“เด็กน้อย เจ้าเคยพบคนผู้นี้หรือไม่ ? ”
“เจ้าจงคิดให้ดี ต่อหน้าข้าทางที่ดีเจ้าอย่าได้ปิดบังจะดีกว่า มิเช่นนั้นหากข้าทำลายข้อต้องห้ามสุดท้ายได้แล้ว เพียงแค่คิดก็สามารถทำให้โลกที่เจ้าปกครองอยู่ใบนี้กลายเป็นโลกที่ไร้สิ่งมีชีวิตได้ภายในพริบตา”
“ความจริงแล้วผู้น้อยเคยพบผู้แข็งแกร่งที่ไร้เทียมทานแซ่เย่ท่านหนึ่งจริง ๆ ขอรับ”
“อ้อ ไหนเจ้าลองบอกมาสิว่า คนผู้นี้มีดีอันใดบ้าง ? ”
“ผู้อาวุโส เรื่องนี้……เรื่องนี้ ผู้น้อยมิรู้ว่าควรจะเอ่ยเช่นไรดีขอรับ รู้เพียงแค่กฎของสวรรค์บูรพามิอาจทำอันใดเขาได้เลย”
“กลับกันผู้อาวุโสท่านนี้เพียงแค่คิด ก็สามารถสร้างกฎบนสวรรค์บูรพาขึ้นมาใหม่ได้แล้ว อีกทั้งกฎนี้ยังพิสดารอย่างยิ่ง แม้แต่ผู้น้อยเองยังมิกล้าเข้าไปยุ่งเลยขอรับ”
“ควบคุมกฎได้ ถึงขนาดสร้างกฎของตนเองบนโลกใบเล็ก ๆ เช่นนี้ได้ เป็นผู้ที่มิธรรมดาจริง ๆ ”
“ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ข้าจะประเมินนายท่านของเทพหลิวต้นนั้นต่ำเกินไป แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดีเลย ขอเพียงข้าทะลวงข้อต้องห้ามสุดท้ายลงได้ ก็สามารถกลืนกินเขาเพื่อใช้ฟื้นฟูร่างจริงของข้าได้แล้ว”
“ผู้อาวุโสขอรับ ผู้น้อยมีเรื่องอยากจะขอร้อง ขอผู้อาวุโสได้โปรดรับฟังด้วยขอรับ”
“คำขออันใด ? ”
“หากพวกท่านทั้งสองเปิดศึกกัน รบกวนออกไปจากสวรรค์บูรพาได้หรือไม่ขอรับ มิเช่นนั้นสวรรค์บูรพาที่ผู้น้อยดูแลใบนี้จะต้องไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออย่างแน่นอน และผู้น้อยจะต้องถูกสวรรค์ลงทัณฑ์เป็นแน่ขอรับ”
“ข้ารับปากเจ้าก็ได้ แต่ก่อนหน้านั้นเจ้าต้องช่วยข้าทำลายข้อต้องห้ามสุดท้ายนี้ให้ข้าเสียก่อน”
“เอ่อ……”
“เจ้าลังเลเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“ผู้อาวุโส ผู้น้อยควรทำเช่นไรขอรับ ? ”
บ้างก็ต้องดับสูญ บ้างก็กลายเป็นเซียนทุรชน
อีกทั้งก่อนหน้านี้ระหว่างทางที่มา เขาเองก็ได้ลองดูแล้ว
เขาในตอนนี้สามารถใช้อิทธิฤทธิ์อย่างการหายตัวตามที่ใจนึกได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมิมีพลังที่จะสามารถควบคุมทุกสิ่งได้
และจากการที่ราชันทมิฬแนะนำก่อนหน้านี้ ตำราโบราณได้บันทึกเอาไว้ว่า
ปลายทางของเส้นทางโบราณสายนั้น ท้องฟ้าจะเกิดทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่สามารถสังหารผู้บำเพ็ญเพียรระดับเทพพิภพได้ ฟาดฟันลงมาอย่างต่อเนื่อง
และหากต้องการขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณให้สำเร็จ จำเป็นจะต้องต้านทานทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่ฟาดฟันลงมาอย่างต่อเนื่องให้ได้
ดังนั้นเขากำลังครุ่นคิดอยู่ว่าควรจะพาคนข้างกายของเขาไปยังเส้นทางโบราณด้วยดีหรือไม่
จนมิรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด จู่ ๆ ก็มีร่าง ๆ หนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างกายเย่ฉางชิงอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะนั่งลงตรงบนบันได
“ฉางชิง ต้องโทษที่ข้ามิได้บอกเจ้าให้เร็วกว่านี้ ทำให้เจ้าไปช่วยนางไว้มิทัน”
น้ำเสียงของหนิงซู่ซู่ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดดังขึ้น
เย่ฉางชิงจึงได้สติขึ้นมา ก่อนเอื้อมมือไปกุมมือของหนิงซู่ซู่เอาไว้ “ข้ามิโทษเจ้าหรอก”
“เยี่ยงไรซะชิงเฟิงก็เป็นผู้สืบทอดหญิงของเผ่าสวรรค์ อีกทั้งยังเคยเป็นหนี้ชีวิตเผ่าสวรรค์ ดังนั้นข้ารู้ดีมิว่าเยี่ยงไรนางก็จะเลือกทำเช่นนี้อยู่ดี”
หนิงซู่ซู่พยักหน้าน้อย ๆ จากนั้นก็เอ่ยถามเสียงเบาว่า “เจ้าเตรียมที่จะไปจากสวรรค์บูรพาแล้วใช่หรือไม่ ? ”
เย่ฉางชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ “ข้าตั้งใจเอาไว้เช่นนั้น แต่จากการบอกเล่าของราชันทมิฬแล้ว เส้นทางโบราณนั้นเต็มไปด้วยอันตรายมากมาย”
“อีกทั้งปลายทางของเส้นทางโบราณ จะมีทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่สามารถสังหารผู้แข็งแกร่งระดับเทพพิภพฟาดฟันลงมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย หากจะเข้าไปยังแดนเซียนโบราณในตำนาน จำเป็นจะต้องต้านทานทัณฑ์สวรรค์ที่ฟาดฟันลงมาให้ได้เสียก่อน”
“ดังนั้นข้ากำลังลังเลว่าจะพาพวกเจ้าไปกับข้าดีหรือไม่”
หนิงซู่ซู่จึงรีบเอ่ยอย่างแน่วแน่ว่า “ฉางชิง ตอนนี้ข้าก้าวเข้าสู่ระดับเทพพิภพแล้ว ข้าจะไปกับเจ้าเอง”
และในตอนนั้นเอง ทันทีที่สิ้นเสียงของหนิงซู่ซู่
ร่างสีดำร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏกายขึ้นกลางลานราวกับภูตผีก็มิปาน
“ผู้น้อยคารวะนายท่าน”
ผู้ที่มาก็คือผู้เฒ่าชุดดำที่ได้ไปตามที่ต่าง ๆ ของสวรรค์บูรพา เพื่อจัดการความโกลาหลอันดำมืดตามคำสั่งเย่ฉางชิงนั่นเอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน