เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 610

ตอนที่ 610 พลังแห่งข้อห้ามบนเรือสีดำ

เขาแพ้แล้ว ?

เสียงนี้เลือนรางอย่างมาก

แต่มิรู้เพราะเหตุใด เย่ฉางชิงกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน

เพียงแต่สิ่งที่เขาสงสัยก็คือ เขา ?

เขาเป็นใคร !

เขาแพ้แล้วหมายความว่าเยี่ยงไรกัน ?

อีกทั้งเสียงนี้เหตุใดถึงได้ดูโศกเศร้าและโดดเดี่ยวถึงเพียงนี้

ระหว่างที่เย่ฉางชิงกำลังตกตะลึงอยู่นั้น

มุมปากของสตรีลึกลับก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มมีเลศนัย

จากนั้นใบหน้าอันงดงามของสตรีลึกลับก็เลือนรางลงอีกครั้ง ก่อนจะลอยไปด้านหน้าอย่างไร้จุดหมาย

มิกี่อึดใจต่อมา

ในที่สุดเย่ฉางชิงก็ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง พลางสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ด้วยความหวาดหวั่น

ทว่าจากนั้นเงาสีเขียวอันเลือนรางร่างหนึ่งได้ลอยเข้ามาหาเขา

ขณะที่เงาสีเขียวนี้ลอยเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ

ใบหน้าที่ดูเลือนรางนั้นก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น

แต่ใบหน้านี้หาใช่ใบหน้าของสตรีก่อนหน้านี้ไม่ ทว่ากลับเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาและสง่างาม

ถูกต้อง !

เป็นใบหน้าของบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง !

“ข้าเป็นใคร ? ”

“ที่นี่คือที่ใดกัน เหตุใดข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้……”

บุรุษหนุ่มมองเย่ฉางชิงด้วยแววตาที่ดูสับสน เหมือนกำลังถามไถ่ ทว่าก็เหมือนรำพึงรำพันกับตนเองอยู่

จนกระทั่งเวลาผ่านไปได้ประมาณหนึ่งเคอ

ขณะที่เย่ฉางชิงกำลังพิจารณาบุรุษลึกลับผู้นี้อยู่ อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นเคยกับบุรุษลึกลับผู้นี้เป็นอย่างมาก

บุรุษลึกลับก็เหมือนจะรู้สึกสับสนมากยิ่งขึ้น ใบหน้านั้นแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน พร้อมทั้งแผดเสียงคำรามอันเจ็บปวดออกมาอย่างต่อเนื่อง

วินาทีต่อมา ร่างของบุรุษลึกลับพลันลอยสูงขึ้นหลายจั้ง ก่อนจะกระโจนใส่เย่ฉางชิงด้วยท่าทีประทุษร้าย

เห็นดังนั้น เย่ฉางชิงก็มิได้อยู่เฉย

“บัดซบ ! ”

เย่ฉางชิงสบถออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะโคจรพลังวิญญาณอันรุนแรงภายในกายทันที

ขณะเดียวกัน ก็ชูนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นมาพร้อมกับเพ่งสมาธิ ใช้ไอกระบี่ที่เจิดจ้าและมีพลังแข็งแกร่งสายหนึ่งฟาดฟันออกไป

เพียงชั่วประกายไฟแลบ

ไอกระบี่ก็ฟาดฟันใส่ความว่างเปล่าและร่างขนาดใหญ่ภายพริบตา

จากนั้นก็ฟันร่างขนาดใหญ่ออกเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดาย

ทว่าต่อจากนั้นภาพอันน่าประหลาดก็เกิดขึ้น

ร่างขนาดใหญ่ที่ถูกแบ่งเป็นสองท่อน บัดนี้กลับกลายเป็นคนสองคนที่มีหน้าตาเหมือนกัน และพุ่งเข้าโจมตีหมายสังหารเย่ฉางชิงอีกครั้ง

เย่ฉางชิงยกมุมปากขึ้น พลางเพ่งสมาธิและหยิบกระบี่ยาวที่เรืองแสงสีม่วงเล่มหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ

นั่นก็คือกระบี่จื่อชิงที่นักพรตชิงอวิ๋นเคยมอบให้เขานั่นเอง

มิเพียงเท่านั้น ภายในหัวของเขาเวลานี้ยังได้ทำการถอดกระบวนท่ากระบี่ พลังกระบี่ ไอกระบี่ และจิตกระบี่จากภาพกระบี่ไร้สิ้นสุด จนเกิดเป็นกระบวนท่ากระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุด

ต้องบอกว่านับตั้งแต่ที่ตบะบารมีของเย่ฉางชิงเลื่อนถึงระดับเทวาได้อย่างน่าพิศวง

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้แสดงเคล็ดกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของตนเอง

เพียงเสี้ยววินาที ขณะที่เย่ฉางชิงกำลังสร้างเคล็ดกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่นั้น

กระบี่จื่อชิงจู่ ๆ ก็เปล่งประกายขึ้น สายฟ้าสีม่วงอันทรงพลังมากมายเกี่ยวพันกันไปมา เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

มิเพียงเท่านั้น แค่พลังกระบี่ที่แผ่ออกมา

ความว่างเปล่ารอบกายของเย่ฉางชิงก็พังทลายลงภายในพริบตา

ต่อให้พลังแห่งกฎเกิดการโคจร หมายที่จะซ่อมแซมความว่างเปล่าที่พังทลายก็ยังมิอาจทำได้ในเวลานี้

คิดดูก็รู้แล้วว่าเคล็ดกระบี่นี้น่ากลัวเพียงใด !

และในวินาทีนั้นเอง

เปรี้ยง !

ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเกิดขึ้น

ราวกับข้อต้องห้ามที่ควบคุมเรือสีดำลำนี้ถูกพลังของกระบี่ทำลายลง ทำให้นิมิตอันแปลกประหลาดต่าง ๆ จึงมลายหายไปในทันที

เพียงแต่เวลานี้บนเรือสีดำลำนี้กลับไร้ซึ่งคนอื่น ๆ

‘นี่มัน ? ? ? ’

‘นี่มัน ! ! ! ’

ทว่ามิกี่อึดใจต่อมา

บุรุษชุดดำเหมือนต้องฝืนอันใดบางอย่าง แต่ยังคงตอบกลับมาอย่างนอบน้อมว่า “นายท่าน พวกเราถูกพลังแห่งข้อห้ามบางอย่างแยกออกจากกันขอรับ”

“อีกทั้งบนเรือสีดำยังถูกพลังแห่งข้อห้ามอันน่ากลัวนี้สะกดเอาไว้ แม้แต่ผู้น้อยเองก็มิอาจหลุดออกไปได้ขอรับ”

เอ่ยถึงตรงนี้ บุรุษชุดดำก็ถอนหายใจออกมาน้อย ๆ “ตอนนี้ดูเหมือนว่าหากจะขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณให้สำเร็จ แดนมายาบนเรือสีดำเหล่านี้ก็คือบททดสอบความเป็นความตายอย่างหนึ่ง หากมิสามารถหลุดพ้นจากแดนมายานี้ไปได้ เกรงว่ายังมิทันถึงเส้นทางโบราณก็คงต้องดับสูญอยู่ที่นี่เสียแล้ว”

ได้ยินดังนั้น เย่ฉางชิงจึงชะงักงันไปทันที

‘พลังแห่งข้อห้าม ? ’

‘สะกดเอาไว้ ? ’

‘เหตุใดข้าถึงมิรู้สึกอันใดเลย ? ’

‘หรือข้ามิได้ถูกผูกมัดด้วยสิ่งที่เรียกว่าพลังแห่งข้อห้าม’

หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็รู้สึกว่าเวลานี้เขาควรจะต้องทำอันใดบางอย่างแล้ว

เยี่ยงไรซะในแดนมายาเมื่อครู่ เขาเองก็ยังอดที่จะรู้สึกหวาดกลัวมิน้อย

คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็หายตัวไปทันที

ก่อนจะปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง ที่ข้างกายของหนิงซู่ซู่

“ซู่ซู่”

เย่ฉางชิงเอื้อมมือไปแตะที่บ่าของหนิงซู่ซู่เบา ๆ ขณะเดียวกันก็เอ่ยเรียกนางขึ้นมาเบา ๆ

เพียงเสี้ยววินาที หนิงซู่ซู่ที่เวลานี้ติดอยู่ในแดนมายา และกำลังต่อสู้กับชายชราลึกลับผู้หนึ่งอยู่ ก็เกิดใจสั่นขึ้นมาเบา ๆ อย่างควบคุมมิได้

โดยเฉพาะตอนที่เย่ฉางชิงเรียกชื่อของนาง เสียงของเขาราวกับเสียงแห่งเทพที่ช่วยขับไล่ปีศาจร้าย ดึงนางกลับสู่โลกความเป็นจริงภายในพริบตา

“ฉางชิง……”

หนิงซู่ซู่ลืมตาขึ้นมาทันที นิมิตประหลาดที่ปกคลุมรอบกายพลันอันตรธานหายไป

ใบหน้าของเย่ฉางชิงแฝงเอาไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน พลางยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อที่ขมับให้กับหนิงซู่ซู่

“ฉางชิง มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ ? ”

หนิงซู่ซู่ถามออกมาด้วยสีหน้าสงสัย “เมื่อครู่นี้จู่ ๆ ข้าก็ตกอยู่ในกองเพลิง ทั้งยังได้พบปรมาจารย์ผู้ล่วงลับของนิกายกระบี่สวรรค์ท่านหนึ่ง”

เย่ฉางชิงเอ่ยปลอบด้วยรอยยิ้ม “มิเป็นไร ที่เจ้าเห็นล้วนเป็นเพียงภาพมายาเท่านั้น”

หนิงซู่ซู่พยักหน้ารับรู้ จากนั้นใบหน้าพริ้มพราวก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา

ทว่าขณะที่เย่ฉางชิงจะพาหนิงซู่ซู่ออกจากเรือสีดำลำนั้น เพื่อไปช่วยคนอื่น ๆ ต่อ

เขาก็พบว่าตนมิสามารถพาหนิงซู่ซู่ออกจากเรือสีดำลำนี้ได้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน