เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 613

ตอนที่ 613 ข้าจะออกกระบี่แล้ว

“ฮ่า ๆ ……”

“เกิดใหม่อีกครางั้นหรือ เกือบลืมไปแล้วว่าในศึกทำลายล้างโลกครานั้น เจ้าอาศัยวิถีของตนเองสร้างกายเนื้อขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายก็ยังดับสูญอยู่บนอาณาจักรทะเล”

“เจ้าเกิดใหม่ได้อีกคราเช่นนี้ ในร่างของเจ้าจะต้องมีรากมรรคาหลงเหลืออยู่อย่างแน่นอน ถึงสามารถปล่อยกระบี่เมื่อครู่ออกมาได้ใช่หรือไม่ ? ”

บุรุษลึกลับที่เรียกตัวเองว่าจักรพรรดิดำ ผมสีดำขลับของเขาปลิวปลิวไสว พลันส่งเสียงหัวเราะอันน่าสยดสยองออกมา

ขณะเดียวกัน รอบกายของเขาก็มีแสงสีดำหมุนวนไปทั่วร่าง แผ่ความน่าเกรงขามอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งออกมา

มิเพียงเท่านั้น ด้วยไอพลังอันน่าสะพรึงกลัวของเขา จึงทำให้ความว่างเปล่าโดยรอบแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ก่อนจะเกิดเป็นใยแมงมุมขนาดใหญ่ ประกายไฟอันเจิดจ้าสาดกระเซ็นออกมามิหยุด

เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง !

ทำให้ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น

นอกจากเย่ฉางชิงแล้ว

คนที่เหลือต่างก็มีดวงตาเบิกโพลง เหงื่อกาฬเย็นเยียบไหลออกมา ร่างกายสั่นเทาอย่างมิอาจควบคุมได้

เย่ฉางชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางลอบกวาดตามองเหล่าคนที่อยู่รอบกาย

แม้ใบหน้าของเขาจะมิได้แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมา ทว่าภายในใจกลับอดมิได้ที่จะรู้สึกสงสัยขึ้นมา

‘นี่มันเรื่องอะไรกันอีกล่ะนี่ ? ’

‘เหตุใดพวกเจ้าถึงดูน่าอนาถเช่นนี้ แต่ข้ามิเห็นรู้สึกอะไรเลยสักนิด ? ’

‘หรือพวกเจ้ากำลังแสดงละครตบตาข้าอยู่ ? ’

‘อีกอย่างเจ้าหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าจักรพรรดิดำผู้นี้ หมายความว่าเยี่ยงไรกัน ? ’

‘เขาต้องการจะสังหารข้าเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

ตอนนั้นเอง วิญญาณอาวุธที่จำต้องนำกระดานหมากเฉียนคุนที่เป็นร่างเดิม ปกคลุมเหนือศีรษะเอาไว้เพื่อใช้ต้านทานพลานุภาพอันน่ากลัว ก็ได้ส่งกระแสจิตออกไปว่า

“นายท่านขอรับ แม้ว่าพลังของคนผู้นี้ต่อหน้าท่านจะมิต่างอะไรจากมดปลวก แต่ว่าบัดนี้…”

บุรุษชุดดำชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่งกระแสจิตออกไปอีกว่า “แต่ว่าบัดนี้ตบะบารมีของท่านถูกผนึกเอาไว้ เช่นนั้นจะประมาทมิได้เด็ดขาดนะขอรับ”

เย่ฉางชิงจึงได้สติขึ้นมาอีกครั้ง พลางโบกมือให้กับทุกคน “พวกเจ้าถอยไปก่อน”

เอ่ยเพียงเท่านั้น เย่ฉางชิงก็เพ่งสมาธิ ใช้เคล็ดวิชาหายตัวได้ดั่งใจคิดส่งทุกคนออกไปไกลนับพันลี้

มิกี่อึดใจต่อมา

เย่ฉางชิงก็ค่อย ๆ ถอนสายตากลับมา พลางเอ่ยกับจักรพรรดิดำผู้นี้ว่า “คำพูดของท่านเมื่อครู่นี้หมายความว่าเยี่ยงไร ? ”

จักรพรรดิดำดวงตาวาววับ มุมปากประดับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย เอ่ยราวกับเย้ยหยันว่า “พูดง่าย ๆ ก็คือ ร่างของเจ้าจะต้องมีรากมรรคาหลงเหลืออยู่เป็นแน่ หากข้ากลืนกินเจ้าเข้าไปและสามารถรู้แจ้งวิถีในอดีตของเจ้า”

“ถึงตอนนั้นข้าก็อาจจะขจัดการกัดกินของเลือดสกปรกหยดนั้นได้ และมีชีวิตใหม่อีกครา ถึงตอนนั้นอาจจะทะลวงข้อต้องห้ามสุดท้าย ก้าวเข้าสู่ระดับเทพในตำนานได้อีกด้วย”

ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เย่ฉางชิงก็รีบนำตำหนักเทพวาสนาขึ้นมาปิดบังเหนือศีรษะ และกระชับกระบี่จื่อชิงในมือทันที

พร้อมกับตั้งท่าราวกับหากสู้มิได้ก็จะเตรียมตัวหลบหนีทันที

“ตำหนักเทพวาสนา ? ”

“กระบี่จื่อชิง ? ”

เพียงแวบเดียวจักรพรรดิดำก็สามารถจำตำหนักเทพวาสนาและกระบี่จื่อชิงได้

ทว่าหลังจากที่เขาเห็นเย่ฉางชิงนำสุดยอดสมบัติล้ำค่าสองชิ้นนี้ออกมา นอกจากจะมิมีท่าทีหวาดกลัวใด ๆ แล้ว กลับยังแสดงสีหน้าตื่นเต้นดีใจออกมาอีกด้วย

“เหมือนที่ข้าเดาเอาไว้มิมีผิด เจ้าก็คือชาติที่สองของเขา เช่นนั้นบนกายจะต้องมีรากมรรคาหลงเหลืออยู่อย่างแน่นอน”

จักรพรรดิดำส่งเสียงหัวเราะอันน่าสยดสยองออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยกับเย่ฉางชิงว่า “เยี่ยม เยี่ยมมาก เยี่ยมจริง ๆ”

ทว่าเวลานี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิดำผู้บ้าคลั่ง

เย่ฉางชิงกลับมิมีกะจิตกะใจจะมาฟังเขาพูดพล่าม

เช่นนั้นเย่ฉางชิงจึงหลับตาทั้งสองข้างลง และใช้ภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดถอดเคล็ดกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาในทันที

ก่อนหน้านี้แค่อำนาจกระบี่เพียงเล็กน้อยยังสามารถสร้างพลังอันน่าสะพรึงกลัวได้ถึงเพียงนั้น ถึงขนาดที่ว่าทำลายแดนมายาลงได้อีกด้วย

เวลานี้เมื่อต้องประมือกับศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้

เขาจึงอยากจะรู้ว่าเคล็ดกระบี่นี้แท้จริงแล้วแข็งแกร่งเพียงใด

แต่หากจักรพรรดิดำสามารถรับกระบี่นี้ได้อย่างง่ายดาย เช่นนั้นเขาก็จะใช้เคล็ดวิชาหายตัวดั่งใจคิดเพื่อหลบหนีทันที

‘ดังคำกล่าวที่ว่า ลูกผู้ชายล้างแค้นสิบปีก็ยังมิสาย’

‘อีกอย่าง ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง รุ่งเรือง ตกต่ำ มิแน่นอน’

‘อย่างมากก็รอให้ข้าแข็งแกร่งมากพอ คอยกลับมาชำระแค้นก็ยังมิสาย’

‘ยิ่งไปกว่านั้นอย่าว่าแต่ชาติก่อนเลย’

แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดก็คือ

คนเพียงคนเดียวกลับมีจิตแท้ต้นกำเนิดถึงสองชนิด

สิ่งนี้หมายความว่าเช่นไรกันแน่ ?

แม้แต่จักรพรรดิดำที่เคยปกครองหนึ่งในสิบสองแดนเซียนโบราณมาก่อน ยังมิสามารถจินตนาการได้

คิดถึงตรงนี้ จักรพรรดิดำก็หวนคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่ถูกลืมไปนานแล้วขึ้นมาโดยมิรู้ตัว

กี่ปีที่แล้วก็มิอาจทราบได้

ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าสู่วิถีเซียน ท่านแม่ผู้เป็นที่รักบอกกับเขาว่า

“ลูกรัก แม่มิเคยหวังว่าเจ้าจะเป็นผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนที่โดดเด่นเหนือผู้ใด หวังแค่ว่าเจ้าจะหมั่นศึกษาตำราต่าง ๆ เพื่อเปิดมุมมองความคิดของตนให้กว้าง”

“และจงจำเอาไว้ว่าลูกผู้ชายมิมีบ้านมิมีที่ดินก็มิเป็นไร แต่จะต้องมีมุมมองที่เปิดกว้าง มิเช่นนั้นต่อให้จะเป็นคนที่เก่งกาจเพียงใด ก็จะยังคงเป็นผู้ที่พ่ายแพ้อยู่ดี”

มีน้ำเสียงอันเรียบรื่น

ดังขึ้นในสมองของจักรพรรดิดำชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้

จากนั้นร่างของจักรพรรดิดำก็มิหลงเหลือความน่าเกรงขามของจักรพรรดิอีก มิหนำซ้ำกลับมีน้ำตาแห่งความเสียใจไหลออกมาอีกด้วย

เป็นถึงจักรพรรดิดำที่อยู่เหนือผู้ใด

แต่เขากลับมิสามารถจินตนาการความเก่งกาจของอีกฝ่ายได้เลย

อย่าว่าแต่คิดจะสู้กับคนผู้นี้เลย แม้แต่ความกล้าที่จะสนทนาด้วยอีกครา บัดนี้กลับมิมีเหลืออีกแล้ว

ขณะที่จักรพรรดิดำคิดที่จะยอมแพ้ พลางกุมขมับและน้ำตารินไหลออกมานั้น

“จักรพรรดิดำ เจ้าพร้อมแล้วหรือยัง ? ”

“ข้าจะออกกระบี่แล้ว”

เย่ฉางชิงที่หลับตาอยู่เอ่ยขึ้นมาเรียบ ๆ “เคล็ดกระบี่นี้เป็นเคล็ดกระบี่ที่ข้าคิดว่าแข็งแกร่งที่สุดแล้วในตอนนี้”

ทันทีที่สิ้นเสียง เย่ฉางชิงก็เพ่งสมาธิ พลังกระบี่บนกระบี่จื่อชิงพลันเพิ่มขึ้นอย่างมาก

“ตูม ! ”

จากนั้นก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวก้องกังวานไปทั่วในทันที

แม้แต่กระบี่จื่อชิงก็มิอาจมิรับพลังกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้ จึงได้เกิดรอยร้าวขึ้นมากมาย พร้อมกับเปล่งแสงอันเจิดจ้าจนแสบตาออกมา…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน