เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 649

ตอนที่ 649 ก่อเรื่องใหญ่

ต้องบอกว่า ปรากฏการณ์ที่เจี่ยงหนูแปลงกายเป็นร่างเดิมนั้น ช่างหาได้ยากยิ่งนัก

หากใช้คำกล่าวที่เย่ฉางชิงชอบใช้นั่นก็คือ จอมวางก้ามตัวจริง

และเมื่อเห็นเจี่ยงหนูแปลงเป็นร่างเดิมแล้ว

มิเพียงแต่ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนมากมายเท่านั้นที่จะนิ่งงันไป เพราะมิเคยเห็นปีศาจระดับนี้มาก่อน แม้แต่เย่หลิงอี้เองก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างอดมิได้

ในตอนนั้นหลังจากที่เขาทำทุกวิถีทางเพื่อให้เจี่ยงหนูยอมสวามิภักดิ์ได้แล้ว ก็มิเคยเห็นร่างเดิมของเจี่ยงหนูอีกเลย

ทว่าเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า เขาก็เริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาอย่างอดมิได้

สามารถขี่สัตว์ขี่หายากเช่นนี้ไปยังเส้นทางโบราณได้

ต่อให้ภายหน้าจะต้องดับสูญเพราะทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่ปลายทางของเส้นทางโบราณ

แต่เยี่ยงไรซะก็จะต้องกลายเป็นตำนานอย่างแน่นอน

น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้เขาให้ความสำคัญกับความทรงจำที่สืบทอดมาของเจี่ยงหนู และใช้เคล็ดการทำนายโบราณของเจี่ยงหนู เพื่อให้วิถีหมากพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้มิว่าเขาหรือว่าคนอื่น ๆ ในตระกูลเย่ ล้วนปฏิบัติต่อเจี่ยงหนูราวกับสหายก็มิปาน หาได้คิดไปในแง่มุมนี้มาก่อนไม่

ทว่าตอนนี้เขากลับมิมีโอกาสอีกแล้ว

เจี่ยงหนูได้ทำลายสัญญาระหว่างพวกเขาด้วยตนเอง และตอนนี้ยังยอมเป็นสัตว์ขี่ของผู้อาวุโสเย่อีกด้วย

ในตอนนั้นเองเย่ฉางชิงก็ได้กวาดตามองทุกคนที่กำลังคำนับอยู่รอบกาย พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ทุกท่าน หากมีโอกาสไว้เราค่อยพบกันใหม่ที่แดนเซียนโบราณ แต่วันนี้คงต้องลากันตรงนี้แล้ว”

สิ้นเสียง เย่ฉางชิงก็เพ่งสมาธิและใช้อิทธิฤทธิ์หายตัวดังใจนึก พาพวกราชันทมิฬหายวับไปในอากาศทันที

เพียงพริบตา ขณะที่ทุกคนเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าอีกครั้ง

ก็พบว่าเจี่ยงหนูที่แปลงร่างเป็นสัตว์เทพเวหาได้ทะยานออกไป

และร่างนั้นก็ได้หายเข้าไปในรอยแยกของความว่างเปล่าทันที

ช่างเป็นภาพที่ตระการตายิ่งนัก

“ผู้น้อยขอน้อมส่งผู้อาวุโสเย่ ! ”

เอี้ยนฉีเซิ่งเมื่อได้สติขึ้นมา จึงรีบโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิงที่อยู่ด้านบนอีกครั้ง

ยังมิทันสิ้นเสียง ผู้คนทั้งสองฝั่งของแม่น้ำก็เหมือนฉุกคิดขึ้นมาได้ จึงได้รีบโค้งคำนับตามโดยมิลังเลเช่นกัน

“พวกเราขอน้อมส่งผู้อาวุโสเย่ ! ”

ทันใดนั้น เสียงที่กึกก้องราวกับสายฟ้าเก้าสวรรค์ พลันก้องกังวานไปทั่วทั้งเมืองโลกวิญญาณ และดังไกลไปจนถึงเส้นทางโบราณอีกด้วย

เมื่อเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเคอ

เมื่อสัตว์เทพเวหาเข้าไปในรอยแยกของความว่างเปล่าแล้ว

ด้วยพลังแห่งกฎ จึงทำให้รอยแยกของความว่างเปล่าคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง

จากนั้นทุกคนก็ฉุกคิดถึงคำถามหนึ่งขึ้นมาได้

‘ผู้อาวุโสเย่ผู้ลึกลับสุดจะหยั่งท่านนี้กำลังเดินทางไปยังปลายทางของเส้นทางโบราณ เพื่อเข้าสู่แดนเซียนโบราณในตำนาน’

‘แต่ในบรรดาพวกเขา’

‘นอกจากผู้อาวุโสเย่ บุรุษชุดดำที่ลึกลับ และสตรีชุดเขียวนางนั้นแล้ว ตบะบารมีของคนที่เหลือต่างอยู่ในระดับธรรมดาเท่านั้น’

‘ทว่าปลายทางของเส้นทางโบราณนั้น’

‘การจะขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณได้สำเร็จ จะต้องถูกพันธนาการและสะกดด้วยกฎของสองโลก’

‘ดังนั้นการที่ผู้อาวุโสเย่พาพวกเขาทั้งหมดไปด้วย เพราะต้องการที่จะพาทุกคนฝืนข้ามสระสายฟ้า เข้าไปในแดนเซียนโบราณในตำนานเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘อืม ! ’

‘คงจะเป็นเช่นนั้น ! ’

‘มิใช่สิ ! ’

‘ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ! ’

‘นอกจากพวกผู้อาวุโสเย่ทั้งสามคนแล้ว’

‘ด้วยตบะบารมีของคนที่เหลือ เกรงว่าเพียงแค่เรียกทัณฑ์สวรรค์พิฆาตลงมา คงได้กลายเป็นไอภายในพริบตาเป็นแน่’

‘ดังนั้นการที่ผู้อาวุโสเย่จะทำเช่นนี้ ต้องเป็นภาพที่หาได้ยากยิ่งอย่างแน่นอน’

‘หรือก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสเย่ก็เคยใช้อิทธิฤทธิ์บางอย่าง หยุดการทำงานกฎของสองโลกมาแล้ว ? ’

‘หากสามารถหยุดการทำงานกฎของสองโลกได้ เช่นนั้นสำหรับพวกเขาแล้วก็มิต่างอันใดกับการได้เจอโอกาสที่หาได้ยากยิ่งน่ะสิ’

คิดได้ดังนั้น มิเพียงแต่ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปจะมีท่าทางดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว แม้แต่เอี้ยนฉีเซิ่งและเย่หลิงอี้ก็เริ่มใจเต้นแรงขึ้นมาเช่นกัน

มินาน ทุกคนก็เริ่มแยกย้ายและมุ่งหน้าไปทางด้านนอกของเมืองโลกวิญญาณกันอย่างบ้าคลั่ง

และดูเหมือนว่าพลังแห่งกฎของสวรรค์บูรพาจะมิสามารถใช้กับที่นี่ได้อีกด้วย

ส่วนด้านล่างของลำแสงสีเลือด

ไอพลังสีดำได้แผ่ออกมาก่อนจะกระจายไปส่วนต่าง ๆ ของความว่างเปล่า ราวกับจะทำให้ทุกสิ่งบนโลกนี้แตกออก ก่อนดูดกลืนลงไป

แค่คิดก็รู้แล้วว่าภาพเช่นนี้น่าสะพรึงกลัวเพียงใด !

ถูกต้อง !

หลังผ่านความยากลำบากมายาวนาน

ในที่สุดหลี่เสวียนเทียนผู้เป็นเจ้าแห่งสวรรค์บูรพา ก็สามารถปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวที่ผนึกเอาไว้ที่นี่ออกมาได้สำเร็จ

ทว่าเขาในเวลานี้กลับหาได้มีสีหน้ายินดีใด ๆ ไม่ แต่กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเพราะคาดมิถึงแทน

เพราะเขาคาดมิถึงว่าสิ่งมีชีวิตโบราณที่ถูกผนึกเอาไว้ในส่วนลึกของวังโจวจะน่ากลัวถึงเพียงนี้

และการที่เขายื่นมือเข้าไปช่วยเช่นนี้ จึงทำให้ในที่สุดสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวผู้นี้ก็สามารถทำลายข้อต้องห้ามมากมาย จนได้กลับออกมาสู่ภายนอกอีกครั้ง

และในตอนนั้นเองเขาจึงได้รู้ความลับอันน่าตกใจบางอย่างเข้า

มิว่าจะเป็นวังโจวแห่งนี้ หรือว่าสามพันแคว้นนอกเหนือจากวังโจว ทั้งหมดกลับสะท้อนกันและกัน กลายเป็นค่ายกลผนึกที่ทรงพลังและมิเคยมีมาก่อน

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การมีอยู่ของสวรรค์บูรพาก็เพื่อที่จะผนึกสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวตนนี้เอาไว้

จากนั้นเขาก็ได้รู้ซึ้งอีกว่าเหตุใดสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวตนนี้ถึงได้ถูกผนึกเอาไว้

ในวินาทีที่วังโจวแตกออก ค่ายกลผนึกที่สามพันแคว้นสร้างขึ้นก็ได้หยุดโคจรในทันที

มิว่าจะเป็นไอพลังมหามรรคาต่าง ๆ ปราณวิญญาณฟ้าดิน หรือพลังแห่งคำสั่งที่ไร้รูปร่าง ล้วนถูกสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวผู้นี้กลืนกินเข้าไป

นี่ก็หมายความว่าหากสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวตนนี้ยังอยู่ในสวรรค์บูรพา เชื่อว่าอีกมินานสวรรค์บูรพาจะต้องกลายเป็นเถ้าธุลีอย่างแน่นอน

คิดถึงตรงนี้ หลี่เสวียนเทียนที่ยืนอยู่บนท้องฟ้าไกลออกไปนับหมื่นลี้ก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว

“ก่อเรื่องใหญ่ ครั้งนี้ข้าก่อเรื่องใหญ่เข้าแล้วจริง ๆ ”

หลี่เสวียนเทียนใบหน้าซีดเซียว พลางพึมพำออกมามิหยุด “เดิมทีข้าคิดที่จะปล่อยสิ่งมีชีวิตตนนี้ออกมาเพื่อให้ไล่ตามท่านเย่ไปเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้สวรรค์บูรพาจะกลายเป็นโลกที่ล่มสลาย”

“อีกทั้งพลังของสิ่งมีชีวิตตนนี้ก็แข็งแกร่งยิ่งนัก เกรงว่าแม่แต่ท่านเย่ก็อาจจะมิสามารถเอาชนะเขาได้”

“บัดซบจริง ๆ ครั้งนี้ข้าทำอันใดลงไปกันแน่ ! ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน