เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 648

ตอนที่ 648 อ๋องฉีร้องไห้

เมื่อต้องเผชิญกับสายตาอันร้อนแรงของผู้บำเพ็ญเพียรทั้งสองฝั่งแม่น้ำ

เย่ฉางชิงเพียงแค่ยิ้มออกมาแต่มิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแค่โบกมือให้กับทุกคนเท่านั้น

ตำแหน่งอ๋องฉีนั้น เขาหาได้สนใจไม่

แต่การได้ทำตัวเป็นผู้สูงส่งต่อหน้าผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนนับมิถ้วนเช่นนี้ เขาชื่นชอบยิ่งนัก

หากมีคุณสมบัติเพียงพอ ใครบ้างจะมิอยากทำตัวเป็นผู้สูงส่ง ?

อีกอย่างบนโลกนี้หากมีคุณสมบัติที่โดดเด่นแต่มิวางท่า คงได้โดนฟ้าผ่าเป็นแน่

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ รีบไปยังปลายทางของเส้นทางโบราณ เพื่อขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณและช่วยตู๋กู๋ชิงเฟิง

เวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ

เย่ฉางชิงจึงหันกลับไปมองเย่หลิงอี้ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับหินแกะสลัก

ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ และแวบหายตัวไปทันที ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งตรงหน้าทุกคน

ในตอนนั้นเอง เจี่ยงหนูที่จ้องมองบนฟ้าอยู่ตลอดเวลาก็ถอนสายตากลับมา

หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก เขาก็คุกเข่าลงกับพื้นและเอ่ยขอร้องเย่ฉางชิงว่า “ผู้อาวุโส ผู้น้อยมีหนึ่งสิ่งที่อยากจะร้องขอรับ”

ได้ยินดังนั้น เย่ฉางชิงก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี “คำขออันใดเชิญกล่าวมาได้เลย”

“ผู้อาวุโสขอรับ ก่อนหน้านี้ผู้น้อยได้รับอ๋องฉีเป็นนาย”

เจี่ยงหนูเอ่ยด้วยใบหน้าจริงใจว่า “หลายปีมานี้เขาดีต่อผู้น้อยอย่างมาก ดังนั้นผู้น้อยจึงอยากจะขอให้ผู้อาวุโสได้โปรดปรานี ไว้ชีวิตเขาสักครั้งเถอะขอรับ”

“หากเป็นไปได้ ต่อไปผู้น้อยจะขอติดตามผู้อาวุโส เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้ขอรับ”

แม้เขาจะมิรู้ว่าเย่หลิงอี้พ่ายแพ้อย่างน่าอนาถเพียงใด

แต่เขาติดตามเย่หลิงอี้มาหลายปี ย่อมรู้ดีว่าเวลานี้จิตใจของเย่หลิงอี้นั้นถูกกลหมากกักขังเอาไว้เสียแล้ว

อีกทั้งการที่สามารถจบการประลองได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้

แสดงว่าผู้อาวุโสที่ดูหนุ่มแน่นแต่กลับลึกล้ำสุดจะหยั่งตรงหน้าผู้นี้ มีความแตกฉานในวิถีหมากสูงส่งเพียงใด

ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้เย่หลิงอี้ยังแสดงท่าทางจองหองอวดดีถึงเพียงนั้น

มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้อาวุโสท่านนี้จะกักขังเย่หลิงอี้เอาไว้ในกลหมากตลอดไป

หลายปีมานี้แม้เขาจะเป็นเพียงลูกสมุน แต่เย่หลิงอี้รวมทั้งคนในตระกูลเย่ต่างก็ดูแลเขาอย่างดี

ดังนั้น เพื่อทดแทนบุญคุณนี้ เขาจึงยอมที่จะรับโทษแทนเย่หลิงอี้

เย่ฉางชิงได้ยินดังนั้นก็ชะงักงันไป จากนั้นจึงสะบัดแขนเบา ๆ

วินาทีต่อมา

เขาก็ได้เงยหน้าขึ้นมองเย่หลิงอี้ที่อยู่ด้านบน และเพ่งสมาธิหมากดำในมือของเย่หลิงอี้พลันร่วงลง

มิกี่อึดใจต่อมา เมื่อกลหมากบนกระดานเกิดการเปลี่ยนแปลง เย่หลิงอี้ก็ได้สูดลมหายใจเข้าด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะได้สติขึ้นมา

ทว่าในวินาทีต่อมา เมื่อเขาเห็นการเปลี่ยนแปลงของหมากดำและหมากขาว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของกลหมากทั้งหมด

ร่างทั้งร่างพลันนิ่งงัน ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

การเปลี่ยนแปลงของหมากหนึ่งตัว แทบจะพลิกกลับกลหมากทั้งกระดาน

ยิ่งไปกว่านั้น หมากกระดานนี้เรียกได้ว่าอันตรายยิ่งนัก

อีกทั้งกลหมากที่ล้ำลึกเช่นนี้ หาได้ยากยิ่งนัก

เวลาผ่านไปอีกมิถึงหนึ่งเคอ

เย่หลิงอี้เหมือนจะได้สติขึ้นมาอีกครั้ง

และในเวลานี้เย่หลิงอี้ก็มิได้มีท่าทางดุดันอีกต่อไป

แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความหม่นหมอง ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นมีหยาดน้ำตาแห่งความเสียใจไหลอาบแก้ม

‘อ๋องฉี ? ’

‘เส้นทางไร้พ่าย ? ’

‘น่าขันยิ่งนัก ! ’

‘อย่าว่าแต่แดนเซียนโบราณในตำนานเลย แม้แต่เมืองโลกวิญญาณเล็ก ๆ แห่งนี้’

‘อ๋องฉีอย่างเขายังพ่ายแพ้ในการดวลหมากได้’

‘แทบจะเรียกได้ว่าแพ้อย่างยับเยินอีกด้วย’

‘หากมิใช่เพราะผู้กลับชาติมาเกิดปรานีแล้วล่ะก็ เกรงว่าชั่วชีวิตนี้เขาคงมิอาจหลุดออกมาจากกลหมากได้เป็นแน่’

คิดถึงตรงนี้

ร่างของเย่หลิงอี้ก็สั่นสะท้านขึ้นมาเบา ๆ ก่อนจะร้องไห้ออกมาราวกับเด็กน้อย ถึงขนาดส่งเสียงสะอึกสะอื้นออกมาเลยทีเดียว

เมื่อเห็นภาพอันน่าขันเช่นนั้น

มิเพียงแต่เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรทั้งสองข้างของแม่น้ำจะตกตะลึงไปตาม ๆ กัน แม้แต่เย่ฉางชิงเองก็ทำอันใดมิถูกเช่นกัน

‘ร้องไห้งั้นหรือ’

เย่หลิงอี้คุกเข่าลงกับพื้นทันที พลางโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิงและเอ่ยว่า “ก่อนหน้านี้ผู้น้อยโง่เขลานัก ขอผู้อาวุโสได้โปรดอภัยให้ด้วยขอรับ”

“ช่างเถอะ”

เย่ฉางชิงชะงักไป ก่อนจะโบกมือพลางเอ่ยว่า “ที่ข้ามาครั้งนี้เพียงแค่ต้องการจะมาประลองกับเจ้าเท่านั้น”

“เจ้าอาจจะมิรู้ว่าข้านั้นหาคู่ต่อสู้ในการเดินหมากด้วยได้ยากยิ่งนัก”

เอ่ยถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็เหมือนคิดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยออกมาอีกว่า “แต่เจ้าก็มิต้องกังวลไปหรอก ข้าหาได้อยากได้ตำแหน่งอ๋องฉีของเจ้าไม่ เพียงแค่บังเอิญผ่านมาก็เท่านั้น”

จากนั้นเย่ฉางชิงก็หันไปมองพวกหวงอิงที่อยู่ทางด้านหลังแล้วเอ่ยขึ้นว่า “พวกเขาเป็นบ่าวรับใช้ของเย่เหลียงเฉิน ก่อนหน้านี้เป็นเพราะข้ามิคุ้นเคยกับที่นี่ จึงรับพวกเขาเอาไว้ชั่วคราว”

“บัดนี้ข้าจะไปจากเมืองโลกวิญญาณ เพื่อไปยังปลายทางของเส้นทางโบราณแล้ว หวังว่าต่อไปเจ้าจะช่วยดูแลพวกเขาต่อด้วย”

“นายท่าน ? ”

พวกหวงอิงได้ยินดังนั้น ก็คุกเข่าลงกับพื้นทันที

เย่ฉางชิงกวาดสายตามองไปที่พวกเขา พลางเอ่ยว่า “หากเป็นยามปกติ พวกเจ้าสามารถติดตามข้างกายข้าได้”

“แต่ครั้งนี้ข้าจะไปยังแดนเซียนโบราณ ดังนั้นจึงมิสามารถพาพวกเจ้าไปด้วยได้ แต่พวกเจ้าอย่าได้หมดกำลังใจไป เยี่ยงไรซะวันหนึ่งพวกเจ้าจะต้องสามารถขึ้นไปได้อย่างแน่นอน”

เอ่ยถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็เหลือบมองเจี่ยงหนูที่ยังคงยืนอยู่ข้างกายของบุรุษชุดดำ

เขานั้นนิ่งงัน เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้

มินานไอพลังรอบกายพลุ่งพล่าน และมีแสงสีม่วงเปล่งออกมาระยิบระยับ สัญลักษณ์เก่าแก่ซับซ้อนมากมายปรากฏขึ้น

ฟิ้ว !

จู่ ๆ ก็มีเสียงที่ดังกึกก้องขึ้นมา

ด้านหลังของเจี่ยงหนูปรากฏร่างสีดำขนาดใหญ่ราวกับภูผาขึ้น ความว่างเปล่ารอบกายเกิดระลอกคลื่นขึ้นเป็นชั้น ๆ

เพียงพริบตา ในวินาทีที่ร่างของเจี่ยงหนูหายวับไป

บนท้องฟ้าก็ปรากฏสัตว์เทพสีม่วงตัวหนึ่งขึ้นมา

สายฟ้าสีม่วงรอบกายของเขาแลบแปลบปลาบ แสงสีม่วงระยิบระยับและมีหมอกสีม่วงลอยอบอวล

พร้อมกับมีสัญลักษณ์มากมายปรากฏขึ้นลาง ๆ ดูทรงอำนาจยิ่งนัก

ถูกต้อง !

นี่คือร่างเดิมของเจี่ยงหนู

สัตว์เทพเวหา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน