ตอนที่ 647 เพียงเท่านี้ก็ได้เป็นอ๋องฉีแล้วเยี่ยงนั้นหรือ ?
สิ้นเสียง สีหน้าของเย่หลิงอี้กลับดูย่ำแย่จนเห็นได้ชัด
เขาคาดมิถึงเลยว่าผู้ที่กลับชาติมาเกิดตรงหน้าผู้นี้ จะมีความแตกฉานในวิถีหมากอยู่ในระดับที่แม้แต่เขาก็มิอาจจะจินตนาการได้
อีกทั้งเวลานี้เขาต้องยอมรับว่า ข่าวที่ได้รับก่อนหน้านี้โกหกสิ้นดี
เชื่อถือมิได้แม้แต่นิดเดียว !
‘บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่งั้นหรือ ? ’
‘นี่……เป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่จริง ๆ หรือ ? ’
‘หากเป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ แล้วตอนนี้มันเกิดเรื่องบ้าอันใดกัน ? ’
‘แต่ตอนนี้ข้าควรทำเช่นไรดี ? ’
‘ยอมแพ้ ? ’
‘หากยอมแพ้ตอนนี้ เช่นนั้นจิตใจของข้าก็จะต้องตกต่ำลง เกรงว่าชีวิตนี้คงยากที่จะประสบความสำเร็จในวิถีหมากได้อีก’
‘ส่วนเส้นทางไร้พ่ายก็ยิ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปมิได้ใหญ่’
‘มิได้ ! ’
‘มิได้เด็ดขาด ! ’
‘ข้ายอมแพ้เช่นนี้มิได้ ! ’
‘ข้าเป็นถึงอ๋องฉีแห่งเมืองโลกวิญญาณ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถรู้แจ้งสุดยอดภาพกลหมากภาพนั้นมาแล้ว’
‘ด้วยความแตกฉานในวิถีหมากของข้าในตอนนี้ ต่อให้ขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณ ก็ยังเป็นผู้สูงส่งคนหนึ่งอยู่ดี’
‘ใช่แล้ว ! ’
‘นี่ต้องเป็นภาพลวงตาอย่างแน่นอน ! ’
‘ผู้กลับชาติมาเกิดผู้นี้จะใช้เคล็ดวิชามายาที่น่ากลัวบางอย่าง จึงทำให้จิตใจของข้าเกิดความสับสนเช่นนี้’
คิดถึงตรงนี้ เย่หลิงอี้ก็สูดลมหายใจเข้า พยายามทำให้จิตใจที่กำลังว้าวุ่นสงบลง
“ข้ามิสนใจว่าชาติที่แล้วเจ้าจะเป็นใคร แต่ในเมืองโลกวิญญาณแห่งนี้ และบนกระดานหมากนี้ ข้าเท่านั้นเป็นผู้ไร้พ่าย ! ”
ดวงตาของเย่หลิงอี้ฉายความเกรี้ยวกราดออกมา เส้นเลือดบนขมับเต้นตุบ ๆ ขณะคำรามใส่เย่ฉางชิงว่า “ส่วนเจ้าก็เป็นได้แค่เศษดินบนเส้นทางไร้พ่ายของข้าก็เท่านั้น ! ”
ทว่าเมื่อเห็นท่าทางแยกเขี้ยวยิงฟัน ราวกับเสียสติของเย่หลิงอี้
เย่ฉางชิงกลับยกยิ้มที่มุมปากเท่านั้น
และมิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา
‘เส้นทางไร้พ่าย ? ’
‘นี่คือสิ่งที่เจ้าเรียกว่าวิถีหมากเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘แม้ข้าจะมิกล้าเอ่ยว่าตนเองมีความแตกฉานในวิถีหมากเช่นไร’
‘แต่ในเรื่องการดวลหมากแล้ว เท่าที่จำได้ข้ามิเคยแพ้ให้แก่ผู้ใดมาก่อน’
‘หากเจ้าต้องการให้ข้ากลายเป็นเพียงเศษดินใต้ฝ่าเท้าของเจ้า ก็ต้องเอาชนะข้าบนกระดานหมากให้ได้’
‘เจ้ากำลังข้าล้อเล่นอยู่งั้นหรือ ? ’
‘ต่อให้เวลาเจ้าอีกหมื่นปี คาดว่าก็คงพ่ายแพ้ให้แก่ข้าอยู่ดี’
‘การจะอวดเบ่งบนกระดานหมากต่อหน้าข้า เจ้ายังมิมีคุณสมบัติที่จะทำเช่นนั้นได้หรอก’
คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็จ้องเขม็งไปยังเย่หลิงอี้ จากนั้นก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง หมากขาวหนึ่งตัวตกลงบนกระดาน
เย่หลิงอี้พลันหัวเราะเยาะออกมา
แต่ขณะที่เขาถอนสายตากลับมาและก้มมองกระดานหมากอีกครั้ง จิตใจของเขาก็ถูกดูดเข้าไปในกระดานภายในพริบตา
ร่างทั้งร่างแข็งค้างราวกับหินสลัก
ในตอนนั้นเอง มิว่าจะเป็นเขตแดนของอ๋องเจี้ยน หรือว่าภายในเขตแดนของอ๋องฉี ต่างก็เกิดความโกลาหลขึ้น
“สองคนนี้เป็นใครกันแน่ แค่ดวลหมากกันต้องส่งเสียงอึกทึกเพียงนี้เชียวหรือ ? ”
“มิใช่กระมัง พวกเขาสองคนคงมิคิดว่าตนเองเป็นอ๋องฉีกับอ๋องเจี้ยน บุคคลไร้เทียมทานที่น่ากลัวหรอกกระมัง ? ”
“หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ การที่พวกเขาสองคนประลองกันเช่นนี้ ก็เพื่อเรียกร้องความสนใจจากอ๋องฉีเป็นแน่”
“พวกเจ้าหุบปากซะ ผู้ที่ประลองในครั้งนี้ก็คือท่านอ๋องฉีตัวจริงเสียงจริง”
“อันใดนะ ! อ๋องฉีมาเองเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“พี่ชายท่านนี้ ในเมื่อท่านรู้จักอ๋องฉี เช่นนั้นระหว่างพวกเขาสองคนใครคืออ๋องฉีเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“จริงด้วย พวกเราอยู่ที่นี่หลายพันปีแล้ว แต่ยังมิเคยมีโอกาสได้เห็นรูปโฉมที่ไร้พ่ายของท่านอ๋องฉีด้วยตาตนเองมาก่อน”
“เรื่อง……เรื่องนี้”
“พี่ชาย หรือว่าท่านเองก็มิเคยเห็นตัวจริงของอ๋องฉีมาก่อนเยี่ยงนั้นหรือ”
“ในเมื่อเป็นถึงอ๋องฉี ฉะนั้นข้าว่าจะต้องเป็นบุรุษหนุ่มที่มีท่าทางโดดเด่น และดูสบายอารมณ์ผู้นั้นเป็นแน่”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน